เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
พระราชินี ทรงร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ผู้ร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ผู้ร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย
ค่าเงินบาทวันนี้ (19 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.42 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (19 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.42 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
Tech ‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ดูทั้งหมด

Ride-Hailing ภารกิจสร้าง “สมดุล” แอปเรียกรถ-แท็กซี่ดั้งเดิม

29 ต.ค. 2562 | 22:23น.

Ride-Hailing : บริการรถส่วนบุคคลร่วมเดินทาง เป็นอีกประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายในสังคมจับตา เมื่อเร็วๆ นี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเวทีเสวนาทางวิชาการ “บทบาทของอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ในประเทศไทยและแนวทางในการกำกับดูแลของภาครัฐในมุมมองของนักวิชาการและผู้ประกอบการ”

“รศ. ดร. ศักดิ์สิทธิ์ เฉลิมพงศ์” รองผู้อำนวยการสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลบริการ Ride-Hailing   สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงในด้านความปลอดภัยด้วย

แนะรัฐใช้ประโยชน์จาก Data Sharing 

ขณะที่การแบ่งปันข้อมูล หรือ Data Sharing ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างผู้ให้บริการ Ride-Hailing ถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาและสร้างประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับผู้บริโภค

โดย Data Sharing อาจเป็นได้หลายรูปแบบ ทั้งการนำข้อมูลมาใช้เพื่อวางแผนพัฒนาระบบโครงสร้างการคมนาคมขนส่งและปรับปรุงการวางผังเมือง เช่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองสามารถนำผลวิเคราะห์การจราจรที่ได้จากข้อมูล GPS ของผู้ให้บริการ Ride-Hailing มาใช้พัฒนาระบบการจัดการคมนาคมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  แม้แต่การแชร์ข้อมูลด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการก็ช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนเพื่อกำหนดมาตรการในการลดอุบัติเหตุต่างๆ ได้

กำกับเท่าเทียมเกิดได้ด้วยการมีส่วนร่วม

นอกจากนี้ ยังช่วยให้ภาครัฐกำหนดหลักเกณฑ์และกฏหมายเพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการมีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

“ผมมองว่า Ride-Hailing จะยังคงมีให้บริการต่อไปและจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคมนาคมขนส่งของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนไทยได้เริ่มพึ่งพาและใช้บริการ Ride-Hailing มากขึ้น โดยถือเป็นหนึ่งในทางเลือกของการเดินทางในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีความปลอดภัยและช่วยเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่วนแท็กซี่ในระบบดั้งเดิมและผู้ให้บริการ Ride-Hailing นั้น มองว่าการแข่งขันทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด ส่วนประเด็นความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นน่าจะคลี่คลายในเร็วๆ นี้ และเชื่อว่าผู้ให้บริการทั้งสองระบบจะสามารถอยู่ร่วมกันได้เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน”

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางและกฏหมายเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม โดยควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อรับฟังมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ใช้กลไกการกำหนดราคาจูงใจ

ด้าน “เจสัน แจ็คสัน” รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐกิจการเมืองและการวางผังเมือง สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้มุมมองว่า หน่วยงานภาครัฐถือเป็นตัวกลางสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย พร้อมกำหนดขอบเขตและแนวทางในการกำกับดูแลที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรม

หนึ่งในกรณีศึกษาที่ดีคือรัฐเซาเปาลู ประเทศบราซิล ที่หน่วยงานภาครัฐได้กำกับดูแลการประกอบการ Ride-hailing Application ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น การกำกับดูแลให้คนขับรถบนระบบ Ride-hailing สามารถให้บริการการเดินทางและขับขี่ในเมืองที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้กลไกการกำหนดราคาถูกใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำหนดบทบัญญัติของการขับขี่ ทั้งในพื้นที่เขตเมืองที่ยังขาดแคลนระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงกระตุ้นให้มีการให้บริการนอกเวลาเร่งด่วนเพื่อลดความแออัดของการจราจร

“ผมไม่คิดว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งแท็กซี่ในระบบดั้งเดิมและผู้ให้บริการ Ride-Hailing ต่างมีเป้าหมายในการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางกับผู้บริโภคเป็นหลัก ดังนั้น ผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาแนวทางในการอยู่ร่วมกันได้และเกิดประโยชน์สูงสุด”

Grab เชื่อถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ

ฟากRide-Hailing อย่าง Grab “ธรินทร์ ธนียวัน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การริเริ่มกำหนดแนวทางในการกำกับดูแลบริการ Ride-Hailing ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศในการบรรลุเป้าหมายของนโยบาย Thailand 4.0  สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการใช้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่าง Ride-Hailing เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบการคมนาคมขนส่งพื้นฐานของประเทศ

“เรามีตัวอย่างของกำกับดูแลบริการ Ride-Hailing ในหลายประเทศทั่วโลกให้ได้ศึกษา แต่สิ่งที่สำคัญคือการนำตัวอย่างความสำเร็จเหล่านั้นมาใช้เป็นแนวทางอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลจำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ คนขับรถ Ride-Hailing รวมไปถึงประโยชน์ด้านอื่นๆ ของประเทศด้วย”

ข้อมูลล่าสุดใน e-Conomy Southeast Asia Report ปี 2561 ที่ศึกษาโดย Google-Temasek ระบุว่า ธุรกิจ Ride-Hailing ในประเทศไทยมีมูลค่าราว 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568

One Size Fits All เป็นเรื่องยาก

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกกับการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อเป็นแนวทางให้กับบริษัทที่ให้บริการ ทั้งด้านเทคโนโลยี  ความพร้อมของทีมงานและองค์กร ส่วนความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการบังคับใช้กฎหมายเพื่อกำกับดูแล Ride-Hailing นั้น ผมคิดว่าเราคงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภค นำไปสู่การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มบทบาทของโลกธุรกิจปัจจุบัน ดังนั้น ภาครัฐจึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ในด้านความปลอดภัยที่รัดกุมเข้มงวด แต่ก็ยืดหยุ่นเพียงพอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้

“คงเป็นเรื่องยากที่จะมีโซลูชันแบบ One Size Fits All เพื่อนำมาใช้กำกับดูแลทั้งแท็กซี่ในระบบดั้งเดิมและผู้ให้บริการ Ride-Hailing เพราะจะเป็นการสกัดกั้นนวัตกรรมและจำกัดผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคในระยะยาว และการกำหนดกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ประเทศที่สามารถสร้างสมดุลของทั้งสองด้านได้ ย่อมสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง”