‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA เว้นเก็บภาษีซ้อน ยกระดับการค้าการลงทุนสองประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับนางบริกิทเทอ ฮาส นายกรัฐมนตรีราชรัฐลิกเตนสไตน์ ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-WBG Annual Meeting 2026)
โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศยินดีกับความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในระดับราชวงศ์ไทย-ลิกเตนสไตน์

ซึ่งปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความตกลงการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (Thailand-EFTA FTA) เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น โดยความตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2570
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการขยายความร่วมมือในด้านตราสารการเงิน และการจัดทำอนุสัญญาเว้นการเก็บภาษีซ้อน (DTA) โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป
ด้านนายกรัฐมนตรีลิกเตนสไตน์ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนว่า ลิกเตนสไตน์มีศักยภาพในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยปัจจุบันมีภาคเอกชนลิกเตนสไตน์ลงทุนด้านการก่อสร้างขนาดใหญ่ในประเทศไทย และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารเคลือบยานอวกาศ (Spacecraft Coating) ซึ่งปัจจุบันลิกเตนสไตน์ได้ร่วมมือด้านเทคโนโลยีนี้กับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Aeronautics and Space Administration: NASA)
สำหรับด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีลิกเตนสไตน์รับพิจารณาเรื่องการยกเลิกวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่มีจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ลิกเตนสไตน์ ตามความประสงค์ของรัฐบาลไทย
ด้านศาสนา ลิกเตนสไตน์กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่ได้มอบพระไตรปิฎกแก่รัฐบาลลิกเตนสไตน์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยปัจจุบันรัฐบาลลิกเตนสไตน์ได้เก็บรักษาพระไตรปิฎกไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกำหนดการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ในห้วงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาการเดินทางเยือนลิกเตนสไตน์ในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย