“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
กทม. เร่งฟื้นฟู“เคหะธานี 4 ”เขตสะพานสูง ลุยเก็บขยะชิ้นใหญ่ เล็งปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยหลังลงพื้นที่หมู่บ้านเคหะธานี 4 ซอยมิสทีน เขตสะพานสูงว่า เพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด การเร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ และวางแนวทางบริหารจัดการน้ำในระยะยาว
เร่งเคลียร์ขยะชิ้นใหญ่-สั่งเทศกิจอำนวยความสะดวกจราจร
จากการลงพื้นที่พบว่า หมู่บ้านเคหะธานี 4 มีสภาพเป็นพื้นที่ต่ำจึงประสบปัญหาน้ำท่วมสูง ซึ่งภายหลังน้ำลด ประชาชนได้ทำความสะอาดบ้านเรือนและนำขยะชิ้นใหญ่มาทิ้งสะสมจำนวนมาก โดยนำมากองรวมไว้บริเวณลานกีฬาและท่าน้ำ
แต่เนื่องจากถนนภายในหมู่บ้านค่อนข้างแคบ ทำให้รถเก็บขยะสวนทางลำบากและเกิดปัญหาจราจรติดขัด
จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาช่วยจัดระเบียบการจราจรพร้อมนำรถตักขยะและรถหนีบขยะเข้ามาช่วยยกขยะชิ้นใหญ่ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนรถขนขยะจากกรมชลประทานเข้ามาช่วยเสริมการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ กทม. เน้นย้ำหลักการเร่งดูแลพื้นที่สาธารณะเป็นหลัก ส่วนพื้นที่หมู่บ้านเอกชนจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยให้นำขยะมารวมไว้ ณ จุดพักขยะส่วนกลาง
เล็งปรับปรุงบึง 80 ไร่ในหมู่บ้านเป็นแก้มลิง แก้น้ำท่วมหมู่บ้านระยะยาว
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว พบว่าบริเวณกลางหมู่บ้านเคหะธานี 4 มีบึงรับน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่ราว 70–80 ไร่ ซึ่งหากไม่มีระบบบริหารจัดการน้ำเข้า-ออก จะไม่สามารถช่วยป้องกันน้ำท่วมได้เมื่อน้ำเต็มบึง
จึงมีแนวคิดว่าหากทำได้อาจวางระบบประตูระบายน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อพัฒนาเป็นแก้มลิงสำหรับสูบระบายน้ำออกสู่คลองรอบนอกหมู่บ้าน ได้แก่ คลองญี่ปุ่น คลองบางเลา และคลองลาดบัวขาว ซึ่งไหลไปรวมกันบริเวณคลองทับช้างบน ก่อนลงสู่คลองประเวศบุรีรมย์
เฝ้าระวังน้ำริมคลองสายไหม เปิดประตูระบายน้ำช่วยพื้นที่ข้างเคียง
ด้านสถานการณ์น้ำ กทม. ได้แจ้งเตือนประชาชนริมคลองในพื้นที่เขตสายไหม ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 5–10 เซนติเมตร เนื่องจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประสานปล่อยมวลน้ำจากอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ผ่านจังหวัดปทุมธานี
โดย กทม. ร่วมบริหารจัดการน้ำโดยเปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 ลงสู่คลองลาดพร้าว รวมถึงเปิดคลอง 7, 8 และ 9 ผันน้ำลงคลองหกวาสายล่าง ผ่านคลองแสนแสบ เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำลงสู่ด้านล่างและบรรเทาความเดือดร้อนให้จังหวัดข้างเคียงอย่างปทุมธานีและแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา