“อาซาฮี” รุกตลาดเบียร์เกาหลี ขยายกำลังผลิต-โลจิสติกส์เท่าตัว-

คอลัมน์ MARKET MOVE 

 

ปัจจุบันตลาดเบียร์นำเข้าของเกาหลีท่วมท้นไปด้วยสินค้ามากกว่า 200 แบรนด์ โดยมี ”อาซาฮีŽ” ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่จากญี่ปุ่นครองตำแหน่งเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่ง 15% แต่แรงกดดันจากการแข่งขันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ต้องเร่งสปีดกระบวนการผลิตและขนส่งจากโรงงานในญี่ปุ่นไปถึงร้านค้าในเกาหลีใต้ให้เร็วขึ้นอีก 1-3 เท่าตัว เพื่อเติมสินค้าเข้าเชลฟ์ให้ทันกับดีมานด์ของเหล่านักดื่มโสมขาวและสปีดส่วนแบ่งตลาดหนีคู่แข่ง

สำนักข่าว “นิกเคอิŽ” รายงานว่า “อาซาฮีŽ” ประกาศใช้กลยุทธ์ บริหารความสด (Freshness Management) เร่งกระบวนการผลิตและขนส่งเบียร์ ”ซูเปอร์ ดราย”Ž สินค้าไฮไลต์ของบริษัทให้เร็วขึ้นอีก 1-3 เท่าตัวหรือเท่ากับส่งออกจากโรงงานไปยังร้านค้าให้ได้ภายใน 1.5-2.5 เดือนจากเดิมใช้เวลานาน 3-4 เดือน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของเบียร์กระป๋องเมื่อเก็บไว้นานและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับเบียร์นำเข้ายี่ห้ออื่น

เพื่อให้สามารถย่นระยะเวลาได้ตามเป้าที่วางไว้ บริษัทจะต้องเพิ่มความถี่ในการรับออร์เดอร์ของโรงงานฮากาตะในจังหวัดฟุกุโอกะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเป็นเดือนละ 2 ครั้งจากเดิมเดือนละครั้ง เช่นเดียวกับรอบการผลิตซึ่งเพิ่มจาก 1 รอบต่อ 10 วันเป็น 2-3 รอบต่อ 10 วัน พร้อมกันนี้ยังเพิ่มความคล่องตัวในการแพ็กและขนส่งสินค้าด้วยการนำหุ่นยนต์มาใช้บรรจุเบียร์ลงกล่องช่วยให้สามารถเพิ่มรอบการส่งสินค้าข้ามไปยังเมืองท่าปูซานของเกาหลีใต้เป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์

เกาหลีใต้ถือเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่ใช้กระบวนการเร่งความเร็วนี้ ซึ่งเดิมใช้กับตลาดญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มคุณภาพและเร่งอัตราหมุนเวียนสินค้าช่วยลดปัญหาสต๊อกล้นของดิสทริบิวเตอร์ โดยอาซาฮีได้เริ่มทดลองกระบวนการใหม่นี้ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา และคาดว่าจะสามารถปรับจูนขั้นตอนต่าง ๆ จนเข้าที่ได้ภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ เบียร์ ”ซูเปอร์ดราย”Ž ซึ่งเปิดตัวในช่วงยุค 1990s ถือเป็นสินค้าเรือธงของอาซาฮีที่ช่วยสร้างยอดขายในประเทศแบบถล่มทลายจนบริษัทสามารถคว้าตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งของตลาดเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปีเมื่อปี 2543 และปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นตลาดใหญ่ของเบียร์ชนิดนี้

เห็นได้จากยอดขายรวมทั่วโลก 10 ล้านแพ็กในปี 2559 มาจากเกาหลีใต้ถึง 2.42 ล้านแพ็ก และ 6 เดือนแรกของปีนี้มีการเติบโตแล้วประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าเป็นผลจากการเร่งทำตลาด อาทิ เปิดพ็อปอัพบาร์ในกรุงโซลสำหรับเบียร์ซูเปอร์ดรายโดยเฉพาะ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และสินค้าตามเป้าเพิ่มยอดขายขึ้นอีกเพียง 5% เป็น 2.55 ล้านแพ็กในปีนี้


ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามรุกตลาดต่างประเทศของอาซาฮี ด้วยการพยายามเพิ่มดีมานด์ในตลาดต่างประเทศเพื่อให้ถึงจุดที่คุ้มค่าสำหรับการตั้งโรงงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในระยะยาวและเป็นฐานสำหรับรุกตลาดประเทศข้างเคียงต่อไปแบบโดมิโน ซึ่งต้องจับตาดูว่าหากกลยุทธ์เพิ่มความเร็วนี้ประสบความสำเร็จ บริษัทจะนำไปใช้กับตลาดประเทศอื่นด้วยหรือไม่