BMW ไดรวิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์ 2017 เติมเต็ม…ประสบการณ์ขับขี่-

คอลัมน์ เทสต์ คาร์

โดย วุฒิณี ทับทอง

 

เรื่องของการขับขี่ปลอดภัย ไม่ใช่ลำพังแค่ขับรถยนต์เป็นเท่านั้น

แต่การขับขี่อย่างไร เพื่อให้เราสามารถตั้งรับกับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้ อย่างปลอดภัย

ทั้งตัวผู้ขับเอง ผู้โดยสาร หรือแม้เพื่อนผู้ร่วมเส้นทางสัญจร

ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ต่างจำเป็นต้องอาศัยทักษะ

และการเรียนรู้ เพื่อชะลอการเกิดความเสียหาย หรือลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

ล่าสุดค่ายบีเอ็มดับเบิลยู ได้จัดกิจกรรม

เวิร์กช็อปพร้อมขับทดสอบใน “BMW Driving Experience 2017”

หนึ่งในส่วนของโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ที่นำเสนอที่สุดของประสบการณ์การใช้ชีวิต

ทั้งกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในประเทศ และทริปสู่จุดหมายอันสุดตระการตาทั่วโลก ที่เลือกสรรมาเพื่อลูกค้า

บีเอ็มดับเบิลยูโดยเฉพาะ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดสระบุรี

เพื่อต้องการยกระดับประสบการณ์สุดท้าทายและศักยภาพในการขับขี่

ด้วยการให้ความรู้และเทคนิคต่าง ๆ อย่างเข้มข้น ให้กับผู้เข้าร่วมอบรม

รวมถึงการตอบสนองต่อการขับขี่ ซึ่งไม่สามารถจำลองสถานการณ์บนถนนทั่วไปได้

โดยมีผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ผ่านการอบรมจากเยอรมนี 4 คน

พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขับขี่และตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างฉับไวและปลอดภัย

ผ่านการจำลองรูปแบบของการขับขี่ตามสถานีต่าง ๆ 4 สถานี

กับรถยนต์ที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้คือ เจ้าบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

เริ่มจากขับหลบหลีกสิ่งกีดขวางซ้าย-ขวา

แบบกะทันหันบนความเร็วสูง และทดสอบระบบเบรกให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด

เพื่อต้องการให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เห็นถึงปฏิกิริยา ตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

โดยฝึกให้ประสาทสัมผัส การตอบสนองของร่างกาย และการบังคับควบคุมรถทำได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง

ก่อนที่จะเข้าสู่สถานีที่ 2 ของการทดสอบ การขับขี่แบบสลาลอม เพื่อสัมผัสถึงความคล่องตัวของตัวรถ

การบังคับพวงมาลัย และการกะระยะให้เหมาะสมปลอดภัย ก่อนเข้าสู่การขับ หลบหลีกสิ่งกีดขวาง แล้วขับเป็นวงกลมที่กำหนด เป็นการให้กะระยะตัวรถที่ถูกต้องเหมาะสมรวมถึงการขับเป็นวงกลมบนพื้นแห้ง และเปียก บนพื้นแห้งเพื่อดูอาการของตัวรถ และลักษณะการควบคุมและการแก้อาการ พื้นเปียกจำลองสถานการณ์การขับขี่ไม่ต่างจากการขับบนสภาพถนนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง

เราต้องบังคับรถไปบนสภาพพื้นผิวที่ลื่น ไร้การควบคุม

ดังนั้นต้องอาศัยจังหวะ การบังคับพวงมาลัย และการเติม-ผ่อนความเร็ว เพื่อให้รถไปยังทิศทางที่เราต้องการ ด้วยความเร็วไม่ควรเกิน 20 กม.ต่อชม. ซึ่งรถจะลื่นไถลไปเรื่อย ดังนั้นหน้าที่ของเราคือ ต้องพยายามควบคุมทิศทางของรถเอาไว้ให้ได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ถ้าชื่นชอบกิจกรรมดี ๆ เต็มหลักสูตร ทั้งสถานที่ ครูฝึก รถยนต์ อาหาร เครื่องดื่มตลอด แบบนี้

ถ้าเป็นลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู คิดค่าอบรมในราคาคนละ 4,900 บาท


ถ้าเป็นคนนอก คิดแค่ 17,000 บาทต่อหัว กับประสบการณ์ที่หาไม่ได้