บิทคับลุย ‘Programmable Payment’ ต่อ เดินหน้าพัฒนา 4 ยูสเคสบน KUB Chain
“บิทคับ บล็อคเชน” ลุยทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ร่วมมือพันธมิตร 15 ราย วางแผนพัฒนา 4 Use Cases บนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ร่วมทดสอบหน้าใหม่อีก 1,500 คน
นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดจากโครงการ Programmable Payment รอบแรกที่เข้าร่วมในปี 2568
โดย Phase 2 จะเปิดโอกาสให้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ศึกษาและพัฒนาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจต่าง ๆ เช่น ค้าปลีก ความงาม การศึกษา ไลฟ์สไตล์ ฟินเทค เทคโนโลยี และบริการด้านการชำระเงินในรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ภายใต้ขอบเขตและระยะเวลาของการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินที่กำหนด
แผนการดำเนินงานเบื้องต้นจะนำ KUB Chain มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน และใช้แอปพลิเคชั่น KUB Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี พัฒนาขึ้น เพื่อรองรับการทำธุรกรรมด้วย THBK ในขอบเขตของโครงการทดสอบ
ทั้งนี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี และพันธมิตรได้กำหนดกรอบการพัฒนาเบื้องต้นสำหรับ 4 Use Cases ได้แก่
1.การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล
โครงการนี้จะนำ THBK มาใช้ในกระบวนการชำระราคาสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อประเมินความสามารถของ Programmable Payment ในการรองรับการกำหนดเงื่อนไขและกระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน แนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากหนึ่งในกรณีการใช้งานที่บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ดำเนินการในโครงการทดสอบรอบแรก
2.Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการ
โครงการนี้จะพัฒนาการประยุกต์ใช้ Programmable Payment และ Smart Contract เพื่อรองรับ Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมี Villa Market เป็นหนึ่งในพันธมิตรภาคค้าปลีกที่อยู่ภายใต้แผนการทดสอบการชำระเงินด้วย THBK ผ่าน KUB Wallet
กรอบการพัฒนาเบื้องต้นจะครอบคลุมการศึกษากระบวนการตั้งแต่การชำระเงินและการกำหนดเงื่อนไขของธุรกรรม ไปจนถึงกระบวนการเคลมและชำระราคาผ่านระบบอัตโนมัติ
3.การใช้ THBK ระหว่าง KUB Chain กับบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ
โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK ระหว่าง KUB Chain กับเครือข่ายบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน (Interoperability) โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการทดสอบรอบแรก ที่ทดสอบการโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain
โดยใน Phase 2 บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี มีแผนพัฒนารูปแบบการเชื่อมต่อและขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมไปสู่ระบบนิเวศของ Base Chain โดยมี “ทรูมันนี่” (TrueMoney) เป็นอีกหนึ่งพันธมิตรในการร่วมทดสอบ
4.การใช้ THBK ในการชำระผ่านผู้ให้บริการ Payment Gateway
โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK เข้ากับระบบของผู้ให้บริการ Payment Gateway เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปเชื่อมโยงกับช่องทางการรับชำระเงินที่ภาคธุรกิจและร้านค้าใช้งานอยู่ ซึ่งบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมกับ Chillpay และ InwPay
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 Use Cases ข้างต้นยังอยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนา โดยรายละเอียด ขอบเขต ระยะเวลา และลำดับการเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบของแต่ละโครงการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความพร้อมของระบบ พันธมิตร และหลักเกณฑ์ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox
แผนงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้จากการพัฒนาและการทดสอบในสถานการณ์ที่กำหนด ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment ไปต่อยอดสู่บริการทางการเงินและรูปแบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เข้าถึงได้ง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต
“การเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 พร้อมความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจทั้ง 15 ราย สะท้อนถึงความพร้อมและความตั้งใจของบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล และเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ”
นายภาสกรกล่าวถึงผลการทดสอบ Programmable Payment รอบแรกในปี 2568 ว่า บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยีเข้าร่วมทดสอบนวัตกรรมทางการเงินใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อศึกษากระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน
- การให้บริการ Escrow Payment เพื่อทดสอบกระบวนการชำระเงินและการทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- การโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain เพื่อศึกษาการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายบล็อกเชน และการนำ Programmable Payment ไปประยุกต์ใช้ในระบบนิเวศอื่น
การทดสอบรอบแรกเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี สามารถดำเนินการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินทั้ง 3 ส่วนได้ตาม KPI ที่กำหนด และตลอดระยะเวลาการทดสอบไม่มีช่วงเวลาดาวน์ไทม์ของระบบ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผน พัฒนา และเตรียมความพร้อมของทั้ง 4 Use Cases ภายใต้ Phase 2
“การทดสอบในรอบแรกมีคนเข้าร่วมประมาณ 1,500 คน ส่วนในเฟสที่ 2 ต้องการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมกลุ่มใหม่อีก 1,500 คน ซึ่งการทดสอบรอบใหม่จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. 2569 ถึง เม.ย. 2570”