เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่ม“ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
Real Estate กลุ่ม“ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
จาก ‘6 ตุลา 2519’ ถึงวันนี้ กับเพลงที่ถามว่า ‘คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร’
Columns จาก ‘6 ตุลา 2519’ ถึงวันนี้ กับเพลงที่ถามว่า ‘คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร’
หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
ดูทั้งหมด

กลไกอำนาจวุฒิสภา 5 ยุค จากสภาพี่เลี้ยง สู่ ประตูยึดองค์กรอิสระ

02 ก.ย. 2569 | 09:45น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ระบอบสีน้ำเงินกลายเป็นระบอบที่ “พลัส” มาจาก ระบอบประยุทธ์ 

หากเปรียบเทียบ “รัฐบาลภูมิใจไทย” เป็น “หัวใจ” ของระบอบสีน้ำเงิน ก็อาจเปรียบได้เช่นกันว่า “วุฒิสภา” เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

เพราะหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของวุฒิสภา (สว.) ในรัฐธรรมนูญ 2560 ทำหน้าที่เป็น “กลไก” คัดบุคคลที่จะไปเป็น “กรรมการ” องค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ฯลฯ 

และเป็นส่วนสำคัญในการเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือรัฐธรรมนูญ โดยต้องใช้เสียง สว.จำนวน 1 ใน 3 

ดังนั้นเมื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดกุม สว. เท่ากับสามารถคุมกระดานอำนาจได้ทั้งกระดาน 

แต่จุดเริ่มต้นของ สว.ไม่ได้ชื่อ “วุฒิสภา” หากแต่เป็น “พฤฒสภา” โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ยุคได้ดังนี้

ยุคแรก พฤฒสภา ทำหน้าที่เป็น “สภาพี่เลี้ยง” กลั่นกรองกฎหมาย และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2489 เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้คือ ฉบับ 2475 กำหนดให้มีสภาเดียว คือสภาผู้แทนราษฎร ที่มีประเภท 1 และประเภท 2

อย่างไรก็ตาม “พฤฒสภา” ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม โดยประชาชน 

สภา

มีอำนาจหน้าที่ในการยับยั้งร่างกฎหมาย และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

แต่รัฐธรรมนูญฉบับ 2489 ก็มีผลบังคับใช้ได้เพียง 1 ปี 5 เดือน 28 วัน ก็ถูกฉีก โดยการรัฐประหาร 2490

และรัฐธรรมนูญ 2490 ก็เปลี่ยนชื่อจาก “พฤฒสภา” เป็น “วุฒิสภา”

ยุคที่ 2 “วุฒิสภา” ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2490 จนถึงรัฐธรรมนูญ 2534 โดยวุฒิสภาไม่ได้เลือกโดยอ้อมเหมือนพฤฒสภา แต่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้เลือก และทูลเกล้าฯ ถวายให้พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย และตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยวุฒิสภาจะทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อความละเอียดรอบคอบ

เข้าสู่ยุคที่ 3 เมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการมี “องค์กรอิสระ” และ “วุฒิสภา” มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 200 คน โดยอำนาจที่เพิ่มขึ้นมาคือ อำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ และอำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ 

ในเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่า “มีการปรับโครงสร้างทางการเมืองระดับชาติใหม่ โดยกระจายอำนาจการเมืองออกไป และเพิ่มส่วนร่วมของพลเมืองในการเลือกตั้งวุฒิสภาโดยตรง ไม่ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอแต่งตั้งได้เหมือนในอดีต ซึ่งจะทำให้วุฒิสภาเป็นองค์กรใหม่ที่มีอิสระออกจากนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้วุฒิสภาก็จะทำหน้าที่แต่งตั้งองค์กรตรวจสอบที่ถูกแยกออกมาให้เป็นอิสระจากนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหาร พร้อม ๆ กับให้อำนาจถอดถอนอยู่กับวุฒิสภาด้วย” 

สภา

แต่ปรากฏว่า สว. 200 คนที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “สภาผัว-สภาเมีย” ผัวเป็น สส. ส่วนเมียเป็น สว. รัฐบาลไทยรักไทยที่ชนะเลือกตั้งถล่มทลายภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา

ยุคที่ 4 เมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 ถูกฉีกจากการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 และมีรัฐธรรมนูญ 2550 มาแทนที่ “วุฒิสภา” ก็เปลี่ยนจากการเลือกตั้งโดยตรง มาเป็นระบบที่มีทั้ง “เลือกตั้ง” 76 คน (จังหวัดละ 1 คน)  และ “สรรหา” โดยประมุของค์กรอิสระ 7 องค์กร เป็นผู้สรรหา 74 คน รวม 150 คน เพื่อแก้ปัญหา “สภาผัว-สภาเมีย” แต่ก็กลายเป็นช่องทางให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง สว.ทั้งสองสาย สายเลือกตั้งกับสายสรรหา และ สว.สรรหาก็ถูกยกให้เป็นฝ่ายปฏิปักษ์กับรัฐบาลเพื่อไทย กระทั่งเกิดการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. สว.สรรหาก็เข้าร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญ และนำไปสู่การยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 

ยุคที่ 5 รัฐธรรมนูญ 2560 หากพลิกดูจุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบ สว.รูปแบบใหม่ โดยให้กลุ่มอาชีพเลือกไขว้กันเอง จนเป็นที่มาของ สว. 200 คน โดยให้เหตุผลว่า

“เพื่อมุ่งหวังไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาตกอยู่ภายใต้อาณัติของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง และมิได้ใช้การสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการให้คณะบุคคลเพียงไม่กี่คนมาสรรหาสมาชิกวุฒิสภา แล้วให้ถือว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย”

“กระบวนการเลือกสรรสมาชิกวุฒิสภาจึงมุ่งที่จะให้ประชาชนซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ที่แตกต่างหลากหลายในทุกภาคส่วนและทุกสาขาอาชีพ ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำหน้าที่นี้เข้ามาสมัครรับเลือกได้ และให้แต่ละสาขาอาชีพ หรือประสบการณ์ หรือวิถีชีวิต ฯลฯ เลือกกันเอง เพื่อหลีกเลี่ยงกลไกหรือกับดักทางการเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

คนร่างรัฐธรรมนูญอาจคิดไม่ถึงว่า วันหนึ่งจะมีกลุ่มการเมือง Hack ระบบได้ 

สว.จึงกลายเป็น “ประตู” ที่เข้าไปยึดองค์กรอิสระได้สมบูรณ์แบบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคภูมิใจไทย วุฒิสภา