เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
‘ทรัมป์’ แจ้ง ‘อนุทิน’ หวังได้ลงนามปิดดีล ‘ภาษีสหรัฐ’ ช่วงเยือนเอเชีย พ.ย.
Politics ‘ทรัมป์’ แจ้ง ‘อนุทิน’ หวังได้ลงนามปิดดีล ‘ภาษีสหรัฐ’ ช่วงเยือนเอเชีย พ.ย.
ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
Automotive ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
World 3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
ประเสริฐ จ่อชงของบฯซ่อมโรงเรียนเสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
Politics ประเสริฐ จ่อชงของบฯซ่อมโรงเรียนเสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
Politics ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
Tech ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
“สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
Economic “สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
Politics พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
Economic จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
ดูทั้งหมด

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร

12 ก.ค. 2569 | 10:10น.
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมเสวนาและเวิร์กช็อปขับเคลื่อนสังคมในชื่อ Meeting the Inventor “No Allergy Zone ปลอดภัยทุกมื้อ” นำโดย อาจารย์ ดร.รุจาภัค สุทธิวิเศษศักดิ์ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อาหาร มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนพื้นที่ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและโอบรับคนทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาวะเริ่มต้นจากการปรับทัศนคติและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกภายในร่างกาย ผ่านการจำแนกความแตกต่างระหว่างอาการผิดปกติหลังมื้ออาหารออกเป็นสองมิติ มิติแรกคือ “ภาวะร่างกายทนไม่ได้” (Food Intolerance) ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางสรีระเฉพาะบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น อาการท้องอืด ท้องเสีย หรืออาการใจสั่น ซึ่งภาวะเหล่านี้สามารถบริหารจัดการได้ง่ายเพียงแค่หลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนประเภทอาหาร

มิติที่สองคือ “การแพ้อาหารที่แท้จริง” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ผ่านระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีนออกมาโจมตีโปรตีนในอาหาร ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวเฉียบพลันและระบบอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

การทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้นำไปสู่บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารภายในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เด็กและเยาวชนใช้เวลาใช้ชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของวัน

ในงานเสวนาได้มีการสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านกรณีศึกษาจริงของครูที่มีนักเรียนเผชิญภาวะความจำเพาะทางพันธุกรรมร่วมกับโรคภูมิแพ้ เช่น โรคจีซิกพีดี (G6PD) และการแพ้แป้งสาลีอย่างรุนแรง ซึ่งบ่อยครั้งกลายเป็นข้อจำกัดในการเข้ารับการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งยังขาดบุคลากรที่มีความพร้อมและมีความเข้าใจเชิงลึกในการดูแลเด็กกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ นำไปสู่การปฏิเสธการรับเข้าเรียนหรือการสร้างความกังวลใจให้แก่ครอบครัว

ทีมแพทย์ได้ให้คำแนะนำเชิงนโยบายว่า สถานศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมอง โดยแยกแยะระหว่างโรคทางพันธุกรรมที่ต้องการการดูแลแบบป้องกันอย่างโรคจีซิกพีดี กับภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรืออนาฟิแลกซิส (Anaphylaxis) จากการแพ้แป้งสาลี ซึ่งระบบการศึกษาจำเป็นต้องมีแผนเผชิญเหตุและมาตรฐานการดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษาจากข้อจำกัดทางด้านร่างกาย

ความท้าทายที่แท้จริงของการจัดการภาวะแพ้รุนแรงในสถานศึกษาและอุตสาหกรรมบริการอาหาร คือการป้องกันสารปนเปื้อนข้ามขั้น (Cross-contamination) ซึ่งมักเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ดร.รุจาภัคเปิดเผยว่า ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ในระดับวิกฤต ละอองหรือเศษอาหารเพียงเล็กน้อยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการช็อกจนหมดสติได้ทันที เช่น การใช้เขียงใบเดียวกัน กระทะใบเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการลวกอาหารในหม้อน้ำซุปชาบูหม้อเดียวกันในร้านอาหาร หรือกรณีอุทาหรณ์ในต่างประเทศที่เด็กเล็กเกิดอาการช็อกบนเครื่องบิน เพียงเพราะผู้โดยสารแถวใกล้เคียงเปิดซองรับประทานถั่ว

โรงเรียนและสถานประกอบการจำเป็นต้องมีระบบครัวแยกเฉพาะ มีการทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อรองรับความหลากหลายทางกายภาพของผู้บริโภคและสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่เท่าเทียม

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทีมแพทย์เน้นย้ำ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดูแลสุขภาพคือ การยุติพฤติกรรมการใช้ยาที่ผิดวิธี โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าการรับประทานยาแก้แพ้ชนิดเม็ดดักไว้ก่อน จะช่วยให้สามารถรับประทานอาหารที่แพ้ได้ ซึ่งทางการแพทย์ชี้ว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและมีความเสี่ยงสูงมาก

เนื่องจากยาแก้แพ้ทั่วไปทำหน้าที่ยับยั้งสารฮิสตามีนได้เพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถสกัดกั้นโมเลกุลสื่อประสาทอื่น ๆ ที่หลั่งออกมาในกรณีกลไกการแพ้รุนแรงได้ หากเกิดอาการช็อก ความดันตก หรือหลอดลมหดตัว ยาเม็ดจะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เลย

ดร.รุจาภัคได้กล่าวถึงการจัดสรรยาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงยาแก้แพ้รุ่นเก่าที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม มึนงง อันเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุการพลัดตกหกล้ม และหันมาใช้ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ที่ไม่มีฤทธิ์กดประสาทตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น

เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ระบบการศึกษาและระบบสาธารณสุขไทยจำเป็นต้องร่วมกันผลักดันให้ “อะดรีนาลีน” (Adrenaline) หรือ “เอพิเนฟริน” (Epinephrine) ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นยาช่วยชีวิตตัวจริงในภาวะวิกฤต กลายเป็นยาสามัญประจำห้องพยาบาลในสถานศึกษา

เช่นเดียวกับในประเทศพัฒนาแล้ว ที่กฎหมายกำหนดให้โรงเรียนต้องมีปากกาฉีดอะดรีนาลีนอัตโนมัติ และฝึกอบรมให้คุณครูรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาสามารถสังเกตอาการแพ้เฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นผื่นลมพิษที่ขึ้นทั่วตัวร่วมกับอาการแน่นอก หายใจเหนื่อยหอบ หรือความดันตก และสามารถตัดสินใจฉีดเขียนยา เพื่อรักษาชีวิตเด็กได้ทันท่วงทีในระหว่างรอรถพยาบาล