เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ ไร้กังวล เตรียมแผน BCP รองรับน้ำท่วม มั่นใจไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ AM2026
Finance เอกนิติ ไร้กังวล เตรียมแผน BCP รองรับน้ำท่วม มั่นใจไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ AM2026
ThaiBMA ชี้เอกชนออกหุ้นกู้ลดลง 1.61% จับตาส่วนต่างบอนด์ยีลด์สหรัฐ-ไทย
Finance ThaiBMA ชี้เอกชนออกหุ้นกู้ลดลง 1.61% จับตาส่วนต่างบอนด์ยีลด์สหรัฐ-ไทย
เชตวัน หนุนสนามกอล์ฟธูปะฯ เป็นแหล่งรับน้ำถาวร – ขอทหารแบ่งทำสวนสาธารณะ
Politics เชตวัน หนุนสนามกอล์ฟธูปะฯ เป็นแหล่งรับน้ำถาวร – ขอทหารแบ่งทำสวนสาธารณะ
กมธ.กฎหมายฯ งัดข้อ! ‘โรม’ ลุยสอบเว็บพนัน-สินบน ดึง ‘สุชาดา’ แจง – ภูมิใจไทยเบรกไร้มติ
Politics กมธ.กฎหมายฯ งัดข้อ! ‘โรม’ ลุยสอบเว็บพนัน-สินบน ดึง ‘สุชาดา’ แจง – ภูมิใจไทยเบรกไร้มติ
‘สุชาดา’ ชี้ติดภารกิจประธานบอร์ด ยันเตรียมแจงปมสินบน-เว็บพนันทีเดียว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
Politics ‘สุชาดา’ ชี้ติดภารกิจประธานบอร์ด ยันเตรียมแจงปมสินบน-เว็บพนันทีเดียว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ข้ามสเตปสปอร์ตดริ้งก์ “สปอนเซอร์” แตกไลน์ “เจลพลังงาน” รุกตลาดนิวทริชั่น
Biz Movement ข้ามสเตปสปอร์ตดริ้งก์ “สปอนเซอร์” แตกไลน์ “เจลพลังงาน” รุกตลาดนิวทริชั่น
แมริออทฯ สยายปีก ผนึกฟิโก้ฯ เตรียมเปิดโรงแรม 7 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต
Business แมริออทฯ สยายปีก ผนึกฟิโก้ฯ เตรียมเปิดโรงแรม 7 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต
ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด ชู 5 กลุ่มเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตร-FDI
Finance ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด ชู 5 กลุ่มเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตร-FDI
เอกนิติ เตรียมสร้าง New Chapter กับญี่ปุ่น ดึงการลงทุนคุณภาพ ฝ่า 4 เทรนด์ใหญ่
Finance เอกนิติ เตรียมสร้าง New Chapter กับญี่ปุ่น ดึงการลงทุนคุณภาพ ฝ่า 4 เทรนด์ใหญ่
Paymentology เผยวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งการชำระเงินดิจิทัล
Tech Paymentology เผยวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งการชำระเงินดิจิทัล
ดูทั้งหมด

โปรดเกล้าฯ ให้ตรา ‘พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ’

29 มิ.ย. 2569 | 22:59น.
โปรดเกล้าฯ ให้ตรา 'พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ'

ราชกิจจาฯ เผยแพร่พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นฯ เพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลกฎหมาย-ให้สวัสดิการแบบมุ่งเป้า มีผลตั้งแต่ 30 มิ.ย.2569

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกา การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ.2569 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆ ของรัฐ การให้บริการภาครัฐ และการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชน อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการของภาครัฐ ลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569” 

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ 

การรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

________________

หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐยังคงจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ทำให้การบูรณาการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ประกอบการจัดทำนโยบายและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ การจัดสวัสดิการ และการให้บริการแก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าไม่สามารถกระทำได้ 

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวระหว่างหน่วยงานของรัฐยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ทั้งความผิดกฎหมายทั่วไปและความผิดกฎหมายที่ร้ายแรงต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น องค์กรอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ การฉ้อโกงประชาชน ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

สมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับนำไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำและให้บริการภาครัฐ จัดสวัสดิการ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ประชาชนได้แบบมุ่งเป้า เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายอันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หลักนิติรัฐ

รวมทั้งการให้บริการต่าง ๆ แก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้