‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ รอปี’71 รัฐอัด 5.8 พันล้านลุยค่าโดยสาร 17-45 บาท
การเดินหน้า “ระบบตั๋วร่วม” ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงคมนาคมถูกผลักดันมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่ได้ฤกษ์นับหนึ่ง เนื่องจากยังออกกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ.2568 ไม่ครบ ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เจ้าภาพหลัก ทบทวนแผน ปรับกรอบเวลาเป็น 5 ปี ตั้งแต่ 2569-2573
ระหว่างรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่ “ระบบตั๋วร่วม” เต็มรูปแบบ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โหมโรงมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย ราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว ควบบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทสาย “สีแดงและสีม่วง”

โดยจะเสนอของบฯ กลางจากงบประมาณปี 2570 จำนวน 5,850 ล้านบาท มาเดินหน้ามาตรการ แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย จำนวน 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชน จำนวน 65 ล้านบาท จากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 26 ตุลาคม 2569
รายละเอียดเป็นการชดเชยรายได้ สายสีแดง 148.59 ล้านบาท แอร์พอร์ตเรลลิงก์ 111.04 ล้านบาท สายสีน้ำเงิน 1,293.25 ล้านบาท สายสีม่วง 235.93 ล้านบาท สายสีเหลือง 164.21 ล้านบาท สายสีชมพู 350.07 ล้านบาท สายสีเขียว 3,468.98 ล้านบาท สายสีทอง 12.09 ล้านบาท แต่ผลลัพธ์ของมาตรการทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20.7%
พร้อมกับขอขยายเวลาบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ออกไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 พร้อมกับค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยว
“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลักการอัตราค่าโดยสารร่วมเริ่มต้น 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมรถไฟฟ้า 8 สาย ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ สายสีแดง แอร์พอร์ตเรลลิงก์ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียว และสายสีทอง ภายใต้หลักการสัญญาเดิม ไม่แก้ไขสัญญาสัมปทาน ไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า
โดยมาตรการจะใช้เฉพาะประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless ปัจจุบันระบบ EMV รองรับได้แล้วสายสีแดง สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ส่วนสายสีเขียวและสีทองส่วนใหญ่ใช้บัตรแรบบิท จะเข้าร่วมโครงการต้องปรับปรุงระบบให้รองรับ EMV
“มาตรการ 17-45 บาท จะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นมาตรการชั่วคราว 1 ปี ถึง 31 ธันวาคม 2570 เป็นทางเลือกเพิ่มจากเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทสายสีแดงและสีม่วง ก่อนจะนำไปสู่ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าซึ่งจะเริ่มในปี 2571 โดยบัตรใบเดียวใช้รถไฟฟ้าหลายสาย จ่ายค่าแรกเข้าครั้งเดียว แต่ต้องกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่”
เนื่องจากระบบตั๋วร่วมเต็มรูปแบบต้องปรับโครงสร้างการบริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสายโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมถึงสายสีเขียวและสายสีทองของกรุงเทพมหานคร (กทม.) สายสีแดงและแอร์พอร์ตเรลลิงก์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อให้การบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้าแบบองค์รวมโดยหน่วยงานภาครัฐรายเดียว
“มาตรการลดค่าครองชีพผ่านค่าโดยสารรถไฟฟ้านี้ ทั้ง รฟม.และ กทม. ต้องรวมข้อมูลการเดินทาง รายได้จริงและประเมินผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ เป็นระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการเจรจาจัดสรรส่วนแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนให้แก่รัฐอย่างเหมาะสมต่อไป”