เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV

17 ต.ค. 2569 | 11:00น.

รมว.อุตฯ เอาจริงขยะพิษ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ เร่งนิคมรีไซเคิลรับซากโซลาร์–แบต EV ดัน AI ช่วยชาวนาเพิ่มมูลค่าข้าว อ้อย พร้อมพยุง SME ย้ำทิศทางอุตสาหกรรมรถไทยไม่เดิน EV ทางเดียว ผุดแนวคิดตั้งนิคมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 4 ภาค

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในรายการ ‘คุยกับ ครม. อนุทิน’ ประจำวันที่ 17 ต.ค. 2569 ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทย โดยย้ำว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับปัญหามลพิษ หรือทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง

ประเด็นที่ให้น้ำหนักมาก คือการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มานาน 40-50 ปี โทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดของเสียที่ถูกต้อง

ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างแก้ พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และศุลกากร เพื่อยกระดับการเอาผิดให้เชื่อมถึงเส้นทางการเงิน ตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ และผลักดันค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก

“วันนี้การลงโทษ มันถูกกว่าการเอาไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว จึงต้องทำให้การฝ่าฝืนกฎหมายไม่คุ้ม และบังคับให้กากอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง”

นายวราวุธ กล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ คือขยะจากเทคโนโลยีสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถ EV ซึ่งจะทยอยหมดอายุในไม่กี่ปี โดยเฉพาะแผงโซลาร์ที่ใช้มานานราว 10 ปีและมีอายุใช้งานประมาณ 15 ปี ซึ่งอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

กระทรวงฯ จึงเร่งผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล รวบรวมโรงงานรีไซเคิลและกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมและการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปกองปะปนกับขยะทั่วไป

ทั้งนี้ แบตเตอรี่ EV ที่หมดสภาพจากการใช้งานในรถไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งทั้งหมด บางส่วนสามารถนำไป recondition และใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ด้านปากท้อง กระทรวงเดินหน้าแนวคิด “AI ยกกำลัง 2” ดึงเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมขั้นสูงมาเชื่อมกับภาคเกษตร ซึ่งมีแรงงานเกือบ 30% ของประเทศ แต่สร้าง GDP ราว 8% เพื่อไม่ให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างเศรษฐกิจใหม่กับฐานรากถ่างกว้างขึ้น

AI จะถูกใช้ตั้งแต่ต้นน้ำ ดูระบบให้น้ำ คุณภาพดิน และสภาพอากาศ กลางน้ำใช้ระบบอัตโนมัติช่วยแปรรูป และปลายน้ำใช้ AI อีคอมเมิร์ซ โซเชียลมีเดีย และโลจิสติกส์ช่วยหาตลาด ซึ่งวันนี้เรียกว่าหมดเวลาที่จะขายของเยอะ แต่ต้องขายของแพง

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด คือข้าวที่ขายวัตถุดิบตันละประมาณ 7,000-8,000 บาท หากนำไปแปรรูปเป็นแป้งหรือผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก มูลค่าอาจเพิ่มเป็นหลายหมื่นบาทต่อตัน ขณะที่อ้อยจะเน้นเพิ่มผลผลิตต่อไร่และค่าความหวาน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจากพื้นที่เดิม

เพื่อให้เทคโนโลยีไม่อยู่แค่ในห้องประชุม กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 4 ภาค ได้แก่ เหนือ กลาง อีสาน และใต้ รองรับผลผลิตเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น ข้าว อ้อย และยางพารา

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า จุดแข็งของไทยอยู่ที่เครือข่าย SME กว่า 3.2 ล้านราย ซึ่งรวมตัวกันเป็นห่วงโซ่อุปทานของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์ที่ทำงานร่วมกับญี่ปุ่นมานาน 60-70 ปี จนไทยได้รับการยอมรับว่ามี Supply Chain ที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ

สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ไทยจะไม่เลือกเดินเส้นทาง EV เพียงทางเดียว แต่ใช้แนวทาง Multi-pathway เปิดพื้นที่ให้ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด PHEV รถไฟฟ้า BEV และเทคโนโลยีไฮโดรเจนในอนาคต พร้อมดูแลฐานค่ายญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์เดิมที่สร้างงานให้คนไทยจำนวนมาก

“คนที่เคยช่วยเราเอาไว้ในอดีต พอถึงเวลาเราเจอความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา เราต้องจับมือกัน ไม่ใช่ไปทิ้งเขา ส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะรถยุคใหม่มีลักษณะเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่มากขึ้น ”

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและ SME Bank จะเข้าช่วยทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ในการเปลี่ยนผ่าน ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องเพิ่มความแม่นยำและความยืดหยุ่นให้รองรับทั้ง ICE ไฮบริด และ EV เพราะไทยยังเป็นฐานผลิตรถส่งออกไปหลายตลาด ซึ่งแต่ละประเทศมีความต้องการเทคโนโลยีไม่เหมือนกัน

อีกโจทย์สำคัญคือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก เช่น CBAM ของยุโรป ที่เริ่มกดดันผู้ส่งออกไทยให้ใช้พลังงานสะอาด มีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน และพัฒนาโรงงานไปสู่ Green Industry กระทรวงจะทำหน้าที่ทั้งกำกับมาตรฐานและช่วย SME เข้าถึงความรู้กับเงินทุนเพื่อปรับโรงงาน

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมจะเดินหน้าได้ แต่ต้องไม่เบียดเบียนชุมชน หากการดำเนินงานของนิคมหรือโรงงานสร้างผลกระทบต่อประชาชนก็ต้องเข้าไปแก้ไขและเยียวยา พร้อมเปิดช่องให้ประชาชนแจ้งปัญหาโรงงาน น้ำเสีย หรือมลพิษผ่านสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ได้ตลอดเวลา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขยะพิษ