ดีอีคุมเข้ม Fake News จับมือ “ปอท.” ลงพื้นที่ปฏิบัติการ “ทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019” 

ดีอี จับมือ “ปอท.” เปิดปฏิบัติการ “ทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019” ลุยดะทั้งปล่อยข่าวปลอม Romance Scam หลอกขายสินค้า ยัน “เพจล้มล้างการปกครอง”

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 40 วันที่เข้ามารับตำแหน่งก็ได้ประสานงานกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบการนำเสนอข่าวเท็จที่กระทบกับประชาชนเป็นวงกว้าง

“ได้ร่วมงานกับ ปอท. เต็มกำลังเพื่อติดตาม  ซึ่งไม่ได้มีการเมือง แต่มีเรื่องที่กระทบกับคนไทยทุกคน อาทิ เรื่องภัยพิบัติ การหลอกลวงขายสินค้า การแอบอ้างเป็นข้าราชการระดับสูงเพื่อหลอกลวงประชาชน และส่วนที่กระทบความรู้สึกของประชาชนมากที่สุด คือ การล้มล้างการปกครอง ทุกฝ่ายได้ทุ่มเททำงาน เพื่อให้เห็นว่า ภาครัฐไม่ได้นิ่งเฉยหรือละเลย แต่ได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ตามกฎหมายที่ได้บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้รังแกฝ่ายตรงข้าม หรือ รังแกใคร แต่เป็นไปตามข้อมูลการสืบสวน”

 

สำหรับการปฏิบัติการของ บก.ปอท. เพื่อ สืบสวนการกระทำความผิดในลักษณะของการสร้างข่าวปลอมทางสื่อออนไลน์ และอาชญากรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตาม “ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019” โดยปิดล้อมตรวจค้น 9 พื้นที่เป้าหมายในระหว่าง 19 ส.ค. – 9 ก.ย. 2562

ปรากฏผลการปฏิบัติดังนี้

กรณีที่ 1 “ข่าวประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ ระเบิด 7 จุด ในกรุงเทพฯ” ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านบางพลัด และได้เชิญผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตาม มาตรา 14(1) พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

กรณีที่ 2 “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ” (email scam) จับกุมผู้ต้องหา 1 รายตามหมายจับศาลอาญาที่ 2014/2558 ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการคนร้ายข้ามชาติ มูลค่าทรัพย์สินที่เสียหายหลายล้านบาท

กรณีที่ 3 จับกุมผู้ต้องหา Romance Scam ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1228/2562 ในพื้นที่อยุธยา ซึ่งมีการกระทำผิดเป็นขบวนการสร้างความเสียหายกว่าล้านบาท

กรณีที่ 4 จับผู้ต้องหาแอบอ้างข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทยแล้วหลอกขายสินค้าออนไลน์ มูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท ตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินที่ จ.247/24561 หมายจับศาลอาญาที่ 291/2562 และ ที่ 1307/2562 โดยจับกุมได้ในพื้นที่มหาสารคามและสมุทรสาคร

กรณีที่ 5 แอบอ้างว่าเป็นลูกสาวประธานาธิบดีจีน นำหมายค้นเข้าตรวจยึดอุปกรณ์ได้ในบ้านพักพื้นที่สุราษฎร์ธานี

กรณีที่ 6 “ข่าวแม่น้ำโขงแห้ง ปลาสูญพันธุ์” นำหมายค้นเข้าตรวจบ้านพักที่นนทบุรี และนำตัวมาดำเนินคดีตามมาตรา 14(2) พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

กรณีที่ 7 หลอกขายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า นำหมายค้นลงพื้นที่โกดังสินค้าที่สระแก้ว และชลบุรียึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายจำนวนมาก และสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดซึ่งเป็นชาวต่างชาติมาดำเนินคดี

กรณีที่ 8 แอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรี หลอกขายของออนไลน์ ซึ่งกระทำการมาแล้ว 4 เดือน มูลค่าความเสียหายนับแสนบาท โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1328/2562

กรณีที่ 9 “เพจเฟซบุ๊ก รับสมัครนักรบล้มล้างการปกครอง” โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านพักย่านเมืองทองธานี ผู้กระทำผิดยอมรับว่ากระทำจรง จึงได้ดำเนินคดี ตามมาตรา 14(3) พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา

Previous articleสัมผัสประสบการณ์และเรื่องเล่าจากการเดินทางของ “Janesuda” สะท้อนวัฒนธรรมอันล้ำค่าผ่านงานดีไซน์สุดชิคกับคอลเลคชั่น “Janesuda the northern heights”
Next articleนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์…รักษ์โลกแบบลงตัว