เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
News ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
Economic น้ำท่วมปี’69 ราคาสินค้ายังไม่พุ่ง ‘สนค.’ ชี้เสี่ยงซ้ำเติมรายได้-เงินออมประชาชน
ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
Business ตระกูลเวสตัน ทุ่ม 8.9 พันล้านเหรียญ ซื้อ Boots จ่อปิดดีลต้นปี 2027
สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
Business สยามพิวรรธน์ จัด 3 บิ๊กอีเวนต์รับงานประชุม IMF–World Bank
ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Economic ดีบีดีเปิดปฏิบัติการ ‘ยุทธรัฐ’ ปูพรม 3 จุดกลางกรุง พบ 33 บริษัทเสี่ยงนอมินี
Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
Tech Google ใจป๋า แจก Gemini Enterprise ฟรี ผ่าน AiPASS 2.0 แต่ต้องเรียน
สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
Finance สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
Tech หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
News ‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
ดูทั้งหมด

ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ

09 ต.ค. 2569 | 14:42น.

สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA) เผย คนไทยรับข่าวสารจากครีเอเตอร์มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และซื้อสินค้าตามครีเอเตอร์ติดท็อป 5 ของโลก แต่ยังขาดมาตรฐานกลางกำกับดูแล เร่งจัดทำแนวปฏิบัติครอบคลุมการผลิตเนื้อหาและโฆษณา ตั้งเป้าเผยแพร่ฉบับสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569 ก่อนผลักดันการใช้งานจริงในปีหน้า

ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนรับชมข่าวสารผ่านครีเอเตอร์มากเป็นอันดับ 1 ของโลก มากกว่าการรับข่าวสารจากสื่อ

ขณะที่พฤติกรรมการซื้อสินค้าตามคำแนะนำของครีเอเตอร์ยังอยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกของโลก นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ในประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีแนวปฏิบัติกลางที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิตเนื้อหาและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่มีการออกแนวปฏิบัติและจรรยาบรรณให้ปฎิบัติตามแล้ว และจะเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี 2570

แม้ครีเอเตอร์จะมีอิทธิพลต่อการรับรู้ข่าวสารและการตัดสินใจซื้อสินค้าของประชาชนมากขึ้น แต่ประเทศไทยกลับขาดมาตรฐานกลางที่ทุกฝ่ายสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ ส่งผลให้ผู้ผลิตเนื้อหาแต่ละรายต้องพิจารณาด้วยตนเองว่าเนื้อหาประเภทใดสามารถเผยแพร่ได้ และการโฆษณาสินค้าประเภทใดอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย

ยกตัวอย่างผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นประกอบอาชีพครีเอเตอร์และต้องการผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารหรือยา รวมถึงการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาจไม่ทราบว่าควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาความถูกต้องของเนื้อหา หรือมีข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างไรบ้าง

เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อให้ครีเอเตอร์โฆษณาสินค้า ผู้ผลิตเนื้อหาอาจไม่ทราบว่าการนำเสนอรูปแบบใดสามารถทำได้ หรือรูปแบบใดเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย

เมื่อไม่มีแนวปฏิบัติกลางให้ยึดถือ ผู้ประกอบอาชีพครีเอเตอร์จึงต้องอาศัยการสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อกำหนดและข้อจำกัดต่าง ๆ

วางกติกาใหม่ แยกบทบาทนักข่าวกับครีเอเตอร์

อีกประเด็นสำคัญคือการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวและครีเอเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบการทำงานใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตข่าวและเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์

กล้า ตั้งสุวรรณ อุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สาธารณะ ระบุว่า แม้ทั้งสองกลุ่มจะทำหน้าที่ผลิตเนื้อหาเช่นเดียวกัน แต่มีสถานะและแนวปฏิบัติทางวิชาชีพแตกต่างกัน

นักข่าวมีระบบบรรณาธิการและองค์กรสื่อรองรับ ขณะที่ครีเอเตอร์จำนวนมากผลิตและเผยแพร่เนื้อหาผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม

สมาคมจึงเตรียมผลักดันแนวทางปฏิบัติที่กำหนดสถานะของทั้งสองกลุ่มให้ชัดเจน รวมถึงหลักเกณฑ์การนำผลงาน ภาพข่าว และคลิปวิดีโอของผู้อื่นไปใช้ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์

ที่ผ่านมา สมาคมได้หารือกับองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อศึกษาแนวทางด้านจริยธรรมและการใช้เนื้อหาร่วมกัน โดยต้องการให้ครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับข่าวเข้าใจหลักการทำงานของสื่อมวลชนมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้แยกประเภทการลงทะเบียนระหว่างนักข่าวและครีเอเตอร์ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานกีฬาและกิจกรรมระดับนานาชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทและขอบเขตการทำงานที่แตกต่างกัน

เร่งสร้างมาตรฐานกลาง ไม่ใช่กฎหมายใหม่

นายกสมาคมอธิบายว่า แนวทางที่กำลังจัดทำไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมหรือจำกัดการทำงานของครีเอเตอร์ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานกลางและแนวปฏิบัติ หรือ Guideline ให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้

โดยเปรียบเทียบกับระบบโรงเรียนที่มีทั้งกฎระเบียบซึ่งกำหนดข้อบังคับ และมาตรฐานที่ระบุถึงแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ซึ่งทั้งสองส่วนมีบทบาทแตกต่างกัน

เนื่องจากสมาคมไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลหรือลงโทษผู้กระทำผิด จึงไม่สามารถบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวในลักษณะเดียวกับหน่วยงานภาครัฐได้

อย่างไรก็ตาม การจัดทำมาตรฐานกลางจะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข สามารถนำแนวทางที่จัดทำขึ้นไปใช้ประกอบการกำกับดูแลในอนาคตได้ หากมีความประสงค์จะกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับผู้ผลิตเนื้อหา

เป้าหมายคือการรวบรวมหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเนื้อหาแต่ละประเภทไว้ในมาตรฐานเดียว เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถตรวจสอบได้ว่าเนื้อหาที่ต้องการผลิตอยู่ภายใต้ข้อกำหนดใด และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

เข้าร่วมเป็นสมาชิกและสิทธิครอบคลุมเอเจนซี่โฆษณาและสถาบันการศึกษา

มาตรฐานกลางมุ่งเน้นครอบคลุมไปถึงภาคธุรกิจโฆษณา บริษัทเอเจนซี่ และสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมครีเอเตอร์

ผู้แทนสมาคมระบุว่า ปัจจุบันบริษัทโฆษณาและเอเจนซี่จำนวนหนึ่งยังไม่มีหลักเกณฑ์กลางสำหรับใช้ประเมินว่าครีเอเตอร์ที่ต้องการว่าจ้างมีแนวทางการทำงานสอดคล้องกับข้อกำหนดหรือไม่ รวมถึงเนื้อหาที่ผลิตขึ้นอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายมากน้อยเพียงใด

การมีมาตรฐานกลางจึงจะช่วยให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือกครีเอเตอร์และกำหนดขอบเขตการทำงานได้ชัดเจนขึ้น

ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาและอาจารย์ผู้สอนก็สามารถนำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปใช้เป็นกรอบในการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมาตรฐานวิชาชีพและข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเนื้อหาดิจิทัล

สมาคมมองว่าการมีมาตรฐานที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน จะช่วยลดความสับสนและสร้างแนวทางการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ทั้งสำหรับครีเอเตอร์ ผู้ว่าจ้าง และผู้ที่กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรม

ตั้งเป้าเผยแพร่ แนวปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณคอนเทนตครีเอเตอร์
ภายในสิ้นปี 2569

สำหรับความคืบหน้าของการจัดทำมาตรฐาน สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ เผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 80% โดยเนื้อหาที่จัดทำขึ้นผ่านการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายฝ่าย

สมาคมมีเป้าหมายที่จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการหารือครั้งล่าสุดไปปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนจัดทำเป็นเอกสาร PDF เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางของสมาคมภายในสิ้นปี 2569

หลังจากนั้นจะผลักดันให้ปี 2570 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยประสานความร่วมมือกับสมาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการศึกษา เพื่อขยายการรับรู้และส่งเสริมการนำแนวปฏิบัติไปใช้ในวงกว้าง

ทั้งนี้ การเผยแพร่แนวปฏิบัติไม่ได้หมายความว่าจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายทันที เนื่องจากสมาคมไม่มีอำนาจกำกับดูแลตามกฎหมายโดยตรง

กฎหมายมีอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้ยังเป็นปัญหา

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการสัมภาษณ์ คือช่องว่างระหว่างข้อกำหนดทางกฎหมายกับการบังคับใช้จริง โดยเฉพาะการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์แห่งประเทศไทยตั้งข้อสังเกตว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับการโฆษณาและการเชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังพบเพจหรือช่องทางออนไลน์ที่เผยแพร่เนื้อหาในลักษณะดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย

อุปนายกมองว่า การสร้างมาตรฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดกลไกกำกับดูแลและการดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อมีข้อกำหนดแต่ไม่มีการตรวจสอบหรือดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน มาตรการที่กำหนดไว้ก็อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ สมาคมจึงมีการหารือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และตำรวจไซเบอร์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศของครีเอเตอร์

ครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างเนื้อหา แต่ยังตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์

อุปนายกชี้ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์สร้างความเสี่ยงกับผู้บริโภค และครีเอเตอร์เองก็สามารถตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ได้เช่นกัน

โดยเฉพาะปัญหาการหลอกลวงออนไลน์และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการนำเนื้อหาหรือตัวตนของครีเอเตอร์ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตเนื้อหาและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากเงินที่ถูกหลอกลวงอาจไหลออกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ และสร้างความเสียหายให้แก่ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย

ดังนั้น การกำหนดแนวทางสำหรับอุตสาหกรรมครีเอเตอร์จึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งด้านความรับผิดชอบของผู้ผลิตเนื้อหา การคุ้มครองผู้บริโภค และการป้องกันไม่ให้ครีเอเตอร์ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำผิดบนโลกออนไลน์

การจัดทำมาตรฐานกลางในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายให้ครีเอเตอร์ ภาคธุรกิจโฆษณา สถาบันการศึกษา และหน่วยงานกำกับดูแล มีแนวทางอ้างอิงร่วมกัน โดยสมาคมเตรียมเผยแพร่เอกสารภายในสิ้นปี 2569 ก่อนเดินหน้าผลักดันการใช้งานในปี 2570

National Platform เห็นด้วยหรือไม่

ในประเด็นความมั่นคงทางอาชีพ ตัวแทนสมาคมยอมรับว่าครีเอเตอร์ไทยยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย รูปแบบธุรกิจ และความนิยมของผู้ใช้งาน

เมื่อถามว่า หากประเทศไทยมีสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยโดยเฉพาะ เห็นด้วยหรือไม่

อิสระ ฮาตะ อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ เผยว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะต้องเกริ่นก่อนว่าตนอยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆของวิชาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทย การมี National Streaming Platorm อาจไปจำกัดเนื้อหาไม่ให้ไปสู่ Global เพราะต้องมองในมุมที่ ต่างชาติตีตลาดผู้เสพคอนเทนต์ในไทยได้ เพราะเหล่านี้ล้วนใช้ Global แพลตฟอร์มทั้งนั้น ครีเอเตอร์ไทยเองก็ควรไปตีตลาดโลกได้ด้วย Global Streaming Platform เช่นกัน

อุปนายกมองว่าอาชีพครีเอเตอร์ไม่ได้ผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เนื่องจากคุณค่าหลักของอาชีพอยู่ที่ทักษะการผลิตเนื้อหาและความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนจากโซเชียลมีเดียไปเป็นปัญญาประดิษฐ์ อวตาร หรือแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ก็ตาม

สำหรับแนวทางลดความเสี่ยง ตัวแทนสมาคมเสนอให้ครีเอเตอร์กระจายแหล่งรายได้ออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การจัดกิจกรรมพบปะแฟนคลับ การจำหน่ายสินค้า และกิจกรรมออฟไลน์ ซึ่งสามารถช่วยลดการพึ่งพารายได้จากยอดรับชมและโฆษณาเพียงอย่างเดียว

ทางด้านนายกเสนอว่า หากจะพัฒนาแพลตฟอร์มไทย ควรเริ่มต้นจากชุมชนผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม เช่น การ์ตูน แอนิเมชัน หรือกลุ่มแฟนคลับ ก่อนขยายไปยังตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยยกตัวอย่างแพลตฟอร์มเฉพาะทางในประเทศญี่ปุ่นที่เติบโตจากการรวมตัวของชุมชนผู้สนใจเนื้อหาประเภทเดียวกัน

ทั้งนี้ แนวคิด National Platform ยังอยู่ในระดับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ใช่โครงการที่มีข้อสรุปหรือแผนดำเนินงานอย่างเป็นทางการ

สมาคมยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนามาตรฐานกลางและผลักดันการยอมรับอาชีพครีเอเตอร์ในระยะต่อไป โดยมองว่าการสร้างกติกาที่ชัดเจนจะช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคม

ดันอาชีพครีเอเตอร์เข้าระบบ หนุนสิทธิกู้บ้าน-ผ่อนรถ รับเศรษฐกิจ 4.5 หมื่นล้าน

สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ฯ เดินหน้าจัดทำมาตรฐานกลาง 4 กลุ่มเสี่ยง หวังยกระดับจริยธรรมคอนเทนต์และการโฆษณา พร้อมผลักดันอาชีพครีเอเตอร์ให้ได้รับการยอมรับในระบบราชการ เข้าถึงสินเชื่อและสิทธิแรงงาน หลังประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ 45,000 ล้านบาท

อุปนายกเผยแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของไทยว่า ปัจจุบันอาชีพครีเอเตอร์มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสื่อสาร การโฆษณา การค้าออนไลน์ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังขาดมาตรฐานกลางที่ใช้ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบอาชีพ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจ

สมาคมจึงเดินหน้าจัดทำแนวปฏิบัติกลางสำหรับครีเอเตอร์ เพื่อกำหนดกรอบการทำงานที่เหมาะสม โดยเฉพาะการผลิตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและสังคมในวงกว้าง

ทั้งนี้ สมาคมให้ความสำคัญกับเนื้อหา 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การเงินและการลงทุน แม่และเด็ก อาหารและยา และสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สิทธิผู้บริโภค และความน่าเชื่อถือของข้อมูล

นายกสมาคมระบุว่า การจัดทำมาตรฐานดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมหรือจำกัดเสรีภาพของครีเอเตอร์ แต่ต้องการสร้างแนวปฏิบัติร่วมกัน หลังพบว่าหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่งมีข้อกำหนดแตกต่างกัน ขณะที่ครีเอเตอร์จำนวนมากอาจยังไม่เข้าใจกฎหมายและข้อจำกัดของการนำเสนอเนื้อหาในแต่ละประเภท

ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง รวมถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ

เปิดแผน 2 ระยะ ดันครีเอเตอร์เข้าระบบอาชีพ

สำหรับแผนการดำเนินงาน สมาคมแบ่งแนวทางออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกมุ่งสร้างมาตรฐานกลางสำหรับอุตสาหกรรม เพื่อให้ครีเอเตอร์ เอเจนซี่โฆษณา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นเกณฑ์เดียวกัน

สมาคมเสนอให้ภาคธุรกิจนำมาตรฐานดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาว่าจ้างครีเอเตอร์ รวมถึงใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลในอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตเนื้อหาที่ปฏิบัติตามแนวทางอย่างเหมาะสม

ส่วนระยะที่สองจะมุ่งผลักดันสถานะทางอาชีพของครีเอเตอร์ให้ได้รับการยอมรับในระบบราชการและภาคการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะการระบุอาชีพ Content Creator ในเอกสารทางราชการ การเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและรถยนต์ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ด้านแรงงานและภาษี

ครีเอเตอร์มีลักษณะการทำงานแตกต่างจากลูกจ้างประจำและฟรีแลนซ์ทั่วไป เนื่องจากสามารถมีรายได้ต่อเนื่องจากแพลตฟอร์ม เช่น YouTube แต่รายได้ในแต่ละเดือนอาจไม่เท่ากัน และไม่มีนายจ้างในรูปแบบเดียวกับการจ้างงานปกติ

สมาคมจึงได้หารือกับกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับแนวทางดูแลแรงงานกึ่งอิสระ หรือ Gig Worker ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอาชีพอื่น เช่น พนักงานส่งอาหารและแม่บ้านที่รับงานผ่านแพลตฟอร์ม โดยมองว่าครีเอเตอร์ควรได้รับการพิจารณาในระบบดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านภาษีที่ต้องผลักดัน เนื่องจากระบบการจัดประเภทอาชีพและกิจกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลบางส่วนยังไม่ได้รองรับครีเอเตอร์โดยเฉพาะ

ตัวแทนสมาคมยกตัวอย่างการหารือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ว่า แม้จะมีการจัดหมวดกิจกรรมเกี่ยวกับแอนิเมชันและเกม แต่ยังไม่มีหมวดครีเอเตอร์ที่ชัดเจน จึงต้องสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมสรรพากร เพื่อพิจารณาแนวทางการหักค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน

สำหรับการขับเคลื่อนระยะที่สอง คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 ปี และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากสมาคมไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขด้านภาษีหรือสิทธิแรงงานได้เอง

ชี้เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยมูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท

อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 45,000 ล้านบาท และเป็นกิจกรรมที่สร้างการหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ จึงเห็นว่าภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ตัวแทนสมาคมระบุระหว่างการสัมภาษณ์ โดยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดวิธีคำนวณหรือช่วงเวลาที่ใช้ประเมิน

สมาคมมองว่าการพัฒนาอาชีพครีเอเตอร์ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสร้างรายได้จากการโฆษณาหรือยอดรับชม แต่ต้องครอบคลุมการพัฒนาทักษะ การสร้างความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับผู้ประกอบอาชีพอื่น