เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
Politics ‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
Tech ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
Economic ‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
Business ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
Finance ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
ดูทั้งหมด

Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด

23 ต.ค. 2569 | 08:11น.

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา Thai PBS (ไทยพีบีเอส) สื่อสาธารณะของไทย เป็นที่ถกเถียงและตั้งคำถามอย่างมากในเรื่องของการจัดการงบประมาณที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงหลายรายการ และถูก สตง. ตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างและค่าตอบแทนพิธีกร

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเสนอแก้ไข พ.ร.บ. Thai PBS ซึ่งมีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งที่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย มองถึงเรื่องวินัยการเงินการคลัง ขณะที่ฝั่งไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย มองถึงความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นหลักการของสื่อสาธารณะ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS นำโดยนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ และทีมผู้บริหาร เข้าชี้แจงต่อ กรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพื่อพิจารณาศึกษาโครงสร้างรายได้ กรณีเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 หรือ ไทยพีบีเอส

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพสามิต เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และเลขาธิการ กสทช.

งบฯ 2 พันล้าน ในวันที่งบฯ ภาพรวม โตแตะ 3.8 ล้านล้าน

ในประเด็นข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย มีการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส เพื่อยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ (Surcharge ร้อยละ 1.5 โดยกำหนดเพดานไม่เกิน 2,000 ล้านบาท/ปี) แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน

หน่วยงานด้านการคลัง ทั้งกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกรมสรรพสามิต เห็นด้วยในหลักการให้นำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 มาตรา 26

ขณะที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงว่า พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา 26 มีบทเฉพาะการตามมาตรา 82 คุ้มครองกฎหมายเดิมอยู่แล้ว ไทยพีบีเอสจึงยังคงใช้เงินบำรุงจากภาษีเดิมต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่รัฐสภาจะตัดสินใจแก้ไขกฎหมายเอง

คณะผู้บริหาร Thai PBS ชี้แจงว่า เงินบำรุงเดิมเป็นภาษีเก็บเพิ่ม (Surcharge) ร้อยละ 1.5 จากผู้เสียภาษีสรรพสามิต ไม่ได้หักจากฐานภาษีปกติของรัฐ หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายปี จะกลายเป็นการสร้างภาระและเบียดบังงบประมาณของกระทรวง/กรมต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ตลอด 18–19 ปี (ตั้งแต่ปี 2551) เพดานงบประมาณถูกตรึงไว้ที่ 2,000 ล้านบาท/ปี ไม่เคยขอปรับเพิ่ม ทั้งที่งบประมาณแผ่นดินเติบโตขึ้นจาก 1.66 ล้านล้าน เป็น 3.8 ล้านล้านบาท (เติบโตกว่า 100%) และหากคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อ เงิน 2,000 ล้านบาทในปัจจุบันมีมูลค่าเทียบเท่าเงินเพียง 1,500 ล้านบาทเท่านั้น

อีกทั้งการใช้งบประมาณถูกตรวจสอบเข้มงวดโดย สตง., ผู้สอบบัญชีอิสระ, บอร์ดนโยบาย, บอร์ดตรวจสอบภายใน, อนุกรรมการร้องเรียน, สภาผู้ชมและผู้บริโภค, การรายงานต่อรัฐสภาปีละ 2 ครั้ง และการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างบนเว็บไซต์อย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ แหล่งเงินเฉพาะ (Ear-marked Tax) เป็นฉนวนป้องกันการแทรกแซงจากรัฐและกลุ่มทุน สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น BBC (สหราชอาณาจักร), NHK (ญี่ปุ่น), ARD/ZDF (เยอรมนี)

ทั้งนี้ สื่อสาธารณะทำหน้าที่ในจุดที่สื่อพาณิชย์ทำไม่ได้เพราะไม่มีกำไร เช่น ข่าวสืบสวนสอบสวน, รายการเด็กและเยาวชน, สารคดีธรรมชาติ, การรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ, เครือข่ายสื่อพลเมือง และการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX)

เสนอทางเลือกระบบงบประมาณ

สำหรับข้อเสนอในเรื่องงบประมาณของ Thai PBS มีการระบุไว้ 3 ข้อเสนอ

National Streaming Platform (VIPA) : กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับชาติเพื่อรักษาอธิปไตยทางข้อมูลข่าวสาร (Information Sovereignty) ป้องกันการครอบงำจากอัลกอริทึมแพลตฟอร์มข้ามชาติ

การปลดล็อกกฎหมาย : เสนอแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อยกเลิกข้อห้ามเก็บค่าสมาชิก เปิดทางให้ร่วมทุน เช่น ร่วมทุนกับ NT และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP / Content Licensing)

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ เสนอโมเดลทางเลือก เช่น ปรับเพดานงบตามอัตราเงินเฟ้อร่วมกับยอดวิวออนไลน์ หรือจัดสรรเงินจากกองทุน กสทช. แบบกำหนดสัดส่วนคงที่ (Block Grant / Ear-marked) โดยห้าม กสทช. แทรกแซงรายโปรเจกต์

ถก กมธ.เทคโนโลยีฯ พัฒนานวัตกรรมสื่อสาธารณะ

ขณะเดียวกัน คณะผู้บริหารของ Thai PBS ได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนานวัตกรรมสื่อดิจิทัลสาธารณะ

ประเด็นข้อสังเกต สตง. กรณีการจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง และค่าตอบแทนพิธีกร คณะผู้บริหารฯ ชี้แจงกรณี สตง. ตั้งข้อสังเกตเรื่องการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร/ผู้ดำเนินรายการภายนอก โดยไทยพีบีเอสชี้แจงว่า สตง. อ้างอิงระเบียบผิดข้อ โดยไปใช้อ้างอิง ข้อ 22 (ซึ่งเป็นระเบียบการเบิกจ่ายของพนักงานภายในที่ไปปฏิบัติหน้าที่) แทนที่จะเป็น ข้อ 20 (ซึ่งเป็นระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกที่เชิญมาร่วมรายการ)

การอนุมัติค่าตอบแทนทำตามระเบียบและการมอบอำนาจ (Delegation) ของ ผอ. ลงไปยัง ผอ. สำนัก/ศูนย์ ให้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายตามเกณฑ์ราคาตลาด

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตความไม่ปกติในกระบวนการตรวจของ สตง.

ชุดที่ 1 (ตรวจประสิทธิภาพและประสิทธิผล) : ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย มีการประชุมร่วม (Exit Conference) และเปิดโอกาสให้ชี้แจง (Due Process) ซึ่งผลการตรวจร้อยละ 80–90 เป็นไปตามเกณฑ์ความคุ้มค่าและไม่มีประเด็นทุจริต

ชุดที่ 2 (กรณี 85 ล้านบาท) : สตง. รวบยอดงบประมาณบัญชีการเงิน แล้ว ไม่มีการทำ Exit Conference หรือ Due Process เหมือนชุดแรก

นอกจากนี้ เอกสารลับหลุดสู่สื่อมวลชนก่อนที่ไทยพีบีเอสจะได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการ
และ สตง. ตั้งโต๊ะแถลงข่าวปิดตรวจอย่างเร่งรีบ ซึ่งเป็นกรณีพิเศษกว่าหน่วยงานอื่น และเกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงที่สภาฯ กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไข พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส

แจงสัดส่วน “จัดซื้อเฉพาะเจาะจง”

ในประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง คณะผู้บริหารของ Thai PBS ได้มีการชี้แจง กมธ. โดยสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างปี 2568 ของไทยพีบีเอส แบ่งเป็น วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป 17% วิธีคัดเลือก 9.12% ค่าใช้จ่ายดำเนินงานปกติ (OpEx/โครงข่าย) 6.2% และ วิธีเฉพาะเจาะจงอยู่ที่ 67.3% ซึ่งเป็นระดับสัดส่วนใกล้เคียงกับสื่อรัฐอื่น เช่น กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 5 หรือ อสมท (ซึ่งอยู่ที่ราว 60–70%) โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 มาตรา 56

เมื่อแบ่งสัดส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น

38% – Content Commissioning (การจ้างผลิตคอนเทนต์) : ทำตามกฎหมายที่บังคับให้ต้องสนับสนุนผู้ผลิตรายการอิสระไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณ

โดยเปิดรับข้อเสนอ (Commissioning) จากผู้ผลิต 200–300 ราย แล้วผ่านกรรมการคัดเลือกและบ่มเพาะร่วมกันจนเหลือประมาณ 20 ราย เมื่อผ่านการคัดเลือกเป็นรายสุดท้ายจึงต้องทำสัญญาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามขั้นตอน

33.8% – งานต่อเนื่อง / สัญญาเดิม / MA : จ้างผู้ให้บริการหรือผู้ผลิตรายเดิมตามมาตรา 56 เช่น การขยายผังข่าวระยะยาวเพื่อป้องกันการทำงานเกินเวลาตามกฎหมายแรงงาน และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์/ระบบเทคโนโลยี (MA Licensing) ที่ต้องใช้ระบบเดิม

18% – วงเงินเล็กน้อยไม่เกินเกณฑ์ : งานจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ตามระเบียบ

5.3% – การซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ (Content Licensing) : ซื้อลิขสิทธิ์สารคดีและรายการเด็กคุณภาพสูงจากต่างประเทศ (เช่น เยอรมนี)

3.7% – กรณีจำเป็นเร่งด่วน : งานเทคโนโลยีฉุกเฉินหรือสถานการณ์ภัยพิบัติ

0.41% – งานตามกฎกระทรวงอื่นๆ

ลุย AI-ระบบอัตโนมัติ ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

ในส่วนของการบริหารจัดการองค์กร ไทยพีบีเอสมีบุคลากรรวม 1,300 คน โดยเป็นพนักงานประจำประมาณ 800 คน ซึ่งโอนมาจากโครงสร้างของไอทีวีเดิมตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่บุคลากรที่เพิ่มขึ้นช่วงปี 2557 เกิดจากการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัล 63 สถานีหลัก (168 สถานีย่อยทั่วประเทศ) การเปิดช่อง ALTV และการตั้งทีมสื่อดิจิทัล

สำหรับแนวทางอนาคต ภายใน 5 ปีนี้จะมีพนักงานเกษียณอายุ 122 คน ซึ่งไทยพีบีเอสวางนโยบายจะไม่รับคนใหม่ทดแทน แต่จะนำ AI และระบบอัตโนมัติมาปรับใช้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งนโยบายดังกล่าว คาดส่งผลให้องค์กรสามารถประหยัดงบดำเนินงานได้เฉลี่ยเดือนละ 14 ล้านบาท (ปีแรกประหยัดได้ 69 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะประหยัดได้ 149 ล้านบาท) และสาามารถพลิกผลการดำเนินงานจากที่เคยขาดดุลสะสม 5 ปี ให้กลับมามีส่วนเกินงบประมาณได้สำเร็จ

เดินหน้าเทคโนโลยี-ขายคอนเทนต์ให้พาร์ตเนอร์

ในมิติด้านเทคโนโลยี ไทยพีบีเอสยังคงให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) ผ่านสถานีส่ง 168 แห่งทั่วประเทศ พร้อมอยู่ระหว่างทดลองการออกอากาศระบบ 4K, HBBTV และเตรียมทดลองระบบวิทยุดิจิทัล (Digital Radio) ร่วมกับผู้ได้รับอนุญาตจาก กสทช. โดยต่อยอดจากเสาส่งเดิม

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ กสทช. ผลักดันแอปพลิเคชัน “VIPA (วิภา)” ให้เป็น National Streaming Platform หรือ OTT แห่งชาติ เพื่อรวมศูนย์ทีวีดิจิทัล ป้องกันการครอบงำจากอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างชาติ และรักษาอธิปไตยทางข้อมูลข่าวสารของประเทศ

รวมถึงการขยายโอกาสสร้างรายได้ผ่านการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา (IP / Content Licensing) ด้วยการนำคอนเทนต์สำเร็จรูปไปจำหน่ายแก่แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Netflix เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาษีในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งบประมาณ ไทยพีบีเอส