Skip to content

ประเสริฐ ยังห่วงงานดีอี ชี้ บอร์ดเอไอมีความสำคัญต้องเร่งเดินหน้า

05 ก.ย. 2568 | 15:01น.
ประเสริฐ ยังห่วงงานดีอี ชี้ บอร์ดเอไอมีความสำคัญต้องเร่งเดินหน้า

ประเสริฐ เตรียมส่งไม้ต่อ รบ. ใหม่ เผย ภูมิใจงานตั้งศูนย์ AOC 1441 และการผลักดัน พ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยีดึงแบงก์-ค่ายมือถือ ร่วมชดใช้มิจฉาชีพได้สำเร็จ ยังห่วงงานการบูรณาการข้อมูลขาดความต่อเนื่อง ชี้ บอร์ดเอไอแห่งชาติมีความสำคัญจะประชุมในเดือนหน้า 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย หลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง (TopEx) เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า งานกระทรวงดีอีในตอนนี้ได้ขับเคลื่อนไปหลายเรื่อง ล่าสุดก็มีการผลักดัน 2 กฎหมายใหญ่ คือ

1.พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ซึ่งเป็นกฎหมายอายุเกือบร้อยปี ที่มีการแก้ไขโครงสร้างใหม่ให้มีการกำกับดูแลธุรกิจขนส่งเอกชนมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ทางกระทรวงขอดึงกลับมาปรับแก้อีกครั้ง หวังว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ในสมัยประชุมนี้

2.พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในระดับกฎหมายแม่บทไว้เป็นการเฉพาะ และปัจจุบันมีภาคเอกชนเข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับพยากรณ์อากหาศมากขึ้น กฎหมายนี้จะช่วยกำหนดมาตรการไว้ ซึ่งขั้นตอนเเล้วเสร็จหมดแล้วและเตรียมผ่านขั้นสุดท้ายที่สภาเช่นกัน

เมื่อถามว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้นจะการความไม่ต่อเนื่องในการบริหารงานหรือไม่อย่างไร

รมว.ดีอี กล่าวว่า ยังห่วงอยู่หลายอย่าง เช่น การจัดประชุมบอร์ดเอไอแห่งชาติ ที่เพิ่งมีการประชุมไป 2 ครั้ง และจะมีครั้งที่ 3 ในเดือนหน้า เพื่อขับเคลื่อนงานด้านเอไอ ซึ่งเห็นว่ามีความสำคัญมาก อยากให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ใช่มีการเปลี่ยนอะไรแล้วก็หยุดชะงักอีก

โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) หรือ บอร์ดเอไอแห่งชาติ ได้รับทราบงบประมาณในและนอกแผน 2569 ลงทุนภาครัฐขั้นต่ำ 25,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนภาคีเครือข่าย จัดทำแผนย่อย และตั้งศูนย์ความเชี่ยวชาญด้าน AI 9 แห่ง

ส่วนข้อกฎหมาย 2 ฉบับข้างต้นเชื่อว่าดำเนินการต่อเนื่องได้อยู่แล้ว

อีกอย่างที่ยังห่วงกังวล คือ ความต่อเนื่องของการบูรณาการข้อมูลของธนาคาร ค่ายมือถือ และตำรวจเข้ามาไว้ที่ถังกลาง หลังการยกระดับศูนย์ AOC 1441 ขึ้นเป็น ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) จะสะดุด+

โดย ศอปท. เป็นการดำเนินการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการขยายบทบาทจากเดิมที่เป็นศูนย์ประสานงานให้เป็น “ศูนย์สั่งการกลาง (Digital Command Center)” ที่มีอำนาจหน้าที่มากขึ้นในการสั่งการอายัดบัญชี, วิเคราะห์ข้อมูล และบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาใช้เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ภัยคุกคาม และตั้งเป้าที่จะเป็นต้นแบบความร่วมมือระดับภูมิภาค

หากถามว่า ในช่วงที่ผ่านมามีงานใดที่ท้าทายและภาคภูมิใจที่สุดในการดำรงตำแหน่ง 

นายประเสริฐกล่าวว่า การตั้งศูนย์ AOC 1441 และการบูรณาการข้อมูลเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายเป็นเรื่องที่ภูมิใจที่สุด อีกทั้ง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นส่วนที่ภูมิใจและดีใจที่ทำได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ในด้านการบริหารงานยังมีการตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน และเพิ่มบทบาทกระทรวงดีอีในส่วนภูมิภาคโดยจัดให้มี “ไอทีแมน” หรือ “ดิจิทัลชุมชน” กระจายทั่วประเทศ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลทั่วถึง