ดีอี-อุตุ ปรับแผนสื่อสารเตือนภัยจากฝน เพิ่มช่องทางประชาชนติตตามพยากรณ์อากาศ
ปลัดดีอี – กรมอุตุฯ เล็งปรับสัญลักษณ์สื่อสารเตือนภัยจากฝน เพิ่มความถี่ยิงโซเชียล สื่อสารง่ายขึ้น ย้ำข้อมูลพยากรณ์ตรงตามเหตุ
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่าต้องขออภัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยจริงๆ การสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ยาก กรมฯ ได้รับทราบและจะนำไปปรับปรุงต่อไป ปัจจุบันมีการปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอให้กระชับและเข้าใจง่าย โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของข้อมูลที่สื่อสารออกไป ทั้งในเรื่องของเหตุการณ์ วิธีการ ช่วงเวลา ความรุนแรง และสิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้เริ่มมีการดำเนินการแล้ว
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยด้วยว่า ได้นำข้อมูลจากผลการตรวจด้วยเรดาร์เสนอต่อพี่น้องประชาชนผ่านเฟซบุ๊กทุกชั่วโมง เพื่อรายงานสภาพอากาศโดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และหากเป็นไปได้ในอนาคตจะมุ่งเน้นการลดการแสดงสัญลักษณ์ที่ทำให้ประชาชนเห็นแล้วทราบทันทีว่าความรุนแรงของเหตุการณ์อยู่ในระดับใดและต้องปฏิบัติตนอย่างไร
” สำหรับช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล ประวัติข้อมูลต่างๆ ทางเราจะมีการอัปเดตให้ผู้บริโภคทราบผ่านเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา แอปพลิเคชัน TMD และผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง”
นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ที่เรียกว่า TMD Weather ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทุกอย่างของกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ว่าจะเป็นผลการตรวจอากาศ พยากรณ์อากาศ ผลการตรวจด้วยเรดาร์ ดาวเทียม รวมถึงข้อมูลแผ่นดินไหว ข้อมูลทุกอย่างของกรมอุตุนิยมวิทยาจะถูกรวมไว้ที่แอปพลิเคชัน TMD
ประชาชนยังสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 1182 นอกเหนือจากช่องทางเหล่านี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังมีสถานีวิทยุกรมอุตุนิยมวิทยาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วย จึงขอเรียนให้ประชาชนทราบเพื่อที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลการพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาได้สะดวกยิ่งขึ้น
นายพชร กล่าวด้วยว่า สำหรับการเริ่มต้นปรับทิศทางการนำเสนอข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียนั้น ได้ประสานงานกับกรมชลประทานและ ปภ..เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องชัดเจนและเข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด “จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา การประกาศเตือนฉบับแรกตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. อาจเป็นภาษาทางราชการที่เข้าใจยาก แม้แต่ตนเองยังต้องตีความ
ดังนั้น โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการแปลความและย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่
“การพยากรณ์และการเตือนภัยหลังจากนี้ เราจะบอกว่าการพยากรณ์นี้จะบอกในกรณีเริ่มมีเหตุการณ์ แล้วจะต้องมีการแสดงสัญลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ ซึ่งตอนนี้มีการแสดงสี เหลือง เขียว แดง เป็นสีสัญลักษณ์ เข้าใจว่าเราคิดว่าจะทำตัวระดับของตัวเลขเพื่อให้แสดงความเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าการพยากรณ์นี้ความรุนแรงจะเป็นระดับไหน”
โดยเทียบเคียงให้เห็นภาพ จากรายละเอียดจากกรณีมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ 2554 หรือที่หาดใหญ่ ว่าเป็นตัวเลขระดับไหน เพื่อให้เห็นภาพชัดก็จะต้องไปทำตัวเลขตัวแปรที่เห็นชัด ถ้าเกิดเหตุสมควรจะต้องแสดงระดับขั้นออกมา
และว่า การพยากรณ์ของกรมอุตุฯ เป็นการพยากรณ์น้ำบนฟ้า ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมต้องดูน้ำที่พื้นดิน หรือความสามารุในการระบายน้ำ ดังนั้นจึงต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับส่วนอื่น ๆ เช่น กรมชลประทาน หรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย
ด้าน นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดี ฝ่ายวิชาการ กรมอุตุฯ เน้นย้ำว่า จากการประกาศแจ้งเตือนของกรมฯ เมื่อ 21 ก.ย. เรื่อยมา โมเดลพยากรณ์ฝนยังแม่นยำตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีการประกาศเตือนถึง 18 ฉบับจนถึงวันนี้ ถือว่าเป็นการแจ้งเตือนถี่และเป็นภัย อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีและช่องทางการสื่อสารที่เปลี่ยนไป กรมจะปรับปรุงวิธีการแจ้งเตือนให้สอดคล้อง