เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
ดูทั้งหมด

ทูตแห่งความสุข วิถีไลฟ์โค้ชสร้างจิตอาสาเพื่อแบ่งปัน

14 ธ.ค. 2562 | 09:19น.

ต้องยอมรับความจริงว่าเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในโลกธุรกิจ ย่อมไม่มีทางที่อยู่ ๆ จะหยุดดำเนินธุรกิจเสียกลางคัน เพราะนักธุรกิจทุกคนจะต้องพัฒนาธุรกิจของตัวเองอยู่เสมอ ๆ ยิ่งในธุรกิจทุกวันนี้ที่ต้องเผชิญกับกระแสดิสรัปต์ จึงยิ่งทำให้นักธุรกิจเหล่านั้นต่างต้องปรับตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากกระแสดังกล่าว

นักธุรกิจบางส่วนหันไปมองโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

ขณะที่นักธุรกิจอีกบางส่วนใช้โอกาสของกระแสดิสรัปต์ ด้วยการนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงานคน จนทำให้องค์กรต่าง ๆ เหล่านั้นมีจำนวนพนักงานน้อยลงเรื่อย ๆ แต่กระนั้น จะมีใครสักกี่คนที่มองว่า…เราดำเนินธุรกิจของตัวเองมาในระดับหนึ่งแล้ว

พออยู่พอกินแล้ว

แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ถ้าหากนำองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่มีไปสร้าง และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ บ้างคงจะดี ทั้งนั้นเพื่อหวังว่ากำลังใจเหล่านั้นน่าจะเป็นการส่งไม้ต่อให้กับคนอื่น ๆ จากรุ่นสู่รุ่นต่อไปเรื่อย ๆ โดยมีความหวังว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า น่าจะมีคนรับไม้ส่งต่อความสุขประมาณ 1 ล้านคน

เป็น 1 ล้านคนที่เกิดจากความคิดอันตกผลึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “โค้ชจิมมี่” พจนารถ ซีบังเกิด ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งกลุ่ม บริษัท จิมมี่เดอะโค้ช ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่บริการให้คำปรึกษา และโค้ชผู้บริหารระดับสูงให้กับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ของเมืองไทย

โดยเฉพาะเรื่องของการเป็นภาวะผู้นำ, การบริหารงาน, การสร้างทีม และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนั้นเพราะในสภาวะบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “การดำเนินธุรกิจ” และ “การสรรหาบุคลากร” ในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ซึ่งคนที่เป็น “ผู้นำ” ไม่สามารถปรึกษาใครได้ แม้แต่บอร์ดบริหาร เขาจึงนำเรื่องราวเหล่านี้ปรึกษา “โค้ช”

“โค้ช” จะทำหน้าที่แยกส่วนเพื่อให้ “ผู้นำ” คนนั้นเห็นว่า ผู้บริหารในระดับรอง ๆ ลงมาในแต่ละคนมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ “ผู้นำ” มองภาพออกว่าหากจะส่งไม้ต่อธุรกิจให้กับใครสักคน เขาจะต้องบริหารธุรกิจต่อไปได้

ตรงนี้คือบทบาทของ “โค้ชจิมมี่” ที่ทำงานตลอดมาหลายสิบปี จนกระทั่งตกผลึก และมองเห็นว่าหน้าที่ของความเป็นโค้ช คงไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะการโค้ชผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่หากยังสามารถนำองค์ความรู้ของการโค้ชไปสร้างแพลตฟอร์มใหม่ด้วยการสร้างไลฟ์โค้ช (life coach) เพื่อแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับคนอื่น ๆ ด้วย

ผ่านมา “โค้ชจิมมี่” ทำหน้าที่ “ไลฟ์โค้ช” ให้กับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทหาร, ครู, เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มผู้ต้องขังหญิงตามทัณฑสถานในจังหวัดต่าง ๆ และอื่น ๆ ทั้งนั้นเพราะเธอเชื่อว่าไม่มีมนุษย์คนใดหรอกไม่อยากมีความสุข และไม่มีมนุษย์คนใดหรอกไม่อยากประสบความสำเร็จในชีวิต

เพียงแต่ช่วงผ่านมา “หน้าต่างความสุข” ของพวกเขาปิดตาย ไม่มีใครเปิดให้เขาออกมาผจญโลกแห่งความเป็นจริงจนเมื่อพวกเขามาเจอ “โค้ชจิมมี่” หน้าต่างความสุขของพวกเขาจึงค่อย ๆ ถูกเปิดออกทีละบาน ๆ จนทำให้เธอรู้สึกว่าหากในช่วงชีวิตที่เหลือสามารถทำงาน 2 อย่างคู่ขนานไปพร้อม ๆ กันได้หรือไม่

ทางหนึ่งทำหน้าที่โค้ชผู้บริหาร

ขณะที่อีกทางหนึ่งจะทำหน้าที่แบ่งปันทักษะการไลฟ์โค้ชเพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับคนอื่น ๆ ด้วย

จนที่สุดเธอจึงเกิดไอเดียในการตั้ง “บริษัท ส่งสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด”ขึ้นมา ในการดำเนินกิจการเพื่อสังคม (social enterprise-SE) ด้วยการแบ่งปันทักษะการไลฟ์โค้ชให้กับทุก ๆ คนที่สนใจ ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า “Happy Life Happy Thailand” โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ทักษะการไลฟ์โค้ชจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 50,000-70,000 บาท/คน ตลอดเวลา 5 วัน

“โค้ชจิมมี่” เล่าให้ฟังบอกว่า พอชีวิตเราตกผลึก ก็อยากทำอะไรดี ๆ ให้กับสังคมบ้าง จริง ๆ ในช่วงผ่านมาก่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะสวรรคต เราลงไปทำไลฟ์โค้ชให้กับน้อง ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เสียใจมากที่พระองค์ไม่มีโอกาสทรงเห็น แต่เราก็นำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกเล่าในงานสัมมนา Coaching for Thailand ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อไม่นานผ่านมา เพื่ออยากให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นว่า โค้ชสามารถพัฒนาทักษะได้หลายอย่าง ทั้งยังช่วยคนอื่น ๆได้อีกด้วย ปรากฏว่าพอโค้ช และผู้เข้าร่วมสัมมนาชาวต่าวชาติเห็น เขาชื่นชอบมาก และเขาก็ให้เงินเรามาทำการกุศลส่วนหนึ่ง

“ผลตรงนี้จึงทำให้มองต่อว่า ถ้าเราสามารถสร้างโค้ชขึ้นมา 1 คน และให้เขาไปส่งต่ออีก 100 คน จะเป็นไปได้ไหมเราจึงไปคุยกับธนาคารจิตอาสาที่ได้ทุนมาจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพราะเราเคยไปช่วยเขาหลายรุ่น เขาก็ดีมากให้งบประมาณเรามาอบรมไลฟ์โค้ชทั้งหมด3 รุ่น ประมาณ 200 คน เพียงแต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ออกแบบว่าจะทำการอบรมกี่วัน กระทั่งตอนหลังถึงมาลงตัวว่าคงต้องอบรมประมาณ 5 วัน”

“โดย 2 วันแรก เราจะสอนเรื่องความคิดในการรู้จักชีวิตตนเอง, คุณงามความดี, การเรียนรู้ศักยภาพจากภายในเพื่อให้รู้จักมุมมองอีกด้าน ส่วนอีก2 วันจะสอนเรื่องทักษะการฟัง ความสัมพันธ์, ทักษะการถาม และการปลดปล่อยความเชื่อ ส่วนวันสุดท้ายจะเป็นเทรนเดอะเทรนเนอร์ในการสอนพวกเขาให้รู้จักตั้งเป้าหมายในชีวิต ต่อจากนั้น หากใครยังไม่เข้าใจ หรืออยากจะทบทวนในสิ่งที่เรียนมา เรามีเปิดสอนออนไลน์ตอน 20.00-22.00 น. เพื่อให้พวกเขาเห็นทักษะการโค้ชในหลายรูปแบบมากขึ้น”

“เพื่อสร้างพวกเขาให้เป็นทูตความสุข(happy ambassador) ที่จะต้องส่งมอบความสุขให้กับผู้อื่นด้วย เราจึงมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเกิดทูตความสุขไปทั่วประเทศ ที่สุดเราจึงนำข้อมูลทั้งหมดมากองรวมกัน จนออกมาว่าเราจะสร้างทูตความสุขตำบลละ 1 คน และจากข้อมูลของภาครัฐในปัจจุบันมีตำบลอยู่ทั่วประเทศประมาณ 7,426 ตำบล ใน 438 อำเภอ 77 จังหวัด แม้เราจะรู้ดีว่าการสร้างทูตความสุขให้สัมฤทธิผลยังน้อยเกินไป แต่ก็ถือเป็นหลักไมล์ที่ดี ที่เราจะเดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง”

เพราะเป้าหมายของ “โค้ชจิมมี่” เชื่อว่าภายใน 5 ปี เธอจะต้องสร้างทูตความสุขให้ได้ 1 ล้านคน เพราะอย่างที่บอก “ทูตความสุข” 1 คน จะต้องส่งต่อความสุขให้กับคนอื่น ๆ 100 คนอย่างน้อย และถ้าเราทำครบได้จริง เชื่อว่าดัชนีความสุขมวลรวมของคนไทยจะเพิ่มมากขึ้น

“ต้องบอกว่าโครงการ Happy Life Happy Thailand เราเปิดรับทูตความสุขมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 และตอนนี้เราดำเนินการมากว่า 13 รุ่นแล้วในปี 2562 ดังนั้นกว่าจะถึงปี 2565 จึงเชื่อว่าเราจะถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะทูตความสุขของเรามาจากหลากหลายสาขาอาชีพมาก ไม่ว่าจะเป็น แพทย์, พยาบาล, เภสัชกร, เอ็นจีโอ,พนักงานของรัฐและเอกชน รวมถึงพระสงฆ์อีกหลาย ๆ รูป ฯลฯ และจาก feedback ที่ได้รับหลังจากอบรมทูตความสุขไปแล้ว แต่ละท่านล้วนส่งต่อความสุข และสร้างคนอื่น ๆ ให้กลายมาเป็นไลฟ์โค้ชเพิ่มขึ้นอีกมากมาย”

“แม้เราจะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง ด้วยการนำเงินอุดหนุนจากบริษัทแม่ (จิมมี่ เดอะโค้ช) มาหล่อเลี้ยงอาจารย์โค้ช และทีมงาน แต่กระนั้น เรายังได้สปอนเซอร์จาก สสส.และที่อื่น ๆ มาช่วยบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำให้เรามีกำลังใจทีเดียว แต่กระนั้น ในการจัดตั้งกิจการเพื่อสังคม (social enterprise-SE) ของบริษัท ส่งสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ว่าจะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 มาจากจำหน่ายสินค้าหรือการบริการ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีเลย และยังทำฟรีอยู่เลย จึงคิดว่าต่อไปเราคงต้องออกโปรดักต์อะไรออกมาบ้าง เพื่ออย่างน้อยจะได้มีรายได้พอเลี้ยงตัวอย่างยั่งยืน”

เพียงแต่ตอนนี้ “โค้ชจิมมี่” ขอตั้งเป้าเพื่อทำหน้าที่สร้าง “ทูตความสุข” ในระดับหนึ่งก่อน

ต่อจากนั้นค่อยวางเป้าหมายในการจัดกิจกรรม engagement & orientation ให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยให้พวกเขามีความสุขกับการทำงาน, จัดกิจกรรมพี่สอนน้องในจังหวัดต่าง ๆ, จัดอบรมกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, จัดอบรมเยาวชนในสถานพินิจ ครู และเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง รวมถึงเป้าหมายระยะยาวที่จะทำโครงการโค้ชครู, ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ หรือโครงการผู้นำเกษตรสร้างสุข ด้วยการพัฒนากลุ่มลูกค้าเกษตรกร และผู้นำชุมชน ฯลฯ

เพื่อสร้างกิจการเพื่อสังคมให้เป็นจริง

ทั้งยังช่วยขับเคลื่อน “ทูตความสุข” ให้ขยายวงกว้างมากขึ้นในประเทศของเรา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จิตอาสา โค้ช