อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย World Bank-IMF มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
อนุทิน ย้ำความสำเร็จไทยเวที World Bank-IMF ไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก ย้ำเป้าหมาย OECD ดึงรายได้เข้าประเทศ หวังเป็นสปิงบอร์ดดันประเทศไทยโตก้าวกระโดด แบบ “Exponential“
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าการจัดประชุมระดับโลกที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอด และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในทุกมิติ ให้ประชาคมโลกได้เห็นอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความพร้อมของระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก
นายกฯ กล่าวต่อว่า การประชุม World Bank และ IMF ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีผู้แทนจาก 191 ประเทศเข้าร่วมประชุมนั้น ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยไม่มีข้อร้องเรียนหรือความบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญใด ๆ โดยทุกประเทศต่างมีความพึงพอใจ และมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลจะนำความเข้มแข็งเหล่านี้มาเปลี่ยนเป็นโอกาส รายได้ สวัสดิภาพ และอาชีพให้แก่ประชาชนชาวไทยทุกคน
ในส่วนของการหารือทวิภาคีและการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจ นายอนุทิน เปิดเผยว่า ได้ร่วมพบปะและหารือกับผู้นำระดับสูงหลากหลายประเทศ ทั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีการต่างประเทศ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลอดจนเลขาธิการองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
โดยเลขาธิการ OECD ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยจะสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเปรียบเสมือน “จุดดีดตัว” (Springboard) ครั้งสำคัญของประเทศในสายตาชาวโลก และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทีมงานทุกภาคส่วน
นายกฯ ยังกล่าวถึงเบื้องหลังความท้าทายในการเป็นเจ้าภาพว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้เข้ามาพูดคุยตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ตั้งแต่ ครม. ชุดแรก (หนู 1) ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับท่าน ซึ่งในขณะนั้นมีความกังวลอย่างมากเนื่องจากตอนนั้นยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า หากเป็นเรื่องของประเทศชาติ เราจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทุกคน จนทำให้การจัดงานผ่านพ้นไปได้อย่างเรียบร้อย
เมื่อถามว่า การจัดงานเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ แสดงว่าเราคุ้มทุนคุ้มค่าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการคิดคำนวณกำไรขาดทุนแบบคุ้มทุน แต่เป็น “ความคุ้มค่า” และเป็น สิ่งที่ต้องทำโดยภายในงานนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ (MOU) ขึ้นในประเทศไทย อันเป็นการช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและสร้างฐานการเติบโตใหม่ของประเทศ
เมื่อถามว่า แบบไทยแลนด์พลัสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็น “Exponential” คือโตแบบก้าวกระโดด หรือโตแบบยกกำลัง
