เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดประเมินความเสียหายถึงบ้าน กันจ่ายเงินผิดพลาด
News กทม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดประเมินความเสียหายถึงบ้าน กันจ่ายเงินผิดพลาด
เปิดมาตรการชุดใหญ่ เยียวยา-ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569
Finance เปิดมาตรการชุดใหญ่ เยียวยา-ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569
ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ  กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
Economic ตึงเครียดตะวันออกกลางพ่นพิษ กบน. เคาะขึ้นเบนซิน-ดีเซล B7 ลิตรละ 60 สต. มีผล 21 ต.ค.นี้
EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
Finance EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
Finance KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
Tech เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
ดูทั้งหมด

กทม. เคาะเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดประเมินความเสียหายถึงบ้าน กันจ่ายเงินผิดพลาด

20 ต.ค. 2569 | 20:52น.

กทม. อนุมัติเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% จาก 1 ล้านราย เตรียมส่ง SMS นัดล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสียหายถึงบ้าน

นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้วประมาณ 1 ล้านราย โดย กทม. ดำเนินการพิจารณาและอนุมัติแล้วประมาณเกือบ 40% ของคำร้องทั้งหมด และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเร่งความคืบหน้าได้ถึง 70%

เนื่องจากจำนวนคำร้องที่ยื่นเข้ามาเริ่มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตและหน่วยงานส่วนกลางของ กทม. ได้ระดมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สนับสนุนการตรวจสอบ เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีความล่าช้าในบางคำร้องที่ไม่ชัดเจนและต้องมีการตรวจสอบ

แบ่งคำร้อง 3 กลุ่มตามสถานะการตรวจสอบ

ปัจจุบันคำร้องแบ่งตามสถานะการตรวจสอบเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มสีเขียว เป็นคำร้องที่ผู้ร้องระบุผลกระทบตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลของ กทม. สามารถพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ขณะนี้ทุกเขตดำเนินการในกลุ่มนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ในกลุ่มนี้ มีจำนวนหนึ่งที่การระบุการขอรับการเยียวยาของแอพทางรัฐไม่ตรงตามข้อมูลในระบบ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมบ้าง อาจจจะมีที่ล่าช้ากว่าในกลุ่มเดียวกัน
  • กลุ่มสีเหลือง เป็นคำร้องที่ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม เช่น หลักฐานความเสียหายในพื้นที่ไม่ชัดเจนตามการระบุผลกระทบของผู้ร้อง สิทธิในการรับความช่วยเหลือ การอยู่อาศัยจริง จำนวนครัวเรือน และมีข้อโต้แย้ง มีสัดส่วนประมาณ 60% ของคำร้องทั้งหมด และเป็นกลุ่มหลักที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ
  • กลุ่มสีแดง เป็นกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขการรับความช่วยเหลือ เช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักราชการ มีสัดส่วนประมาณ 10% ของคำร้องทั้งหมด ซึ่งเริ่มมีการอุทธรณ์

ตรวจสอบสิทธิรอบคอบ เตือนจงใจยื่นข้อมูลเท็จดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้การตรวจสอบคำร้องในกรุงเทพมหานครมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากรูปแบบที่อยู่อาศัยมีความหลากหลาย ทั้งอาคารชุด แฟลต ห้องเช่า การเช่าช่วง บ้านในหมู่บ้านจัดสรร ตลอดจนบ้านเลขที่เดียวกันที่มีอาคารหรือครัวเรือนแยกจากกัน ทำให้การพิจารณาต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ทั้งสิทธิในการรับความช่วยเหลือ จำนวนครัวเรือน และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง บางกรณีจำเป็นต้องขอเอกสารเพิ่มเติมหรือส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ จึงไม่สามารถพิจารณาจากข้อมูลเพียงอย่างเดียวได้

ยังมีกรณีที่ข้อมูลความเสียหายที่แจ้งไว้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือผู้ยื่นคำร้องหรือผู้รับรองการอยู่อาศัยเข้าใจหลักเกณฑ์คลาดเคลื่อน เช่น ผู้ดูแลอาคารลงนามรับรองแทนเจ้าของอาคาร หากเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนา ประชาชนสามารถชี้แจง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม หรือขอให้พิจารณาทบทวนผ่านกระบวนการอุทธรณ์ของ กทม. ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน

สำหรับกรณีที่เพจ “สายไหมต้องรอด” ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเคสอาคารเช่าที่มีการแจ้งจำนวนห้องเกินจริง เช่น อาศัยจริง 20-30 ห้อง แต่ยื่นขอถึง 100 ห้องนั้น รองผู้ว่าฯ ทวิดา ระบุว่า ยินดีรับข้อมูลและเอกสารหลักฐานจากทางเพจ เพื่อส่งให้สำนักงานเขตตรวจสอบและส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงหน้างาน

อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่ามีการจงใจปลอมแปลงเอกสาร สวมสิทธิ หรือแจ้งจำนวนห้องเช่าเกินจริง กทม. จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ได้รับเงินไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าไม่เข้าเงื่อนไข จะต้องดำเนินการคืนเงินตามขั้นตอนที่กำหนด

เตรียมส่ง SMS แจ้งนัดลงพื้นที่ ยืนยันตรวจสอบ 2 ขั้นตอนในระบบ-หน้างาน

ในส่วนของคำร้องที่ต้องลงพื้นที่ประเมินความเสียหายจริง กทม. จะเร่งดำเนินการตามลำดับ โดยได้พัฒนาระบบนัดหมายเพื่อแจ้งประชาชนล่วงหน้าผ่าน SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในระบบ claim.bangkok.go.th

เพื่อให้ประชาชนทราบกำหนดการตรวจประเมินและสามารถวางแผนอยู่รอรับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ได้ คาดว่าจะเริ่มทยอยส่งการนัดหมายและลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22-23 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความพร้อมของระบบและประชาชนในพื้นที่

กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด 2 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการคัดกรองข้อมูลในระบบหลังบ้าน ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจประเมินหน้างาน ทั้งกรณีที่ต้องประเมินความเสียหายจริงและกรณีที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง ลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินผิดพลาด ทั้งนี้ คำร้องแต่ละประเภทมีขั้นตอนการตรวจสอบแตกต่างกัน จึงอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน

ย้ำขยายเวลายื่นถึง 30 พ.ย. เพิ่มช่องทางออนไลน์ คิวหน้าเขตเริ่มคลี่คลาย

ทั้งนี้ กทม. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยออกไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.25 69 โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านสำนักงานเขต แอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อให้มีเวลาเตรียมเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วน

นอกจากนี้ หลายสำนักงานเขตได้เปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนส่งภาพถ่ายและเอกสารผ่านอีเมลหรือ LINE OA ของสำนักงานเขต ช่วยลดภาระการเดินทางและค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์เอกสาร รวมทั้งเพิ่มจุดบริการและคอมพิวเตอร์ในเขตที่มีผู้ยื่นคำร้องหนาแน่น เช่น สายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ส่งผลให้สถานการณ์คิวที่เคยหนาแน่นในช่วงเช้ามืดเริ่มคลี่คลายลงอย่างมาก ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเดินทางมารอคิวตั้งแต่เช้า และสามารถทยอยมาติดต่อได้ตามความสะดวก