เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
Politics ‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
Politics ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
Economic หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไทยเตรียมโชว์ Soft Power เกษตรที่ญี่ปุ่น เชื่อมภูมิปัญญา-เทคโนโลยี-ความยั่งยืน
Economic ไทยเตรียมโชว์ Soft Power เกษตรที่ญี่ปุ่น เชื่อมภูมิปัญญา-เทคโนโลยี-ความยั่งยืน
กสิกรไทยชู ‘Team of Thailand’ แก้โตเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขันติดท็อป 20 โลก
Finance กสิกรไทยชู ‘Team of Thailand’ แก้โตเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขันติดท็อป 20 โลก
ดูทั้งหมด

สภาผู้บริโภค จี้สอบไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ แฉช่องโหว่อนุญาตตึกหมื่น ตรม. เสี่ยงสวมสิทธิ์

31 ส.ค. 2569 | 20:53น.
ภาพจาก : กทม.

สภาผู้บริโภค ตั้งข้อสังเกตเหตุเพลิงไหม้อาคารขนาดใหญ่พิเศษคลองถมเซ็นเตอร์ ชี้ไม่ใช่แค่เรื่องระบบดับเพลิง แต่ส่อทุจริตขั้นตอนอนุญาต-ตรวจสอบการใช้จริง ชี้โครงสร้างเหล็กไร้ระบบพ่นกันไฟทำหักพละกำลังเร็ว พร้อมเสนอแยกอำนาจ “ผู้อนุมัติ-ผู้ตรวจสอบ” ดึงสภาวิชาชีพร่วมสแกนตึกสูงทั่วประเทศ

จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โตมากกว่า 10,000 ตารางเมตร จัดเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีร้านค้าจำนวนมากจัดวางกันอย่างแออัดอยู่ภายใน และเกิดเพลิงไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง สภาผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ได้สะท้อนเพียงปัญหามาตรฐานความปลอดภัยของอาคารเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่คำถามถึง ช่องโหว่ในกระบวนการอนุญาตและตรวจสอบอาคารที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริต โดยเฉพาะการอนุญาตให้ก่อสร้างและการเปิดใช้อาคาร การตรวจสอบโครงสร้างเหล็ก ระบบป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนการใช้จริงในพื้นที่ว่าเป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร และแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ อาคารดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างและเปิดใช้งานเป็นอาคารประเภทใด และสภาพการใช้งานจริงตรงตามแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เนื่องจากลักษณะอาคารเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแบ่งพื้นที่เป็นร้านค้าจำนวนมาก มีสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงวัสดุที่อาจเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดความหนาแน่นของผู้คนและสิ่งของภายในอาคาร

“เราต้องตั้งคำถามว่า อาคารแห่งนี้ได้รับการอนุญาต และผ่านการตรวจสอบสร้างมาได้อย่างไร จึงมีความแออัดหนาแน่นขนาดนี้ ที่ว่างหรือระยะร่นมีเพียงพอหรือไม่ มีการเตรียมการในเรื่องความปลอดภัยยามเกิดเหตุอัคคีภัยไว้อย่างไร และมีการก่อสร้างจัดการพื้นที่ใช้งานจริงเป็นไปตามที่ขออนุญาตไว้หรือเปล่า” นายก้องศักดิ์กล่าว

เปิดประเด็น “โครงสร้างเหล็ก” กับความปลอดภัยเมื่อเกิดไฟไหม้

นายก้องศักดิ์กล่าวต่อว่า อาคารที่ใช้โครงสร้างเหล็กมีข้อจำกัดด้านความทนไฟ เพราะเมื่อเหล็กได้รับความร้อนเป็นเวลานานจะสูญเสียกำลังและสามารถยุบตัวได้ ดังนั้น ตามหลักการออกแบบอาคารจึงต้องมีระบบป้องกันไฟสำหรับโครงสร้างเหล็ก โดยการทา เคลือบ หรือพ่นวัสดุป้องกันไฟบนโครงสร้างเหล็ก เพื่อช่วยหน่วงเวลาไม่ให้โครงสร้างสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

สำหรับวัสดุป้องกันไฟโครงสร้างเหล็กโดยทั่วไปมีทั้ง ชนิดสีสำหรับทา ซึ่งสามารถป้องกันไฟได้ประมาณ 1 – 3 ชั่วโมง และ ชนิดซีเมนต์กันไฟสำหรับพ่นหรือฉาบ ซึ่งสามารถป้องกันไฟได้ประมาณ 1 – 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิด ความหนา คุณภาพของวัสดุ และมาตรฐานการติดตั้ง โดยวัสดุประเภทซีเมนต์กันไฟอาจใช้เวอร์มิคูไลต์ (Vermiculite) เป็นส่วนผสมเพื่อช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการทนไฟ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลผลการตรวจสอบที่ออกข่าวในขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการทา เคลือบ หรือพ่นสารป้องกันไฟบนโครงสร้างเหล็กของอาคารดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อว่าอาคารได้รับการออกแบบ ก่อสร้าง ตรวจรับเปิดใช้อาคาร และมีการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ทั้งนี้ นายก้องศักดิ์อธิบายว่า แม้อาคารจะมีการติดตั้งวัสดุป้องกันไฟ แต่การป้องกันดังกล่าวย่อมมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา ที่ไม่สามารถทนต่อการถูกเพลิงไหม้เป็นเวลานานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะกรณีที่เกิดเพลิงไหม้เป็นวงกว้าง และกินเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมง การป้องกันไฟจึงมีหน้าที่สำคัญในการ หน่วงเวลาการสูญเสียกำลังของโครงสร้าง เพื่อให้มีเวลาอพยพและเข้าควบคุมเหตุ

รื้อระบบตรวจสอบ ตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงเปิดใช้งาน

นายก้องศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกมองเฉพาะเรื่องการดับเพลิง แต่ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง การควบคุมระหว่างก่อสร้าง การตรวจสอบก่อนเปิดใช้อาคาร และการตรวจสอบอาคารระหว่างการใช้งาน

โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ที่มีประชาชนเข้าไปใช้งานเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะตามรอบที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพอาคารและระบบความปลอดภัยยังเป็นไปตามมาตรฐาน

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ระบบปัจจุบันที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กลุ่มเดียวมีบทบาททั้งด้านการอนุมัติและตรวจสอบ จนอาจทำให้เกิดช่องโหว่ในการกำกับดูแล จากหน่วยงานวิชาชีพ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและชุมชน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบจากหลายฝ่ายที่มีความละเอียดรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส เพื่อให้ความปลอดภัยในการใช้งานในอาคารทุกประเภท โดยเฉพาะอาคารที่มีประชาชนเข้าไปใช้งานกันเป็นจำนวนมาก

ก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี
ก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี

เสนอแยกบทบาท ผู้อนุมัติ – ตรวจสอบอาคาร

นายก้องศักดิ์ระบุว่า กรณีอาคารที่มีการใช้งานหนาแน่นหรือมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากเดิม จำเป็นต้องตรวจสอบว่าการใช้พื้นที่ยังอยู่ภายใต้ประเภทอาคารและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เพราะการนำพื้นที่ขนาดใหญ่มาแบ่งเป็นร้านค้าจำนวนมาก อาจทำให้สภาพการใช้งานจริงแตกต่างจากการออกแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเรื่องจำนวนผู้ใช้อาคาร ทางหนีไฟ ความหนาแน่นของสินค้า ระบบดับเพลิง และความปลอดภัยโดยรวม

“คำถามง่าย ๆ คือ อาคารในลักษณะที่น่าสงสัยว่า มีการสร้างขึ้นมาและใช้งานอย่างไม่ถูกต้องรูปแบบนี้ สามารถสร้างมาได้อย่างไร ทำไมไม่ถูกจัดการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงคำถามอื่นๆอีกมากมาย ที่ล้วนโยงไปถึงเรื่องความโปร่งใสในการอนุมัติ และการตรวจสอบทั้งสิ้น” นายก้องศักดิ์กล่าว

เขากล่าวอีกว่า ปัญหาอาคารที่สร้างขึ้นมา และเปิดใช้งานกันอย่างผิดกฎหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาคารประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่กำลังเกิดขึ้นในอาคารทุกประเภท ทั้งอาคารพักอาศัย อาคารพาณิชย์ สถานบริการ สถานประกอบการประเภทต่างๆ โรงงาน ฯลฯ ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจาก กระบวนการอนุมัติ และการตรวจสอบที่ไม่มีประสิทธิภาพ และขาดความโปร่งใส ใช่หรือไม่

ดังนั้น สิ่งที่สภาผู้บริโภคขอนำเสนอคือ ต้องแยกบทบาทการอนุมัติ และการตรวจสอบ ด้วยการพิจารณาเพิ่มกลไกการตรวจสอบเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระจากเจ้าหน้าที่กลุ่มเดิม เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ และสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติ โดยให้เพิ่มการมีส่วนร่วมของหน่วยงานวิชาชีพและภาคประชาชนแทรกเข้าไปในขั้นตอนการตรวจสอบ และ ต้องมีผู้รับผิดชอบเมื่อพบการฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารไม่ได้หยุดอยู่เพียงการออกใบอนุญาต แต่ต้องคุ้มครองความ ปลอดภัยของประชาชนตลอดอายุการใช้งานอาคาร

“เรื่องทั้งหมดคือ การอนุมัติและตรวจสอบ ถ้าอนุมัติ และตรวจสอบการใช้งานจริงด้วยความถูกต้องตรงตามแบบที่ได้ขออนุญาตไว้จริง ๆ โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพ ความปลอดภัย ตามกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายประกอบการประกอบกิจกรรมใดๆในทุกประเภท เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดน้อยมาก” นายก้องศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย