BEANS Coffee Roaster เปิดเส้นทางความสำเร็จ “แตกต่าง เติบโต ยั่งยืน”
ชนัญดา ทวีสิน เปิดเส้นทางยั่งยืน ธุรกิจกาแฟแบรนด์ BEANS เติบโตเกินคาด จากจุดเริ่มต้นขายได้ 3 แก้วสู่ 38 สาขาทั่วเมืองหลัก
ประชาชาติธุรกิจ หนังสือพิมพ์ธุรกิจ-เศรษฐกิจในเครือมติชน จัดงานสัมมนา PRACHACHAT ESG FORUM 2026 “Beyond ESG: Thailand Transition” ที่ห้องฉัตราบอลรูม 1-2 โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ บนเวทีสัมมนา หัวข้อ “แตกต่าง : เติบโต : ยั่งยืน” ได้มีการพูดคุยกับ ชนัญดา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง BEANS Coffee Roaster ถึงจุดเริ่มต้นและความสำเร็จ
ชนัญดากล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเส้นทางในธุรกิจของนุ้บไม่ได้เรียนสายนี้ ไม่ได้อยู่เส้นทางธุรกิจเลย และไม่ได้ดื่มกาแฟด้วย มีงานประจำทำอยู่ แต่ได้มีโอกาสทำร้านแฟรนไชส์จึงได้สอนเราเรื่องต้นทุน ยอดขาย การดูแลพนักงาน ลูกค้า จากนั้นมีโอกาสได้เจอกับพี่ฟาน-อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ จึงได้ทำโรงคั่วกาแฟด้วยกัน เราทำแบบ B2B ส่งโรงแรม ร้านอาหาร ตอนนั้นเมื่อได้เลือกเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง จึงได้เห็นว่า กาแฟสเปเชียลตี้ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป อันนี้คือ 4-5 ปีก่อน ที่เราเห็นว่ากาแฟสเปเชียลตี้ราคาขึ้นไป เราสามารถทำให้คนเข้าถึงกาแฟสเปเชียลตี้ได้มากกว่านี้
ชนัญดาเล่าต่อว่า เราจึงเปิดร้านแรกเป็นโรงคั่วอยู่ตึกในถนนที่คนเห็นยาก หาทางเข้ายาก เป็นปัญหาว่าลูกค้าจะเข้ามาอย่างไร วันแรกเราขายได้ 3 แก้ว แต่ลูกค้ากลับมาหาเราเรื่อย ๆ ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าอยากได้มากกว่ากาแฟแก้วเดียว จากที่เราขายได้ 3 แก้วในวันแรกตอนนี้เรามี 38 สาขา โตขึ้นมา 14 เท่า เมื่อมีโอกาสที่ดีเราคว้าไว้และทำให้เต็มที่
สาขาแรกของเราแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะเป็นโรงคั่วที่เราเปิดอยู่แล้ว ลูกค้าจะได้เข้ามาเลือกเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง นุ้บรับลูกค้าเอง พี่ฟานทำกาแฟเราตอบ Comment ตอบแชตเอง”
ชนัญดากล่าวต่อว่า จุดต่างของ BEANS คือการสั่งกาแฟ ตั้งแต่เริ่มต้นลูกค้าเข้ามาลูกค้าสามารถเลือกได้เลยว่าจะรับอเมริกาโน่หรือลาเต้ เป็นค่าทำกาแฟจากนั้นลูกค้าก็เลือกได้ว่าอยากลองทานกาแฟแบบไหน ดูราคาเมล็ดได้เลยว่าอยากกินราคาประมาณไหนอยู่ที่ Budget ของลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสความ Special ของกาแฟโดยที่มีคนอธิบายให้ฟัง อยากได้กาแฟแบบไหนลูกค้าชอบกาแฟแบบไหน เราแนะนำให้ได้
นอกจากนี้เรายังมีการคืนกลับสู่ลูกค้าด้วยแคมเปญ One Blend One Change คือการให้ลูกค้าทำกาแฟในแบบที่ตัวเองชอบ แล้ววางขาย 1 คน 1 เดือนรายได้จะนำไปบริจาคองค์กรที่ลูกค้าเลือก ตอนนี้เราทำมาได้ 12 คน 12 เดือนแล้ว เป็นการชวนลูกค้ามาทำอะไรสนุก ๆ ร่วมกัน
“ความจริงในการทำงานด้านบริการมีความท้าทายทุกวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกค้า สต๊อกสินค้า การบริหารเงินสด ทุกอย่างไม่ว่าเราจะโตขนาดไหน จะมีเช็กพอยต์ที่เราต้องกลับมาดูแล เพื่อที่จะเดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ ต้องทำความเข้าใจเรื่อง ยอดขาย กำไร กระแสเงินสด มันมีหลายปัจจัยมากมาย ที่เราต้องทำความเข้าใจ มีหลายสิ่งที่เราต้องคำนึงว่าหากอะไรไม่เป็นไปตามแผนแล้วเราจะสามารถเดินหน้าต่อได้“
บทเรียนที่อยากแบ่งปัน
ชนัญดาเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่ขยายสาขาออกจากใจกลางเมืองไปยังพื้นที่รอบนอก บริษัทเคยเจอปัญหาเรื่องกำลังซื้อของลูกค้าที่แตกต่างกันไปตามทำเล เนื่องจากช่วงแรกใช้วิธีคาดเดารสชาติที่ลูกค้าน่าจะชอบโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ ทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า
บีนส์จึงปรับมาใช้กลยุทธ์ “โลเกชั่นเบลนด์” คือการพัฒนาเมนูกาแฟเฉพาะสาขา โดยพิจารณาจากรสนิยมของลูกค้าในพื้นที่นั้น ๆ ทั้งระดับการคั่วและราคา พร้อมชูจุดขายว่าบางเมนูจะหาชิมได้เฉพาะบางสาขาเท่านั้น
ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ เธอมองว่าธุรกิจกาแฟมีความได้เปรียบตรงที่เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อเป็นประจำทุกวัน ต่างจากร้านอาหารทั่วไป สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญคือการควบคุมคุณภาพให้คงที่ ไม่ว่าลูกค้าจะไปสาขาไหนหรือพนักงานคนใดชงก็ต้องได้รสชาติเดียวกัน
สำหรับแผนระยะยาว บีนส์ตั้งเป้าสร้างแบรนด์กาแฟไทยที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทาน ผ่านแนวทางหลัก ได้แก่ “การวางระบบ QC” ฝึกอบรม (Training) พนักงานอย่างจริงจัง ตลอดจนให้โอกาสพนักงานเติบโตในสายงาน โดยยกตัวอย่างพนักงานที่เริ่มจากบาริสต้าจนขึ้นเป็นแอเรียแมเนเจอร์ได้ภายใน 2-3 ปี
ถัดมาคือ “การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกาแฟไทย” โดยลงทุนศูนย์การเรียนรู้ที่เชียงใหม่เพื่อให้ความรู้เกษตรกรเรื่องสายพันธุ์กาแฟและการแปรรูป ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าเชอรี่กาแฟจากกิโลกรัมละ 25-30 บาท เป็นได้ถึง 260-300 บาทต่อกิโลกรัมหากแปรรูปจนพร้อมเข้าเครื่องชง
ท้ายนี้ ชนัญดาฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า ความหลงใหลหรือ Passion เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจ ผู้ที่คิดจะเปิดร้านต้องเข้าใจว่าการเปิดร้านหนึ่งร้านต้องใช้เงินลงทุน จึงไม่ควรตัดสินใจด้วยความรู้สึกหรือ Gut Feeling เพียงอย่างเดียว แต่ควรศึกษาและคำนวณเรื่องระยะเวลาคืนทุน (Payback) ให้ชัดเจนว่าหากลงทุนไปเท่านี้ จะสร้างยอดขายได้เท่าไหร่ และจะใช้เวลาคืนทุนนานแค่ไหน เพื่อให้การตัดสินใจมีความรอบคอบและลดความเสี่ยงที่จะเจ็บตัวหนักเกินไป
และสุดท้าย เธอย้ำว่าต้องลงมือทำจริง เพราะถ้าไม่ลองทำก็จะไม่มีวันรู้ว่าตัวเองทำได้หรือไม่ ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาทุกวันนั้นเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ แต่ปัญหาทุกอย่างล้วนมีทางแก้ ขอเพียงค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แก้ไปทีละขั้น นับหนึ่ง สอง สาม ไปเรื่อย ๆ

ทายาทหมื่นล้าน ‘แสนสิริ’
“ชนัญดา ทวีสิน” มีชื่อเล่นว่า “นุ้บ” วัยสามสิบกว่า เป็นลูกสาวคนเดียว และลูกคนสุดท้องในพี่น้อง 3 คนของอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 “เศรษฐา ทวีสิน” และคุณหมออ้อม “แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน” แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวพรรณ และด้านเวชศาสตร์การชะลอวัย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
พี่ชายคนโตชื่อ “น้อบ-ณภัทร ทวีสิน” นักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ ล่าสุด เพิ่งซื้อโรงแรมหรูในอิตาลี “The Lake Como EDITION” ผ่านกองทุน “แสนสิริ แคปิตอล”
พี่ชายอีกคนชื่อ “แน้บ-วรัตม์ ทวีสิน” ทายาทคนกลางของตระกูล หลังเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์จาก Stanford University ต่อด้วยปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะสถาบันเดียวกัน ก็ได้แต่งงานกับแฟนสาวชาวต่างชาติ และตัดสินใจทำงานที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ล่าสุด ได้มอบของขวัญให้กับครอบครัวชื่อ “น้องเซียนน่า” ให้คุณปู่นิดและคุณย่าอ้อมได้เชยชมแล้ว
ส่วน “นุ้บ-ชนัญดา” จบปริญญาตรี-ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เป็นคนรุ่นใหม่ มีหลักคิดของตัวเอง ไม่โหยหาแสง ทำให้ตื่นเวที เพราะไม่ค่อยออกสื่อ
สมัยคุณพ่อลงเล่นการเมืองสนามใหญ่ อดีตนายกฯ คนที่ 30 โอนหุ้นให้ลูกสาวคนนี้เกลี้ยงพอร์ตคิดเป็นมูลค่ามหาศาล เป็นหุ้น บมจ.แสนสิริ 4.44% หรือ 661 ล้านหุ้น พร้อมประกาศลางานบริหารชั่วคราว ไปนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษา เพื่อไทย
หวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ชนัญดาสนใจเรื่องเด็กเยาวชน ทำให้ชอบคุยกับเด็ก ๆ และเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาอยู่ที่ Edusmith แนะนำขั้นตอนการสมัคร การทำประวัติ เพื่อเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา
เมื่อกล่าวถึงคุณพ่อ เธอบอกว่า ท่านให้อิสระเต็มที่ แต่ขอให้ทำจริง รู้จริง และช่วยเหลือสังคมไปด้วย สำเร็จ-ไม่สำเร็จ ไม่เป็นไร ให้ลองไปเรื่อย ๆ จนรู้ว่า เราเก่งหรือถนัดอะไร ชอบอะไร ก็ทุ่มเทไปกับสิ่งนั้นให้เต็มที่
ที่ผ่านมานอกจากงานประจำที่ทำ ชนัญดาเคยลองทำธุรกิจเล็ก ๆ เกี่ยวกับร้านอาหาร จุดชาร์จแบตเตอรี่ EV และเครื่องดื่มแฟรนไชส์
ก่อนปักธงใหญ่สร้างความยั่งยืน เปิดธุรกิจร้านกาแฟ BEANS Coffee Roaster กาแฟคุณภาพ รสชาติดี ในราคาที่เข้าถึงได้