คสช.ปฏิวัติงบประมาณ’62 ล็อกขาการเมือง-ปักหมุดระบบรางเชื่อม EEC-

หมุดหมายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เพียงปักหมุดบริหารประเทศยุคเปลี่ยนผ่านการเมืองไปด้วยความราบเรียบ ราบรื่น เท่านั้น

หากยังต้องการปักหมุดลึกไปถึงโครงสร้างการบริหารประเทศ ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ” วางเป้าหมายไว้ถึง 20 ปี

กลไกยุทธศาสตร์ชาติถูกออกแบบและติดตั้งไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 แตกแขนงไปถึงกฎหมายจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่จะต้องตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติล็อกเป้าให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง ตามกฎหมายจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา

บัดนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทำหน้าที่เป็นประธานไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และมีนายกฯคนใหม่

และกรรมการโดยตำแหน่งอีก 13 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายความมั่นคง เช่น ผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนจากภาคเอกชน เช่น ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ดังนั้น เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ” จึงถูกนำมาตั้งเป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ด้วยเช่นกัน

กรอบดังกล่าวถูกแยกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ย่อย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย แผนการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แผนการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมือง ขจัดคอร์รัปชั่น สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ด้วยการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมือง สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายใน ให้ประเทศไทยมีระบบข่าวกรองและเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ไซเบอร์ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ พัฒนาระบบกลไกมาตรการและความร่วมมือระหว่างประเทศทุกระดับและรักษาดุลยภาพความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ

2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประกอบด้วย การพัฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า การลงทุน พัฒนาสู่ชาติการค้า ให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังเป้าหมายคือ รัฐวิสาหกิจมีความเข้มแข็ง สถาบันการเงินของรัฐมีความเข้มแข็ง ภาคประชาชนมีความรู้ทางการเงินที่เหมาะสม พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้มีมูลค่าการลงทุนที่สูงขึ้น และพัฒนาระบบเมืองศูนย์กลางความเจริญ

นอกจากนี้ ยังต้องลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โดยวางเป้าหมายว่าจะต้องมีจำนวนผู้ใช้ระบบการขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 10 ภายในปี 2562 ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าต่ำกว่าร้อยละ 7.2 ของ GDP ในปี 2562 หรือต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ต่ำกว่าร้อยละ 13.5 ในปี 2562 พัฒนาพื้นที่ทางรางเพิ่มขึ้น และใช้ประโยชน์จากโครงข่ายคมนาคมทางน้ำและทางอากาศที่ได้ลงทุนไปแล้วให้เต็มศักยภาพ และการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการ

3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน อาทิ ให้คนในสังคมทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น 1) เด็กปฐมวัย มีการพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ 2) เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น มีสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์เพิ่มขึ้น 3) วัยแรงงาน มีความรู้มีทักษะเป็นไปตามความต้องการของตลาดงานทางการเงินที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ 4) ผู้สูงอายุวัยต้นมีงานทำและรายได้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุ

ให้คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และมีความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมคนให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ในศตวรรษที่ 21

4.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน อาทิ ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเติบโตจากภายใน ด้วยการพัฒนาระบบบริการและระบบบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ ด้วยการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และมีหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมบริการสุขภาพที่จำเป็น และให้ระบบประกันสุขภาพภาครัฐทุกระบบมีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และสอดคล้องกลมกลืนกัน ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและสะดวกทัดเทียม

5.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อาทิ การจัดระบบอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม เช่น ให้ประเทศมีการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ประเทศมีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15.75

6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ เช่น การปรับปรุงโครงสร้าง บทบาทภารกิจหน่วยงานภาครัฐให้เหมาะสมส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ พัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคน ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า เป็นการนำรัฐธรรมนูญมาเป็นกรอบในการจัดทำแผนการจัดสรรงบประมาณ เพราะมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ยังมี พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศออกมา ซึ่งจะส่งผลการดำเนินงานของหน่วยงาน จึงอยากขอให้ทุกกระทรวงให้ความสำคัญ เพราะจะเป็นการบูรณาการทำงานอย่างแท้จริงในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต”


ทั้งหมดเป็นการฉายภาพอนาคต ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และงบประมาณภาครัฐ ถูกกำหนดมัดรวมผูกติดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อขับเคลื่อนรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ ไปสู่เฟส 2 ของรัฐบาล คสช. ที่มีการจัดทัพคน-ข้าราชการ ทั้งสายพลเรือน และสายกองทัพ รองรับไว้ก่อนแล้ว