Cloud-AI แข่งดุชิงลูกค้าองค์กร AWS พลิกเกมซบบิ๊กธุรกิจไทย
บิ๊กเทคระดับ “ไฮเปอร์สเกล” ต่างตบเท้าเข้ามาชิงเค้ก ทั้งคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และ Agentic AI กันคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น Microsoft หรือ Google Cloud
ล่าสุด Amazon Web Services (AWS) กับการประกาศความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ระยะยาว 5 ปี ภายใต้โครงการ “Thailand AI National Mission” มีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI (AI Hub) อาเซียน
นับเป็นบิ๊กมูฟที่สำคัญของทั้งคู่
แจ้งเกิด “ผู้สร้าง” เทคโนโลยี
“ไฮเม่ วัลเลส์” รองประธาน และกรรมการผู้จัดการประจำเอเชีย-แปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน AWS กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Amazon-AWS และเครือ ซี.พี. เป็นหนึ่งในแผนความร่วมมือสร้างผู้ประกอบการเพื่อเปลี่ยนฐานธุรกิจจากผู้ใช้เทคโนโลยีเป็น “ผู้สร้าง”
ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก และครั้งนี้เลือกประกาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าปกติ ทั้งมุ่งหวังสร้างความแตกต่าง และคุณค่าอย่างแท้จริง
“เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกับเครือ ซี.พี. ที่ต้องการเปิดโอกาสให้เหล่านักพัฒนาในประเทศไทยได้สร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ตนเอง และร่วมกันผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้พัฒนา และส่งมอบโซลูชั่นด้าน AI”
ผู้บริหาร AWS เน้นย้ำด้วยว่า คือ จุดแข็งของ ซี.พี. ที่มีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เกษตรกรรม ค้าปลีก การเงิน และโทรคมนาคม สามารถดึงเทคโนโลยีและโซลูชั่นของ AWS มาประยุกต์ใช้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็วขึ้น
Agentic AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ
“ศุภชัย เจียรวนนท์” รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์/ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทุกภาคส่วนมีความสำคัญต่อการขยับ GDP ของประเทศ และว่านับจากนี้ AI จะกลายเป็น Agentic AI ที่สามารถทำงานได้ทั้งระบบ

แต่การพัฒนาเศรษฐกิจ AI ที่สมบูรณ์แบบจำเป็นต้องมองครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า แบ่งเป็น 5 ชั้น 1.พลังงาน (Energy) เป็นฐานรากสำคัญของ AI มีตัวชี้วัดสำคัญคือสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานหมุนเวียน 2.ชิป เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนการประมวลผล มีตัวชี้วัดสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการสร้างคน
3.โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบจัดเก็บข้อมูลและเครื่องเซิร์ฟเวอร์ 4.โมเดลสมองกล (AI Model) เช่น ChatGPT, Gemini, Claude มีตัวชี้วัดสำคัญคือการพัฒนาโมเดลพื้นฐานภายในประเทศ และ 5.การประยุกต์ใช้งาน (Applications) การสร้างมูลค่าในชีวิตประจำวัน และธุรกิจ มีตัวชี้วัดสำคัญคือ สัดส่วนมูลค่าที่ AI สร้างให้ GDP และระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI ของคนในชาติ
“ความร่วมมือกับ AWS ในระยะเวลา 5 ปี เป็นการเร่งมือในระดับธุรกิจหรือในชั้น Application”
จากกรอบเอไอสู่ดาวเทียม LEO
“ซิกเว่ เบรกเก้” ประธานคณะกรรมการบริหารด้านเทคโนโลยี และดิจิทัล อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงการนำมาปรับใช้ในธุรกิจว่าอันดับแรกจะเป็นการพลิกประสบการณ์ลูกค้า ทั้งเครือ ซี.พี. ด้วย Single ID และคอลเซ็นเตอร์ AI ถัดมาเป็นการจัดการค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซด้วยซัพพลายเชนอัจฉริยะ และการปั้นธนาคารยุคใหม่ ผ่าน Ascend Money ที่จะกลายเป็น AI-Native Bank

“เรื่องต่อมาคือการวางโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง และอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย รวมถึงการทำเครือข่ายอัจฉริยะ การยกระดับ Cyber Security และการนำดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO มาใช้ สุดท้ายเป็นเรื่องการพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญ AI และสตาร์ตอัพไทย 3 ล้านคน”
และว่าโครงข่ายของทรูในยุคถัดไป ไม่ได้เน้นการอัพเกรด 5G และโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกเท่านั้น แต่รวมถึงการมองหาโซลูชั่นนวัตกรรมใหม่อย่าง “ดาวเทียมวงโคจรต่ำ” (LEO Satellite) เพื่อเติมเต็มช่องว่างในการเชื่อมต่อดิจิทัลของประเทศ
“แม้เราจะมีโครงข่าย 5G และไฟเบอร์ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว แต่บางพื้นที่ เช่น เกาะแก่ง หุบเขาสูง หรือพื้นที่ห่างไกลมาก ลากสายไฟเบอร์หรือการตั้งเสาสัญญาณต้นทุนสูงมากและทำได้ยากลำบาก เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำอย่าง Amazon LEO เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ในการใช้เป็นบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต เรากำลังศึกษาความเป็นไปได้ทั้งในแง่เทคนิค กฎหมาย และโครงสร้างทางธุรกิจในการนำมาให้บริการในไทย”

ผนึก SYNNEX
ก่อนหน้านี้ AWS มีความร่วมมือกับ บมจ.ซินเน็ค ประเทศไทย (SYNNEX) โดย “วัตสัน ถิรภัทรพงศ์” Country Manager ประจำ AWS ประเทศไทย เปิดเผยว่า SYNNEX ได้ทรานส์ฟอร์มตนเองจากการเป็น Distributor สินค้าไอที สู่พาร์ตเนอร์ไอทีอีโคซิสเต็ม
“วันนี้ในไทยมีจำนวนบริการกว่า 130 บริการ มากกว่าคลาวด์รีเจียนในประเทศใกล้เคียงที่บางแห่งยังไม่ถึง 100 บริการ ไทยเป็นรองแค่สิงคโปร์ที่มีกว่า 200 บริการ ความสำคัญของจำนวนบริการคือ การบ่งชี้ความสามารถในการรองรับภาคธุรกิจที่มีความต้องการหลากหลาย และเฉพาะทาง เทคโนโลยีคลาวด์ และเอไอ ของเรามีหลากหลาย จึงต้องออกแบบการใช้งานอย่างเหมาะสม ตั้งแต่ SMEs ไปจนถึง Enterpise ซึ่ง SYNNEX มีพาร์ตเนอร์กว่า 2 พันราย ทำให้การนำบริการไปสู่ทุกส่วนของประเทศทำได้ดีขึ้น AI กำลังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้องค์กรในทุกอุตสาหกรรม”
ด้าน “สุธิดา มงคลสุธี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SYNNEX กล่าวว่า การนำเอไอไปปรับใช้ในภาคธุรกิจไทย สิ่งสำคัญคือต้องตอบโจทย์เรื่องผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ซึ่งการร่วมมือกับมีกลไก เพื่อเร่งการเข้าสู่ตลาด ประกอบด้วย 1.AI Accessibility เปิดโอกาสให้องค์กรเข้าถึงเทคโนโลยี AI และ Cloud ได้ง่ายขึ้น และนำไปทดลองกับโจทย์ธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
2.Market Acceleration ใช้เครือข่ายพันธมิตร และช่องทางของ SYNNEX สนับสนุนตั้งแต่ Solution Development, Proof of Concept และ Business Use Case ไปจนถึง Go-to-Market และ 3.Local Expertrise ผสานเทคโนโลยีระดับโลกกับความเชี่ยวชาญของทีมงานและพันธมิตรที่เข้าใจบริบทธุรกิจไทย เพื่อย่นระยะจาก Technology ไปสู่ Business Outcome
พัฒนา “ทักษะ” 3 ล้านคนใน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เอไอ ของธุรกิจไทย ยังคงเป็นเรื่องของ “ทักษะ”
โดย “วัตสัน” ชี้ว่า สัดส่วนองค์กรไทยที่นำ AI มาใช้งานจริงเพิ่มขึ้นจาก 32% เป็น 43% ในปีนี้ แต่การใช้งานส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ที่ “แชตบอต” พื้นฐานถึง 74%

“ถ้าพูดถึงการใช้แบบแอดวานซ์ อาจน้อยกว่า 20% และมีเพียง 9% เท่านั้นเองที่ถือเป็นการนำเอไอไปใช้ในเชิงลึก หรือนำไปใช้ในรูปแบบที่ตอบสนองในแง่ธุรกิจได้ ไม่ใช่แค่การถามตอบในแชตบอตทั่วไป เราเองก็ตระหนักดีว่าถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะสูญเปล่าในแง่การลงทุน จึงต้องการพาร์ตเนอร์เฉพาะทางที่สามารถประยุกต์ใช้เอไอให้เข้ากับยูสเคสจริงทางธุรกิจให้ได้”
ตัวเลขการใช้เอไอขั้นต้นที่ 74% จึงเป็นช่องว่างที่ต้องปิด เพื่อให้การใช้งานเชิงลึกเกิดขึ้นให้ได้จึงต้องเทรนคนเพิ่ม โดยทั้ง AWS และเครือ ซี.พี. มีเป้าหมาย 3 ล้านคน ในช่วง 5 ปี ครอบคลุมตั้งแต่นักศึกษาในมหาวิทยาลัย, สตาร์ตอัพ ไปจนถึงบุคลากรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
“เรามุ่งมั่นที่จะฝึกอบรมและเสริมทักษะด้านคลาวด์และ AI ให้คนไทยสูงสุดถึง 3 ล้านคน ผ่านช่องทางการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติจริง และการสอบใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้พัฒนาและส่งมอบโซลูชั่นด้าน AI เมื่อมีความเชี่ยวชาญ เกิดสตาร์ตอัพจำนวนมากที่ส่งมอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในประเทศไทยได้ ก็จะเปลี่ยนภาพจากผู้ใช้เป็นผู้สร้างได้”