Skip to content

Thai Original สู้ศึก OTT เพิ่มยอดผู้ชม ‘TrueVisions Now’

04 ก.พ. 2569 | 17:08น.
Thai Original สู้ศึก OTT เพิ่มยอดผู้ชม ‘TrueVisions Now’

หลัง TrueVisions สูญเสียรายการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (EPL) ที่เคยเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดฐานสมาชิกไปเกือบครบปีแล้ว โจทย์สำคัญคือ ต้องหา “แม่เหล็ก” ใหม่ดึงดูด และรักษาฐานลูกค้า

โดยในเดือน ส.ค. ปีที่ผ่านมาได้เดินหน้ารีแบรนด์แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง OTT ของตน TrueVisions Now ปรับปรุงแอปพลิเคชั่น และปรับแพ็กเกจใหม่เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้ชมที่คุ้นเคยกับการรับชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์เข้ากับการชมผ่านอุปกรณ์พกพาใหม่ ๆ

แพ็กเกจบริการหันไปโฟกัสความเป็น Home of Entertainment เพื่อให้เหมาะสําหรับทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้น แต่ก็ยังคงพยายามรักษาความเป็น “King of Sports” ด้วยสารพัดกีฬา แม้ไม่มี EPLเพราะคอกีฬาในบ้านเราถือเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่

นอกจาก “แม่เหล็ก” ที่ต้องหา อีกโจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ บทเรียนจาก “ค่าลิขสิทธิ์” คอนเทนต์ต่างประเทศที่มีราคาสูงลิบลิ่ว

ผ่ากำลังซื้อสมรภูมิ OTT

“องอาจ ประภากมล” หัวหน้าสายงาน ทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า สัดส่วนการรับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม ทั้งบนโทรทัศน์ และแอปพลิเคชั่น เป็นแฟนกีฬา35% เป็นคอนเทนต์ด้านความบันเทิง และกีฬาไทย 40% ที่เหลือเป็นคอนเทนต์ต่างชาติ, อนิเมะ ซีรีส์ ฯลฯ

“สมาชิกในระบบโทรทัศน์มีอยู่ราว 1.2 ล้านราย ขณะที่ผู้ใช้แอปรายเดือนเติบโตขึ้นกว่า 200% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะมีการอัพเดตแอปเวอร์ใหม่เพื่อให้มีประสบการณ์ และคุณภาพแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลก”

การแข่งขันในสมรภูมิ OTT วันนี้เป็นการแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลก ทั้ง Netflix, disney+ ฯลฯ ซึ่งทุกแพลตฟอร์มต่างขยับมาเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์มากขึ้น ขณะที่ยังมีการแข่งด้าน “ราคา” เพราะผู้ชมอาจต้องสมัครหลายแพลตฟอร์ม ทั้งแฟนอนิเมะ ซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน หรือฝรั่ง มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน ขณะที่ “อำนาจซื้อ” ของผู้ชมอยู่ที่ราว 500 บาทต่อเดือน

“องอาจ” มองว่า ผู้บริโภคยอมจ่ายที่ระดับอำนาจซื้อนี้เพื่อตอบโจทย์ความบันเทิง ขณะที่แฟนกีฬายอมจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 700 บาท เพื่อกีฬาเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบ แต่ถือเป็น Niche Market การทำแพ็กเกจที่ตอบสนองทั้งโจทย์ความบันเทิงและความคุ้มค่า จึงต้องหันมาพิจารณาตลาดแมส โดยเฉพาะกีฬามวลชนที่เป็นฐานผู้ชมนิยมมาก ๆ และมีคอนเทนต์เสิร์ฟต่อเนื่องยาว ๆ

ปักหลัก Thai Original

“องอาจ” กล่าวถึงอินไซต์สำคัญด้วยว่า ข้อมูลจาก Media Partners Asia (MPA) สถาบันวิจัยชั้นนำของเอเชีย ชี้ชัดว่าคอนเทนต์ไทย คือแม่เหล็กสำคัญที่ครองใจผู้ชม มีสัดส่วนการรับชมสูงถึง 46% มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

และหากพูดถึงคอนเทนต์ไทย กว่า 90% ต้องนึกถึง TrueVisions Now ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญในการครองใจผู้ชมและเพิ่มยอดสมาชิก คือมุ่งเน้นคอนเทนต์ไทย ด้วยการสนับสนุนให้ทำ Thai Original สอดคล้องเทรนด์โลกที่แพลตฟอร์ม OTT หันมาเป็นผู้ผลิตมากขึ้น โดย “ละคร” ยังเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมในฝั่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์

“เราเชื่อว่าความเข้าใจตลาดไทย คอนเทนต์ท้องถิ่น เราทำได้ดีกว่าแพลตฟอร์มต่างชาติ”

ในปี 2569 นี้ ทรูวิชั่นส์ จะร่วมกับสตูดิโอกว่า 20 แห่ง ผลิตคอนเทนต์ Thai Original เป็นละครกว่า 30 เรื่อง รวมภาพยนต์ ซีรีส์ และรายการไทยอีกกว่า 500 เรื่อง

อีกส่วนคือ “กีฬาไทย” ซึ่งความนิยมมวลชน หนีไม่พ้น “มวยไทย” จึงผนึกกับ 5 โปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่ เพชรยินดี, ส.สมหมาย, เกียรติเพชร, จิตรเมืองนนท์ และแม็กซ์มวยไทย นำลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมวยไทยมากถึง 536 นัด จาก 9 รายการ รวมกันกว่า 2,144 คู่ มาออกอากาศตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ และชมย้อนหลัง 2,000 ชม. เพื่อให้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า TrueVisions Now พร้อมทั้งกีฬายอดนิยมที่คนไทยอยากรับชม เช่น วอลเลย์บอลหญิง ฟุตบอลลาลีกา สเปน ฯลฯ

เพิ่มเอ็นเกจ “โลกจริง”

“องอาจ” กล่าวด้วยว่า การทำคอนเทนต์ให้ดูออนไลน์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงนำรายการวาไรตี้-เรียลิตี้ อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ดึงดูดคนไทย และต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมกับผู้ชมในโลกจริงด้วย เช่น ให้ตั๋วกับสมาชิกไปชมรอบชิงรายการกีฬาฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ยุโรป เป็นต้น

และปีนี้รายการวาไรตี้เรียลิตี้ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมแน่ ๆ ประกอบด้วย 1.โปรเจ็กต์ Race to Space ศึกพิชิตอวกาศ ที่ร่วมกับ SERA และ Blue Origin เฟ้นหาคนไทยคนแรกอายุ 18 ปีขึ้นไป เดินทางสู่ห้วงอวกาศจริงบนยาน New Shepard โดยผู้สมัครต้องผ่านการแข่งขันเข้มข้นทั้งร่างกาย จิตใจ และไหวพริบ เพื่อเป็นตัวแทนคนไทยไปอวกาศคนแรก

2.True Academy Fantasia ที่เคยเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้ติดตาม “คนล่าฝัน” ที่จะเริ่มออกอากาศสดในวันที่ 7 มิถุนายน 2569 นี้

“เรายังเพิ่มรายการวาไรตี้ที่คนไทยชอบ อย่างรายการเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ Soul Siam, True Muay Thai, รายการอาหาร Foodiez ตามล่าของอร่อยทั่วไทย”

ยกระดับคอนเทนต์ไทย

เมื่อถามว่า ปีนี้จะสนับสนุนงบประมาณผลิตคอนเทนต์เท่าไหร่ หากตั้งเป้าว่าจะมีละครถึง 30 เรื่อง ทั้งปีที่ผ่านมาให้ทุนอัดฉีดสตูดิโอสร้างละครไทยไป 7 เรื่อง รวมถึงรายการวาไรตี้อื่น ๆ ด้วย “แม่ทัพทรูวิชั่นส์” ปฏิเสธที่จะพูดถึงตัวเลขการลงทุน บอกได้เพียงว่าอยู่ในระดับเดียวกับรายอื่น ๆ

ถามว่าคุ้มค่าไหม เขาตอบตรงไปตรงมาว่า วันนี้ “ยังไม่คุ้มค่า” เพราะใน 7 เรื่อง มีไม่กี่เรื่องที่สามารถเป็นแรงดึงดูด และได้รับความนิยม จึงต้องดูผลงานในรอบปีนี้ที่อยากผลักดันให้คอนเทนต์-ละครไทย มีความ “พรีเมี่ยม” ในระดับสากลเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าจะกลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการเพิ่มผู้ใช้แอปพลิเคชั่น

“ตั้งเป้าว่ายอดผู้ใช้แอปรายเดือน (MAU) ปี 2569 จะเติบโตในระดับสองหลัก ไม่ต้องเท่าปีที่ผ่านมาที่โต 200% แต่หากคอนเทนต์ดี และดึงดูด ก็หวังว่าจะถึงสามหลัก หรือ 100% ขึ้นไป”

ค่าลิขสิทธิ์แพงเกินรับไหว

“องอาจ” ยังพูดถึงบทเรียนค่าลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยว่า “ฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังมา รวมถึงฟุตบอลยูโร และโอลิมปิกในหลายประเทศแข่งขันกันจน “ราคา” พุ่งสูง แม้แต่เอกชนอย่างเรายังสู้ไม่ไหว ดังนั้นถ้าไม่มีภาครัฐเข้ามาช่วย ก็ยากที่จะนำมาให้ดูได้

“เมื่อได้ขึ้นราคาแล้วก็ยากที่จะลดลงมา ไม่เว้นแม้แต่พรีเมียร์ลีก EPL ในไทยที่แข่งขันกันจนราคาเพิ่มสูงกว่าตลาด เมื่อเทียบประเทศในเอเชียอื่น ๆ ที่ราคาค่อนข้างนิ่ง จากประสบการณ์ของทรูวิชั่นส์ที่เป็นเจ้าแห่งกีฬา หรือ King of Sports มายาวนาน รู้ว่ารายการกีฬาไหนมีผู้ชมเท่าไหร่ และราคาควรเป็นเท่าไหร่ หากจ่ายมากกว่าที่ประมาณการไว้จะไม่คุ้มทุน จึงต้องหันมาปรับแผนกีฬาเข้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น”