‘รัสมี อีสานโซล’ สะท้อนวิกฤตศิลปินไร้ค่าย สวมรอยด้วย AI ภัยคุกคามใหม่คนทำเพลง
ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัลกำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนทำงานสร้างสรรค์อย่างหนัก เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด ทั้งการสวมรอย แอบอ้าง และฉกฉวยตัวตนของศิลปินเพื่อผลประโยชน์ ดังเช่นกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ ‘รัสมี เวระนะ’ หรือ ‘รัสมี อีสานโซล’ (Rasmee Isan Soul) ศิลปินอาชีพผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงโซลผสมผสานดนตรีอีสาน
ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงบั่นทอนจิตใจคนทำเพลงจนหมดพลังในการสร้างสรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงช่องโหว่ทางกฎหมายไทย การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ครอบคลุม ตลอดจนความหละหลวมของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง YouTube ที่ปล่อยให้ศิลปินอิสระต้องแบกรับภาระแก้ไขปัญหาเพียงลำพัง
เปิดกลโกง AI สวมรอย ก่อนเสียงสะท้อนจากศิลปิน
จากกรณีศึกษาที่ Thai PBS Verify เคยเปิดเผยถึงพฤติกรรมของมิจฉาชีพยุค AI ที่ไม่ได้ระบาดเฉพาะกรณีของ ‘เนเน่ รอยัล’ ศิลปินเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกรณีของ ‘รัสมี อีสานโซล’ โดยมิจฉาชีพมีรูปแบบการกระทำที่จงใจล่อลวงผู้ฟังอย่างชัดเจน ผ่านเทคนิคการสวมรอยตัวตน ดังนี้
1. สวมรอยชื่อและตัวตน : จงใจใช้ชื่อจริง-นามสกุลจริงภาษาไทยของรัสมีในแฮชแท็กและคำอธิบายช่อง ส่วนชื่อภาษาอังกฤษใช้วิธีสะกดเลียนแบบโดยตัดตัวอักษรบางตัวออก (เช่น ตัดตัว ‘A’) พร้อมใช้ฟอนต์และภาพประกอบที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ระบบค้นหา (Search Engine) และระบบแนะนำเพลย์ลิสต์ (Suggest) ของ YouTube ดึงช่องปลอมขึ้นมาแสดงผลก่อนช่องจริง
2. ใช้ AI เจนเพลงปั่นวิว : สร้างเพลงด้วยระบบ AI (AI-Generated) ปริมาณมากอัพโหลดลงช่อง เพื่อดักยอดวิวและสร้างรายได้ โดยอาศัยชื่อเสียงของศิลปินตัวจริง
ล่าสุด รัสมี เวระนะ ได้อัดคลิปวิดีโอระบายความในใจและเตือนภัยถึงวิกฤตการละเมิดสิทธิ์ที่ศิลปินอิสระกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
สวัสดีค่ะ คลิปนี้จะมาพูดฝากถึงคนที่อยู่หลังบ้านและทำ AI แล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะคะ เราไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการใช้ AI แต่การใช้ AI แบบผิด ๆ มันแย่ต่อจิตใจของศิลปิน ตอนนี้แป้งแทบไม่อยากแม้แต่จะไปร้องเพลงหรือทำอะไรเลย เพราะมันกระทบจิตใจมาก โพสต์ที่แล้วที่เพิ่งโพสต์ไปและทุกคนช่วยกันแชร์ รู้สึกว่ากระเตื้องขึ้นเหมือนกันในเรื่องของการละเมิดสิทธิ”
ไม่ได้ขโมยเนื้อ-ทำนอง แต่ “ฉกฉวยตัวตน” ช่องโหว่ที่ทำอะไรไม่ได้
ในอดีต การละเมิดลิขสิทธิ์ทางดนตรีมักเป็นการขโมยคำร้อง ทำนอง หรือนำไฟล์เสียงไปใช้ ซึ่งยังมีช่องทางโต้แย้งและสั่งลบได้ แต่ปัญหาสวมรอยในปัจจุบันคือการ “ลักไก่” หลีกเลี่ยงการขโมยผลงานโดยตรง แต่มุ่งสวมรอย Identity เพื่อดักผู้ฟัง
เกี่ยวกับคนทำ AI ที่นั่งอยู่หลังบ้านแล้วฉกฉวยเอาอะไรก็ไม่รู้ อย่างช่องแป้งเองก็เป็นช่องที่โดนละเมิด เพราะเราไม่ได้มีแหล่งจัดเก็บที่เป็นกิจลักษณะ เรียกว่าเป็นคนที่ทำเพลงแบบไร้ค่ายเหมือนแป้ง ก็อยากจะมาพูดในมุมนี้ว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าตอนนี้เหมือนที่โพสต์แจ้งไป ทุกคนช่วยกันรายงาน แต่ช่องก็ยังอยู่หน้าตาเฉยในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ยังไม่มีใครทำอะไรสักอย่างเลย ถ้าในลักษณะนี้เราทำอะไรได้บ้างคะ เราทำอะไรไม่ได้เลย เรามีแต่มานั่งรายงานให้คนหลังบ้านที่ไร้ตัวตนเหล่านี้ทำต่อไปเรื่อย ๆ”
รัสมีระบุเพิ่มเติมถึงความซับซ้อนของกลโกงที่กฎหมายและแพลตฟอร์มยังตามไม่ทัน
แค่อยากจะฝากตรงนี้ว่า อย่างของแป้งเขาไม่ได้ขโมยคำร้องและทำนอง ซึ่งแป้งเคยเจอการขโมยคำร้องและทำนองไปในช่วงก่อนหน้านั้น เราเข้าไปโต้แย้งและเข้าไปลบช่องได้ แต่ที่มากมายไปกว่านั้นตอนนี้คือ มีการใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงที่คล้ายคลึงกันมาก ๆ แต่ก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราทำอะไรไม่ได้ วันนี้เพิ่งเจอช่องที่ใช้ฟอนต์ตัวหนังสือคล้าย ๆ กัน แล้วเวลาไปเสิร์ชหาของแป้ง ก็จะเจอช่องนี้พ็อปขึ้นมาก่อนเลย เราจะทำอะไรได้บ้าง จัดการอะไรได้บ้าง”
เสียงร้องถึงกรมทรัพย์สินทางปัญญา ศิลปินไร้ค่ายจะอยู่อย่างไร ?
จุดสำคัญของปัญหานี้ คือความเหลื่อมล้ำในการได้รับการคุ้มครองสิทธิ ระหว่างศิลปินในค่ายใหญ่ที่มีทีมงานและข้อตกลงดูแล กับศิลปินอิสระที่ต้องรับภาระจัดการปัญหาเพียงลำพัง
อยากฝากเรื่องนี้ไปถึงผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน แม้แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มันจะลุกลามไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่ทำอะไร แล้วคนตัวเล็ก ๆ อย่างแป้งที่เป็นศิลปินไม่มีค่าย เขาจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต ถ้าเป็นค่ายใหญ่ก็ยังโอเค เขามีการปกป้อง มีคนช่วยเหลือใช่ไหมคะ แต่อย่างของแป้ง รวมถึงกรณีน้อง ๆ ที่อยากทำ YouTube ต่อไปในอนาคตเราจะอยู่กันอย่างไร ถ้าการจัดเก็บ การดูแล การปกป้องสิทธิยังหละหลวม แจ้งไปแล้วทำอะไรไปแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้ ขนาดอยากเอาผิด แจ้งความ ดำเนินคดี ก็ทำได้ยากมาก”
แยกแยะการใช้ AI ไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี แต่คัดค้านการฉกฉวย
รัสมีชี้แจงชัดเจนว่าไม่ได้คัดค้านเทคโนโลยี AI แต่ตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ที่ใช้นวัตกรรมในทางที่ผิดและฉกฉวยประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้อื่น
แป้งอยากขอวิงวอนนะคะว่า ใช้ AI ได้ค่ะ แต่ถ้าใช้ AI ในทางที่ละเมิด ทำผิด และลักไก่แบบว่า ‘อันนี้เธอไม่ได้จดลิขสิทธิ์ใช่ไหม ฉันใช้เป็นชื่อคล้าย ๆ เธอก็ได้ หรือฟอนต์คล้าย ๆ เธอ’ และเป็นช่องแนะนำ (Suggest) จาก YouTube เป็นเพลย์ลิสต์ที่มาแปะอยู่กับเรา มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องรายได้หรอกนะคะ แต่มันเป็นการละเมิดที่น่าเกลียดมาก ๆ ซึ่งตอนนี้แป้งทำอะไรไม่ได้เลย โพสต์ไปแล้ว ทำทุกอย่างที่ทำได้ไปแล้ว แต่เรื่องก็ยังไม่จบ ยังอยู่ตรงนั้น”
เรียกร้องสังคมตระหนักรู้ ป้องกันมิจฉาชีพทำซ้ำ
การปล่อยให้มิจฉาชีพหลังบ้านลอยนวล จะทำให้เกิดการทำซ้ำกับศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวงการดนตรีในภาพรวม
ไม่รู้ว่าเราจะต้องสู้กับเรื่องนี้อีกนานแค่ไหน แต่ตอนนี้พูดได้เลยว่าอยากจะเอาผิด อยากจะรู้ตัวคนกระทำ เพราะถ้าสมมติว่าเราปล่อย แค่แจ้งแล้วเขาหายไป เขาก็ไปทำกับคนอื่นอยู่ดี เราไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับศิลปินคนไหน ไม่ว่าจะเป็นแป้งเองหรือใครก็ตาม ยังไงแป้งฝากด้วย แป้งมาอัดคลิปลงเพื่อที่จะให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ ว่ามันคือการละเมิดที่น่าเกลียดและเห็นแก่ตัวมาก ๆ ค่ะ”
กรณีของ ‘รัสมี อีสานโซล’ ชี้ให้เห็นว่า กรอบกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและมาตรการของแพลตฟอร์มในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมการสวมรอยตัวตนในยุค AI ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาครัฐและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องเร่งแก้ไข เพื่อไม่ให้ศิลปินอิสระต้องเสียโอกาสและหมดกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

คลิปที่มา https://www.facebook.com/share/v/1S9vAVct6w/