เปิดปฏิทินงบประมาณใหม่ ‘อนุทิน’ ขึ้นปี 2 ดึง กกร.กำหนดทิศใช้เงิน
เปิดแผนรัฐบาลไทม์ไลน์ ‘ปฏิทินทำงบฯ 71’ มิติใหม่ให้พรรครัฐบาล ฝ่ายค้าน เอกชนและภาคประชาชน ร่วมกำหนดทิศทางปั้นโครงการบริหารเงินหลวง เพื่อให้เริ่มทันการเบิกจ่ายภายในวันที่ 1 ต.ค.2570
หลังงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีผลบังคับใช้ 5 วัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดวาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นปีปฏิทินจัดการงบประมาณใหม่ปี 2571 ทันที
สำนักงบประมาณ จัดทำเอกสาร และปฏิทิน ไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณปี 2571 คิกออฟตั้งแต่เดือนตุลาคมคม 2569 เป็นต้นไป
500 ล้านขึ้นไปประเมินความเสี่ยงทุจริต
-เดือนตุลาคม 2569 สำนักงบประมาณ จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ก่อนการจัดทำงบประมาณ (Pre – Budget Consultation) เพื่อรับทราบประเด็นสำคัญและนำมาประกอบการพิจารณาจัดทำงบฯ ปี 71
-ระหว่างเดือนตุลาคม 2569 – วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2570 เปิดให้หน่วยรับงบประมาณ พิจารณาทบทวน ปรับปรุงข้อมูล และจัดทำรายงาน เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำงบฯ ปี 71 ของหน่วยรับงบประมาณ ส่งสำนักงบประมาณ รวมทั้งดำเนินการรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำคำของบประงบฯ โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาในระดับพื้นที่และความต้องการของประชาชน
(สำหรับรายการที่ขอรับการจัดสรรงบฯ ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ให้ทำการประเมินความเสี่ยงการทุจริตตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ก่อนส่งรายละเอียดคำขอตั้งงบฯ / ส่วนหน่วยรับที่ขอรับการจัดสรรงบฯ ที่มีรายการก่อนนี้ผูกพันข้ามปีตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณฯ ตามมาตรา 26 พ.ร.บ.งบฯ 2561)
ขณะที่กลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำชับให้จัดทำงบฯ ต้องสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ แผนพัฒนาพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
-วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ และมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการประจำปีงบฯ ปี 71
-วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569 คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการคลัง ระยะปานกลาง
-วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2569 คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบฯ ปี 71
-วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2569 คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายงบฯ ประมาณการรายได้-รายจ่าย และโครงสร้างงบฯ ปี 71
-เดือนธันวาคม 2569 นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571
เปิดรับคำขอเงิน ธ.ค. 69 เป็นต้นไป
-ระหว่างธันวาคม 2569 – วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2570 เปิดให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำรายละเอียดคำขอเสนอคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด พิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งสำนักงบประมาณ ในรูปแบบเอกสารและผ่านระบบ e–Budgeting ภายในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2570
-วันพุธที่ 7 เมษายน 2570 คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดงบฯ ปี 71 พร้อมแนวทางการปรับปรุงรายละเอียด
-วันอังคารที่ 27 เมษายน 2570 คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียด และมอบให้สำนักงบฯ ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำงบฯ ปี 71 (ตามมาตรา 77 วรรสอง ของรัฐธรรมนูญปี 60)
-วันพุธที่ 28 เมษายน – วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2570 สำนักงบฯ รับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71
-วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2570 คณะรัฐมนตรี รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71 และพิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้สำนักงบฯ จัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71 และเอกสารประกอบ
-วันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2570 คณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71 และเอกสารประกอก่อนนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
ดันเข้าสภา-ทูลเกล้าฯ ตามไทม์ไลน์
-วันพุธที่ 16 – วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2570 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71 วาระที่ 1
-วันพุธที่ 25 – วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2570 สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71 วาระที่ 2-3
-วันจันทร์ที่ 6 – วันอังคารที่ 7 กันยายน 2570 วุฒิสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 71
-วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2570 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศ บังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
มิติใหม่ ‘การเมือง-นักวิชาการ-ประชาชน’ ร่วมชำแหละ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดทำงบฯ ปี 71 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเดิม ที่ให้เพียงหน่วยงานต่างๆ นำเสนอของบเท่านั้น
“ครั้งนี้จะทำแบบ (Pre – Budget Consultation) โดยจะเปิดให้พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) นักวิชาการ ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันหารือเพื่อกำหนดทิศทางการจัดทำงบฯ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดทำงบประมาณ”
ส่วนแนวทางการจัดทำงบฯ ปี 71 โฆษกรัฐบาล ย้ำว่ามุ่งดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีเป้าหมาย ตัวชี้วัดและผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจ
7 หลัก แก้ไขปัญหาชาวบ้าน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม
สำหรับแนวทางจัดทำงบฯ ปี 2571 ที่สำนักงบประมาณ กำหนด 7 วัตถุประสงค์หลักๆ ดังนี้
1. มุ่งเน้นดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชน การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ทางการคลังอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566-2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) ร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2571-2575)
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ
2. จัดทำงบประมาณเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เพื่อรับมือและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การบูรณาการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) เน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานชีวภาพ (Bioenergy) และพลังงานสีเขียว (Green Energy)
ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมการพัฒนาภาคการผลิตและการบริการอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสวัสดิการที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงมิติเพศภาวะเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของทุกเพศอย่างเป็นธรรม รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการภาครัฐโดยการใช้ระบบดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว โปร่งใสและตรวจสอบได้
3. จัดทำงบประมาณ โดยพิจารณาลำดับความสำคัญตามความจำเป็นเร่งด่วน และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนินโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญในระดับต่ำ รวมถึงลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อนและไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผล
โดยคำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า (Value for Money : VfM) ประหยัด (Economy) มีประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธิผล (Effectiveness) และเป็นธรรม (Equity) รวมถึงศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณในปีที่ผ่านมา
4. การจัดทำแผนงาน/โครงการ โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ โดยจะต้องส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ (Significant) ผลกระทบต้องมีความต่อเนื่องและคงอยู่ในระยะยาว (Durable) สร้างผลงานใหม่ (Additional) และมีผลต่อการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน (Evidence – based)
ตลอดจนมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งได้คำนึงถึงผลการรับฟังความคิดเห็นจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการจัดทำงบประมาณ
5. การจัดทำงบประมาณ พิจารณาให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ โดยให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณานำเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้ เงินสะสมคงเหลือ มาดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณเป็นลำดับแรก
รวมทั้งพิจารณาแหล่งเงินอื่นเพื่อดำเนินโครงการภาครัฐ เช่น เงินกู้ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnerships : PPP) และการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFFIF) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ
6. ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณมิติพื้นที่ (Area) ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่ระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด และท้องถิ่น ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล
7. ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 กฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี สภาผู้แทนราษฎร และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี วุฒิสภา