เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
Finance ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
คลังยอมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เฉพาะ E20-B20 เพื่อหนุนเกษตรกร
Finance คลังยอมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เฉพาะ E20-B20 เพื่อหนุนเกษตรกร
ตลท.เร่งเครื่อง BOI to IPO ดึงธุรกิจ New Economy เติมสีสันตลาดหุ้นไทย
Finance ตลท.เร่งเครื่อง BOI to IPO ดึงธุรกิจ New Economy เติมสีสันตลาดหุ้นไทย
เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
Economic เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
เครื่องนุ่งห่มไทยชี้ FTA ไทย-EU ดันส่งออกโต 20-57% ใน 5 ปี เร่งดึงทุนไต้หวันเสริมต้นน้ำ
Economic เครื่องนุ่งห่มไทยชี้ FTA ไทย-EU ดันส่งออกโต 20-57% ใน 5 ปี เร่งดึงทุนไต้หวันเสริมต้นน้ำ
อ้วยอันโอสถ : แบรนด์สมุนไพร 79 ปี ไม่ใช่แค่รักษาของเดิม แต่ต้องเข้าใจโลกใหม่
Business อ้วยอันโอสถ : แบรนด์สมุนไพร 79 ปี ไม่ใช่แค่รักษาของเดิม แต่ต้องเข้าใจโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
Politics คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
ดูทั้งหมด

HSBC ชี้สงครามการค้า กดรายได้บริษัทในเอเชียลดลงเฉลี่ย 18%

31 ก.ค. 2568 | 13:18น.

เอชเอสบีซี เผยปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานจากสงครามการค้า ส่งผลให้รายได้บริษัทในเอเชียลดลงเฉลี่ย 18% ด้านบริษัทเอเชียรุกหาโอกาสทางการค้ากับเอเชียใต้ ยุโรป และตะวันออกกลาง หวังรับมือความไม่แน่นอนการค้าโลกกว่า 1 ใน 3 ของบริษัทเอเชียวางแผนขยายการค้ากับเอเชียใต้และยุโรป ขณะที่ 2 ใน 7 มีแนวโน้มลดการค้ากับอเมริกาเหนือลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารเอชเอสบีซี เผยหากความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป เส้นทางการค้าของบริษัทในภูมิภาคเอเชียอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย 38% ของบริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น 36% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับยุโรป และ 33% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับตะวันออกกลาง นอกจากนั้น ยังมีบริษัทในเอเชียวางแผนที่จะลดการค้าไปยังภูมิภาคเมริกาเหนือถึง 28%

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ HSBC Global Trade Pulse 2025 (เอชเอสบีซี โกลบอล เทรด พัลส์ 2025) ซึ่งเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนธุรกิจและมุมมองของบริษัทที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ 2,750 แห่งที่ตั้งอยู่ใน 7 ตลาดหลักของเอเชียต่อประเด็นภาษีและการค้า โดย 83% ของบริษัทในเอเชียเหล่านี้ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนโมเดลธุรกิจในระยะยาว

ขณะที่ 81% ระบุว่าความไม่แน่นอนทางการค้า ทำให้องค์กรต้องระมัดระวังมากขึ้นในการขยายธุรกิจและการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทในเอเชียยังคาดว่าจะมีรายได้ลดลงเฉลี่ย 18% จากความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม 87% ของบริษัทในเอเชียยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศในช่วงสองปีข้างหน้า

นายอดิตยา กาห์เลาต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริการการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า หลายบริษัทได้ชะลอการใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อประเมินสถานการณ์ใหม่ ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นภายในข้ามคืน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ไม่ว่ากระแสการค้า (Trade Flow) จะเคลื่อนย้ายไปทิศทางใด การลงทุนก็มักจะตามมาเสมอ

จากพลวัตทางการค้าปัจจุบัน บริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับเอเชียใต้ (+26 pp), ตะวันออกกลาง (+21pp) และยุโรป (+20 pp) ขณะเดียวกันบริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะลดการค้ากับอเมริกาเหนือ (-5 pp)

ในช่วง 2 ปีข้างหน้า 52% ของบริษัทในเอเชียกำลังพิจารณาหรืออยู่ระหว่างดำเนินการย้ายฐานการผลิตหรือเพิ่มกำลังการผลิตไปยังประเทศจีน โดยมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกันคือ เอเชียใต้ 39%, ยุโรป 35%, สหรัฐอเมริกา 29% และตะวันออกกลาง 28%

ขณะเดียวกัน ความกังวลหลักของบริษัทในเอเชีย (51%) คือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดย 34% ของบริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว, 51% วางแผนที่จะทำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ 37% ได้เพิ่มระดับสินค้าคงคลังเพื่อจัดการกับปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ 49% วางแผนจะเพิ่มสินค้าคงคลังในลักษณะเดียวกัน

“เงินทุนหมุนเวียนได้กลายเป็นประเด็นหลักที่บริหารระดับสูงของบริษัทลูกค้าของเอชเอสบีซีให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทจำนวนไม่น้อยติดอยู่ในรูปแบบของสินค้าคงคลังหรือบัญชีลูกหนี้ เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าและเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง ก่อนที่ภาษีการค้า (Tariffs) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน อันจะส่งผลให้เกิดการสะสมของสินค้าในฝั่งบริษัทผู้ซื้อ

ซึ่งเมื่อภาษีการค้ามีผลบังคับใช้ อาจทำให้คำสั่งซื้อและการขนส่งสินค้าจำนวนมากถูกระงับหรือยกเลิก ซึ่งจะนำไปสู่การสะสมสินค้าคงคลังฝั่งบริษัทที่เป็นผู้จัดหาและสั่งซื้อสินค้าได้” มร. กาห์เลาต์ กล่าวเสริม

ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าในปัจจุบัน บริษัทในเอเชียมองว่าวิธีที่ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้ดีที่สุด คือ การบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่อง (61%) รองลงมา คือ การปรับปรุงเงื่อนไขการชำระเงินกับผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ (55%) และการจัดหาเงินทุนผ่านห่วงโซ่อุปทาน (51%)