อ.สุทธิศักดิ์ ถอดรหัสภัยพิบัติ ‘เนปาล’ ชี้มวลน้ำมหาศาลส่อ ‘เขื่อนธรรมชาติแตก’
28 ส.ค. 2569 | 13:01น.
ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมปฐพี กาง 13 ข้อสังเกตวิเคราะห์เหตุน้ำท่วมฉับพลันเนปาล-ทิเบต เผยลักษณะมวลน้ำแรง-เร็วเหมือนเขื่อนพัง คาดเกิดจากธารน้ำแข็งถล่มทับลำธารจนเกิด Landslide Dam ก่อนแตกทะลัก ชี้เป็นภัยพิบัติแบบ Sunny Day Failure ที่ไร้สัญญาณเตือน
‘รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์‘ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปฐพีและการจัดการภัยพิบัติ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์ปรากฏการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่บริเวณทิเบต-เนปาล ระบุว่า
การแตกของ Glacier Lake ที่อาจจะรวมกับ Landslide Lake ด้านล่าง จาก Ice-Rock Avalanche หรือการยุบตัวของธารน้ำแข็งอย่างฉับพลัน
กรณีน้ำหลากขนาดใหญ่ที่เกิดที่ทิเบต-เนปาล
- ดูจากลักษณะมวลน้ำ ปริมาณน้ำ โดยเฉพาะมวลน้ำระลอกแรกที่สูง เป็นมวลใหญ่ แรงและเร็ว ลักษณะไม่เหมือนน้ำป่าไหลหลากทั่วไป
- ลักษณะการไหลของน้ำเหมือนเขื่อนแตก
- แต่ถ้าไม่มีเขื่อนที่ไหนแตก ที่เป็นไปได้คือการแตกของเขื่อนหรือทะเลสาบธรรมชาติ หรือการถล่มของธารน้ำแข็ง หรือที่แย่ที่สุดคือทั้งหมดประกอบกัน
- Landslide Dam คือ เขื่อนธรรมชาติ ที่เกิดจากการถล่มของภูเขาจากฝนตกหนักหรือจากแผ่นดินไหว โดยถล่มลงมาปิดร่องเขาตัว V และมีลำน้ำไหลอยู่ ในกรณีนี้เนื่องจากภูเขาด้านบนเป็นธารน้ำแข็งสูงชัน จึงเป็นไปได้ว่าเกิดการถล่มลงมาขวางร่องเขาที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง โดยมวลดินที่ถล่มนี้จะเป็นส่วนผสมของดิน หิน น้ำ และน้ำแข็ง
- มวลดินถล่มไหลลงมาปิดกั้นลำน้ำ กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติที่เรียกว่า “Landslide Dam”
- น้ำในลำธารที่เคยไหลได้ปกติก็ถูก Block และเริ่มสะสมตัว กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ (Landslide Lake) กรณีที่เขื่อนนี้อยู่ด้านล่างของธารน้ำแข็ง ก็จะรับน้ำที่ละลายลงมาจากธารน้ำแข็ง สะสมตัวกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Glacier Lake หรือทะเลสาบธารน้ำแข็ง
- แต่เขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากดินถล่มนี้ ไม่มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อนทางวิศวกรรมที่สร้างโดยมนุษย์ ไม่มีระบบกรอง ไม่ได้บดอัด ไม่มีอาคารระบายน้ำล้น
- Landslide Dam นี้ เมื่อสะสมน้ำเป็นปริมาณมากอาจจะเริ่มล้น หรือรั่ว เกิดพฤติกรรมเหมือนเขื่อนแตก ไม่มีการเตือนได้ล่วงหน้า และอาจจะอยู่บนภูเขาที่ห่างไกล สูง ที่สำคัญคือ อาจจะไม่ได้มีตำแหน่งเดียว แต่อาจจะมีหลาย ๆ เขื่อนแบบนี้ตามแนวร่องเขาเดียวกัน
- เมื่อ Landslide Dam แตก จะปล่อยมวลน้ำที่สะสมมหาศาลออกมา และในหลายกรณีคือแตกแบบพัดพาทั้งมวลที่ขวางอยู่ออกไป ทำให้เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่ สูง พลังงานมากเพราะไหลจากที่สูง ลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง หรืออาจจะเกิดการพิบัติต่อเนื่องสะสมของเขื่อนธรรมชาตินี้หลาย ๆ ตัวตามแนวลำน้ำเดียวกันสะสมเป็นมวลน้ำใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ (Cascade Failure)
- ปัจจัยกระตุ้นอีกประการที่เป็นไปได้คือการเกิดการถล่มอย่างฉับพลันของธารน้ำแข็ง (Glacier) หรือ มวลหินธารน้ำแข็ง (Ice-Rock Avalanche) ไหลลงมาใน Landslide Lake หรือ Glacier Lake นี้ ทำให้เกิดคลื่นมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลข้ามและพังทลาย Landslide Dam นี้ ปลดปล่อยมวลน้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งให้ทะลักออกมา (Glacier Lake Outburst Flood, GLOF)
- เนื่องจากการพิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดในระดับความสูงที่สูงมาก ดังนั้นการไหลลงมาของน้ำก็จะเพิ่มความเร็ว แรง มาก ๆ ยิ่งขึ้นเมื่อลงมาในพื้นที่ด้านล่าง
- ปกติแล้วในพื้นที่ภูเขาเช่นนี้ เมื่อเกิด Landslide Dam จากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จะต้องไประเบิด ไป Clear ไม่ให้มีการสะสมของน้ำ จนกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยู่สูงมาก ๆ ก็ลำบากที่จะไปดำเนินการ
- การแตกของ Landslide Dam หรือ Landslide Lake จะเกิดตอนไหนก็ได้ แม้กระทั่งวันที่แดดจ้า ฝนไม่ตก จึงเรียกการพิบัติแบบนี้ว่า “Sunny Day Failure”