เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
Politics สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
“ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
SD “ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
Finance ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
Finance หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,600 บาท
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.91% อยู่ที่ 83,681 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

Framework ใหญ่ กระตุ้นไทยด้วย e-Commerce

31 ม.ค. 2563 | 15:23น.

คอลัมน์ Pawoot.com

โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

กลาง ม.ค. ที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นคณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์ และมีคณะอนุกรรมาธิการย่อยที่คุยกันเรื่อง e-Commerce ของไทย

ผมได้เสนอแผนที่จะผลักดัน e-Commerce ประเทศไทยและผู้ประกอบการไทย รวมไปถึงการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย โดยพยายามชี้ให้เห็นว่าอีคอมเมิร์ซกำลังจะมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจริง ๆ ซึ่งก็เริ่มเห็นแล้ว เช่น การซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น อยากเจออะไรก็เปิดแอป Lazada หรือ Shopee

อย่างที่พูดมาตลอดว่า อีคอมเมิร์ซมาแล้วแต่ที่กังวลและย้ำเรื่อยมาคือ มีแต่ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากต่างชาติ เมื่อมีโอกาสจึงคิดว่าทำไมไม่ทำนโยบายกระตุ้นให้ธุรกิจไทยเข้ามาในออนไลน์มากขึ้น ไม่ใช่ให้มีแต่ของต่างชาติ

ผมเองชอบนโยบาย “ชิม ช้อป ใช้” ที่เห็นได้ชัดเลยว่าบริษัทหรือร้านค้าขนาดกลางหรือแม้แต่ร้านโชห่วยเล็ก ๆ ตามต่างจังหวัดก็มีป้ายแปะว่า “รับชิม ช้อป ใช้” นั่นหมายถึงร้านนี้ได้เข้าสู่ออนไลน์ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ธุรกิจไทยมีความพร้อมเข้าสู่ออนไลน์ หากเรามีกลยุทธ์ในการดึงเขาเข้ามาได้อย่างถูกวิธี ผมขอสรุปความคิดที่จะกระตุ้นประเทศด้วย e-Commerce จากการประชุม คือ

1.มีนโยบายที่ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ข้ามาในช่องทางออนไลน์ เช่น กระตุ้นในเชิงภาษี เมื่อเข้ามาในออนไลน์แล้วภาษีนิติบุคคลจะลดลง หรือมีสิทธิประโยชน์หากเข้ามาในระบบจะส่งสินค้าในราคาพิเศษจากไปรษณีย์ไทยได้ ฯลฯ

2.มีการขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีระบบการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีผู้มาขึ้นทะเบียนเพียง 54,000 กว่าคนเท่านั้น ทั้งที่คนค้าขายออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียในไทยน่าจะมีตัวเลขในหลักแสนหรือล้านคน

เหตุเพราะทุกคนกลัวการเสียภาษี ทุกคนกลัวว่าเมื่อให้ข้อมูลไปแล้ว กรมสรรพากรจะมาตรวจสอบได้ไม่ยาก แต่เหตุผลที่ทุกคนต่างกระโดดเข้าไปในโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” โดยที่ไม่กลัวสรรพากรก็เพราะว่าการเข้าร่วมโครงการนี้ร้านค้ามีโอกาสที่จะได้เงิน 1,000 บาทจากคนซื้อ นั่นคือเขาได้ประโยชน์จากการเข้าไปในระบบ ดังนั้น รัฐควรมีนโยบายลักษณะนี้เช่นกัน

ผมมีความคิดว่า หากเรามีเฟสต่อไปของ “ชิม ช้อป ใช้” มีการให้เงินเข้าไปในกระเป๋าเช่นเดิม แต่ให้ซื้อสินค้าได้ทางออนไลน์เท่านั้น และต้องเป็นร้านค้าของผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น

3.ระบบร้านค้าต้องเชื่อมต่อและใช้ระบบ e-Tax invoice ซึ่งทาง ETDA ได้มีมาตรฐานออกมาแล้ว ธุรกิจสามารถส่งข้อมูลเข้าสู่กรมสรรพากรได้เลยทันที ลดต้นทุนไปได้มาก

4.มีมาร์เก็ตเพลซกลางของประเทศ ที่บริหารโดยเอกชน และมีคนเก่งหลาย ๆ คนมาร่วมมือกันทำตรงนี้ อาจไม่ใช่ไปแข่งกับมาร์เก็ตเพลซยักษ์ใหญ่ แต่ไปทำงานร่วมกัน หากรัฐต้องการโปรโมตอะไรก็ควรจะใช้ที่นี่

5.มีเงินพิเศษเหมือนอย่างโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” เมื่อทุกอย่างเข้าระบบหมด และยังมีเงินให้มาซื้อด้วยเหมือนลาซาด้าหรือช้อปปี้แจกเหรียญในวอลเล็ต แต่อยู่ในรูปแบบเหมือนกับ “ชิม ช้อป ใช้” เงินก็จะวนกลับเข้ามา และลดภาษีได้หมดทุกอย่างตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ก็คือ

1.ธุรกิจของไทยที่เข้าสู่การออนไลน์มากขึ้น รายได้เข้าประเทศมากขึ้น

2.ผู้ค้าจะเก่งขึ้น เพราะการเข้าสู่ออนไลน์ต้องมีการเรียนรู้

3.ธุรกิจจะมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น ต้องมีการใช้ e-Tax invoice ซึ่งตอนนี้ก็สามารถเชื่อมต่อกับระบบการทำบัญชีออนไลน์ได้แล้ว

4.มีตลาดกลางของประเทศไทยจริง ๆ เสียที โดยมีภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยกันทำ

5.มีเม็ดเงินเข้ามาในอุตสาหกรรมออนไลน์ของคนไทยอย่างจริงจัง

6.คนไทยจะตื่นตัวมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

ทั้งหมดที่เล่ามาผมได้พยายามผลักดันทุกช่องทาง ตอนนี้ภาครัฐเองก็เปิดรับแนวความคิดในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และ e-Commerce ไทยมากครับ ต่อไปกำลังจะทำเป็นแผนส่งต่อเพื่อเสนอในการนำไปผลักดันระดับประเทศ

ไม่ต้องเป็น ส.ส.หรือนักการเมือง เราก็ทำงานให้ประเทศได้ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะทำ และต้องสร้างโอกาสนั้นขึ้นมาให้ได้ด้วย