เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
Economic กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
Uncategorized NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด แนว.ชุดใหม่
Politics ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด แนว.ชุดใหม่
ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้-สินเชื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ซ่อมบ้าน ฟื้นกิจการจากน้ำท่วม
Finance ออมสิน ออกมาตรการพักหนี้-สินเชื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ซ่อมบ้าน ฟื้นกิจการจากน้ำท่วม
กบข. ปรับกลยุทธ์ลงทุนสู่ TPA ชี้ 4 เมกะเทรนด์ เปลี่ยนกติกาการสร้างความมั่งคั่ง
Finance กบข. ปรับกลยุทธ์ลงทุนสู่ TPA ชี้ 4 เมกะเทรนด์ เปลี่ยนกติกาการสร้างความมั่งคั่ง
นายกฯ จี้เร่งสำรวจ-โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม เผยจ่ายแล้วหมื่นครัวเรือน
Politics นายกฯ จี้เร่งสำรวจ-โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม เผยจ่ายแล้วหมื่นครัวเรือน
นายกฯ สั่งลุยระบายน้ำ สทนช.ลดเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที จับตาฝนหนัก 9-12 ต.ค.
Economic นายกฯ สั่งลุยระบายน้ำ สทนช.ลดเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที จับตาฝนหนัก 9-12 ต.ค.
“นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
Economic “นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
Finance 10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
ดูทั้งหมด

ปชน. ชี้ 3 ข้อควรมี Data Center ไหม เตือนหมดยุคง้อให้สิทธิ เขาต้องแข่งซื้อใจไทย

03 ก.ย. 2569 | 11:02น.
ปชน. ชี้ 3 ข้อควรมี Data Center ไหม เตือนหมดยุคง้อให้สิทธิ เขาต้องแข่งซื้อใจไทย

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ชี้ 3 ข้อประเทศไทยควรมี Data Center ไหม ไม่อันตรายแต่เป็นธุรกิจที่ต้องควบคุม เตือนหมดยุคที่ต้องไปง้อให้สิทธิ เขาต่างหากที่ต้องแข่งเสนอประโยชน์ให้ไทย

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี โพสต์ตั้งคำถามพร้อมแสดงความเห็นกรณีนโยบาย Data Center ว่า ตกลงแล้ว ประเทศไทยควรเอาหรือไม่เอา Data Center กันแน่ เรามีวิธีตัดสินใจอย่างไรดี

หลายวันมานี้ ประเทศไทยถกเถียงกันเรื่อง Data Center กันอย่างมาก เกิดคำถามตามมามากมาย ทั้งฝ่ายที่ต่อต้าน มองว่าสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูง กับฝ่ายที่สนับสนุนสุดตัว ว่า “ถ้าไม่เอา Data Center แล้วจะเอาอะไร”

ในฐานะที่ผมจบการศึกษาสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ในแล็บที่ทำเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และเคยทำงานในบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีธุรกิจ Data Center โดยตรง ก็อยากขอร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นเรื่อง Data Center ดังนี้

1.Data Center จำเป็นและมีประโยชน์ แต่อย่าไปหวังสูงว่ามันคือเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่

ถ้ามองภาพกว้างมาก ๆ Data Center คือ “โรงงานสมัยใหม่” ที่กินไฟฟ้าเข้าไป แล้วผลิต “พลังประมวลผล” (Compute) ออกมาให้ใช้งานกัน หากเทียบกับธุรกิจสมัยเก่าที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คงเป็น “โรงไฟฟ้า” ที่นำเชื้อเพลิง (น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซ) เข้าไปแล้วผลิตเป็นไฟฟ้าออกมา

ธุรกิจไฟฟ้า ประปา มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Utility ซึ่ง Data Center ก็มองเป็นธุรกิจผลิต Utility ได้เหมือนกัน พลังประมวลผลกำลังกลายเป็นสาธารณูปโภคของโลกสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

ถ้าประเทศไทยไม่มี Data Center ของตัวเอง เราก็คงจำเป็นต้องไปซื้อพลังประมวลผลจากประเทศอื่น (เช่น สิงคโปร์) ซึ่งต้นทุนอาจแพงกว่า ต้องเปลืองค่าแบนด์วิดท์ข้อมูลข้ามประเทศ และคุณภาพอาจไม่ดีเท่า เช่น ค่า Latency อาจช้ากว่าเพราะข้อมูลต้องเดินทางไกลขึ้น

ดังนั้น เราพูดได้เต็มปากว่า “Data Center จำเป็นและมีประโยชน์” 

นายอิสริยะระบุอีกว่า แต่ถ้าคิดจะเคลมว่า Data Center คือธุรกิจแห่งอนาคต หัวรถจักรพาเราไปสู่เศรษฐกิจใหม่ การมี Data Center จะทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง โกยเงินเข้าประเทศได้เป็นแสน ๆ ล้านจนรวยไม่ไหว ก็ต้องบอกว่าคิดผิดเช่นกัน

โรงไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ถามว่ามีประเทศไหนร่ำรวยจากการผลิตโรงไฟฟ้า (เพียงอย่างเดียว) หรือไม่ คำตอบคือไม่มี เพราะเราไม่ได้รวยจากไฟฟ้าตรง ๆ แต่เป็นการนำไฟฟ้าไปใช้ผลิตสินค้าอย่างอื่นต่างหาก

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft, Amazon, Facebook ต่างมี Data Center ของตัวเอง แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้รวยมหาศาลจาก Data Center นะครับ เขาใช้ Data Center เป็นพื้นฐานไปสร้างบริการอื่นที่เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า การมี Data Center ของตัวเองช่วยในเรื่องการลดต้นทุน การบริหารทรัพยากรได้ดีขึ้น ไม่ต้องยืมจมูกบริษัทอื่นหายใจ แต่ไม่ได้ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

เราเถียงกันมาเยอะเรื่อง Data Center ไม่ได้สร้างงานจำนวนมาก ๆ แถมยังแทบไม่มี Local Content แทบไม่มีชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสักเท่าไร ประเทศไทยได้ประโยชน์จากค่าก่อสร้าง และค่าคนดูแลอีกเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นคนที่เคลมว่าประเทศจะร่ำรวยจาก Data Center อันนี้ก็ผิดเหมือนกัน

2.Data Center ไม่อันตราย แต่เป็นธุรกิจที่ต้องควบคุม (ซึ่งไทยไม่เคยควบคุม)

ประเด็นถัดมาซึ่งกำลังถกเถียงกันอย่างมากในช่วงนี้คือเรื่องผลกระทบจาก Data Center ซึ่งมีหลากหลายทั้งการบริโภคไฟฟ้ามหาศาล การใช้น้ำ การระบายความร้อน มลพิษทางเสียง

ต้องอธิบายว่า ถ้าเราเทียบ Data Center กับโรงงานแบบดั้งเดิมที่ใช้สารเคมี ปล่อยก๊าซอันตราย ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของ Data Center น้อยกว่ากันมาก

นายอิสริยะระบุว่า Data Center ไม่ได้ปลดปล่อยก๊าซอะไรที่อันตราย ไม่ได้มีน้ำเสียไหลลงแม่น้ำ อาจมีเสียงพัดลมหรือเครื่องจักรดึงหึ่ง ๆ อยู่บ้าง อันที่เยอะหน่อยคือ กินไฟเยอะหน่อย และปล่อยความร้อนออกมาเยอะหน่อยเท่านั้น

ดังนั้น มุมมองที่บอกว่า “Data Center อันตราย” ก็คงต้องเถียงว่ามันไม่ได้อันตรายเท่ากับโรงงานเหล็กศูนย์เหรียญ โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ โรงขยะ ฯลฯ ไม่ต้องตกใจกันไปขนาดนั้น

แต่ครั้นจะบอกว่า “ปล่อยเสรี Data Center ไม่ต้องควบคุมเลย” มันก็ไม่ควรไปถึงขั้นนั้นเช่นกัน ผมเห็นด้วยว่าควรมีการกำกับดูแลในหลายมิติ เช่น ความปลอดภัย การใช้พลังงาน การใช้น้ำ การระบายความร้อน ผลกระทบต่อชุมชน ในลักษณะเดียวกับการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ของสิ่งปลูกสร้างประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือโรงงาน

นายอิสริยะระบุว่า ที่ผ่านมา ทางการไทยไม่เคยสนใจธุรกิจ Data Center เลย จึงไม่มีข้อบังคับให้ต้องทำ EIA แยกในหมวด Data Center เป็นพิเศษ จะเข้าข่ายกรณีต้องทำ EIA หากมีพื้นที่อาคารใหญ่เกินกำหนดเท่านั้น ตรงนี้กลายเป็นช่องว่าง Loophole ทางกฎหมายขนาดใหญ่มาก ที่เราต้องช่วยกันรีบปิด

ผมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่ต้องออกกฎเกณฑ์การทำ EIA ประเภท Data Center ให้ครอบคลุมผลกระทบในมิติข้างต้น และควรมีผลย้อนหลังกับ Data Center ที่สร้างเสร็จไปก่อนหน้าแล้วด้วย ถ้าผ่านมาตรฐานที่ควรพึงมีในระดับสากล ก็ทำธุรกิจต่อไปได้ตามปกติ

3.หมดเวลาที่ไทยควรให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ Data Center แต่ถึงเวลา Data Center ต้องแข่งกันเสนอประโยชน์ให้ไทย

อีกประเด็นที่อยากนำเสนอคือ เราเห็นข้อมูลของธุรกิจ Data Center จำนวนมากจากการขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนระดับหลายแสนล้านบาท ตัวเลขที่เยอะขนาดนี้ทำให้เรามักเอาไปเคลมว่า “ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนได้มาก” จนเราละเลยรายละเอียดของไส้ใน

ต้องอธิบายกระบวนการพิจารณาของ BOI ว่ามอง Data Center อยู่ในธุรกิจ “ดิจิทัล” เช่นเดียวกับการทำซอฟต์แวร์หรือดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยอยากส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน จึงประเคนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ (เช่น สิทธิการยกเว้นภาษี) ให้เป็นจำนวนมากเพื่อดึงดูดธุรกิจ “ดิจิทัล” ให้มาลงทุน

BOI คิดอย่างนั้นในตอนนั้นไม่ผิด เพราะในอดีตมี Data Center ขอเข้ามาใช้สิทธิลงทุนในไทยไม่มากนัก การนำไปรวมกับหมวดดิจิทัลมันก็สมเหตุสมผล จะได้ไม่ต้องไปแยกหมวดยิบย่อยจนเกินไป

แต่เมื่อธุรกิจ Data Center แห่กันเข้ามาลงทุนอย่างถล่มทลายในปี 2568 กฎเกณฑ์ของ BOI ที่มองว่า Data Center เป็น “ธุรกิจที่อยากดึงดูดให้มาลงทุน” มันก็อาจจะล้าสมัยไปแล้วเช่นกัน

นายอิสริยะคิดว่าตัวเลขของ Data Center ที่ขอสิทธิประโยชน์จาก BOI ในปี 68-69 มันเพิ่มขึ้นเยอะในระดับที่ว่า ประเทศไทยนั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีต่างชาติเข้ามาขอเปิด Data Center แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มอีกแล้ว กลไกตลาดมันทำงานของมันแล้ว (จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น บางชาติหนีการกีดกันของ Donald Trump มาอยู่แถวนี้แทน) 

นายอิสริยะระบุว่า สิ่งที่ประเทศไทยควรทำตอนนี้เลยคือ หยุดให้สิทธิประโยชน์ของ BOI ได้แล้ว แต่ควรทำกลับกัน คือ ถ้าบริษัทไหนอยากมาเปิด Data Center ในไทย ก็ควรต้องเสนอสิทธิประโยชน์กลับให้ไทยแทน (เช่น จ้างงานท้องถิ่นเยอะกว่า ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ชุมชน) แล้วไทยสามารถเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดได้ตามใจชอบ

นายอิสริยะย้ำว่า หมดยุคที่เราต้องไปง้อเขา เขาต่างหากที่ต้องง้อเรา

คิดว่ากรอบคิด 3 ข้อข้างต้น จะช่วยให้เรามองธุรกิจ Data Center แบบ realistic คือมองตามความเป็นจริง ไม่ได้มองว่ามันเป็นผู้ร้าย ไม่ได้มองว่าเป็นพระเอกขี่ม้าขาว แต่มองว่ามันคือพื้นฐานที่ต้องมีสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ควบคุมผลกระทบตามสมควร และไม่ต้องไปยื่นสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้อีกแล้ว

หลังจากนั้นเราจะได้เถียงกันน้อยลง หากทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าธรรมชาติของธุรกิจ Data Center เป็นอย่างไร

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1EUFMa9P5t/

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Data Center