คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม
เวลามีน้อยใช้สอยประหยัด เรากำลังพูดถึงรัฐบาล 4 เดือนของ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นความคาดหวังของนักธุรกิจไทย ในการออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจแบบว้าว ว้าว ชุดใหญ่ ๆ
โฟกัสภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจอคำถามเยอะมาก อสังหาฯดีหรือไม่ดีกันแน่ ทางหนึ่งก็บ่นตรึมว่า นายแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% ขายบ้าน-คอนโดมิเนียมได้ 100 หลัง แต่แบงก์ปล่อยกู้ให้ซื้อจริงแค่ 30 หลัง กู้ไม่ผ่านอีก 70 หลัง
แต่ทำไมอีกทางหนึ่ง บ้าน 100 ล้าน คอนโดฯ 200 ล้าน ขายดิบขายดีกันเหลือเกิน
นี่คือภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นกับวงการอสังหาฯ มีโลก 2 ใบ ที่คนซื้อง่ายขายคล่องหรือกลุ่มเศรษฐีเป๋าหนัก กับโลกอีกใบของกลุ่มกำลังซื้อหาเช้ากินค่ำ จำนวนคนซื้อมีสัดส่วน 70% ของทั้งตลาด แต่เป็นตลาดกลาง-ล่าง ถ้าเป็นบ้านก็ราคาไม่เกิน 5 ล้าน คอนโดฯไม่เกิน 3 ล้านบาทก็แล้วกัน คนกลุ่มนี้ติดกับดักโดนแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ
จั่วหัววันนี้ “2 นคราอสังหาฯไทย” หยิบยืมชื่อพาดหัวในสมัยเรียนหนังสือปริญญาโทกับ “อาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เมื่อปี 2549 หลักสูตร EPA รุ่น 18 เป็นเจ้าของผลงานหนังสือชื่อดัง “2 นครา ประชาธิปไตย”
คำว่านครา ก็คือนคร ก็คือเมือง หรืออีกทีก็คือโลกทั้งใบของคนแต่ละเซ็กเมนต์ ที่แยกกันตามกำลังซื้อ
สาระสำคัญ 2 นครา ประชาธิปไตย อธิบายว่า ซิสเต็มของการเมืองไทย คนต่างจังหวัดเลือกตั้งรัฐบาล อาจเรียกว่านคราชนบท ขณะที่คนในเมืองล้มรัฐบาล อาจเรียกว่านคราในเมือง
วันนี้ เรื่องเดียวกันของอสังหาฯ แต่มีฮิดเด้นเอเจนด้าในท่วงทำนองโลก 2 ใบ หรือ 2 นคราซ่อนอยู่
กล่าวคือ 2 นคราอสังหาฯเมืองไทย ทางหนึ่งคือนคราคนกู้ไม่ผ่าน ที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาซ่อนอยู่ใต้พรม อีกทางหนึ่งเป็นนคราคน โค-ตะ-ระ รวย ที่เป็นข่าวฮือฮาคือบ้านซูเปอร์หรู “ซันเล เรสซิเดนเซส” ของค่ายเอสซี แอสเสทฯ ขายได้หลังละ 460 ล้าน
แต่รู้หรือไม่ คอนโดฯแพงสุดในอาเซียน หรือจริง ๆ ก็คืออยู่ในเมืองไทย โครงการปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ ของค่ายอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ราคาเริ่มต้น 500-1,400 ล้านบาท/ห้อง ขายไปแล้ว 3 ห้อง แปลว่าขายได้แล้วอย่างต่ำห้องละ 500 ล้านบาท ลูกค้าคนไทยสอยไป 2 ต่างชาติอีก 1
ลูกค้าไฮโซของนครานี้ เขาซื้อเงินสดกัน รัฐบาลไม่พึงต้องห่วง จุดที่อยากชี้ เน้นอยู่ที่ “นครากู้ไม่ผ่าน” ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของสังคมไทย ของประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ ทาง 3 สมาคมวงการอสังหาฯ ประกอบด้วย “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” นายกสมาคมอาคารชุดไทย, “สุนทร สถาพร” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ “พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ช่วยกันระดมความคิดนำเสนอเป็นโรดแมปกระตุ้นอสังหาฯ อยากได้อีก 2-3 เรื่อง
อาทิ การปลดล็อกปัญหากู้ไม่ผ่านเพราะแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ก็เลยเสนอโมเดลให้รัฐบาลจัดตั้ง “ค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย” เพื่อช่วยเหลือผู้กู้หรือประชาชนให้เข้าถึงสินเชื่อซื้อบ้านเป็นของตนเอง มีตัวอย่างมาแล้วจากบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม แค่สวอปจากการค้ำประกันผู้กู้รายย่อยในธุรกิจอุตสาหกรรม มาเป็นค้ำประกันผู้กู้รายย่อยในธุรกิจอสังหาฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ขอให้รัฐบาลอนุเคราะห์ขยายเพดานมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ปัจจุบันกำหนดไม่เกิน 7 ล้านบาท หมดอายุกลางปี 2569 ข้อเรียกร้องก็คือขอขยายเพดานเป็นไม่จำกัดราคา โดยมีเงื่อนไขถึงแค่สิ้นปีนี้ หรือ 31 ธันวาคม 2568 นี้ก็พอ
ขออนุญาตทวงดัง ๆ ถึง “พี่โต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และโฆษกรัฐบาลอนุทิน ซึ่งคุณพี่โต้งได้กรุณารับปากแล้วว่าจะรับไปนำเสนอแบบ By Hand ถึงวงในรัฐบาล ในโอกาสที่เป็นแขกรับเชิญมาเยือนออฟฟิศชั้น 5 ประชาชาติธุรกิจ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
จริง ๆ ดีเวลอปเปอร์เขาอยากได้ลดดอกเบี้ยอีก 50 สตางค์ แต่ก็ฟาวล์ไปแล้ว เพราะ กนง.ในการประชุมแมตช์สุดท้ายของปี ไม่อนุมัติการลดดอกเบี้ย
ตอนนี้ก็เลยฝากความหวังมากกว่าปกติกับ 2 มาตรการเร่งด่วน “พี่โต้ง-สิริพงศ์” ทราบแล้วเปลี่ยน กราบค่ะ