เอกนิติ ยันรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหมาะสม-หยุดวงจรวิกฤต
เอกนิติ ยันรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหมาะสม-หยุดวงจรวิกฤต พร้อมชี้แจงสภาพรุ่งนี้ เร่งพยุงกำลังซื้อ-เปลี่ยนผ่านพลังงาน-การลงทุน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง จนกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น หากรัฐบาลไม่เร่งหยุดวงจรวิกฤตดังกล่าว ปัญหาจะเดินหน้าไปสู่วิกฤตของการชะลอการใช้จ่าย และไปสู่ปัญหาการตกงาน เพราะวิกฤตนี้ไม่เหมือนวิกฤตในอดีตที่ผ่านมา
นายเอกนิติกล่าวว่า เหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผลให้ออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะตอบข้อซักถามถึงความจำเป็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาตรงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
“หากเราไม่หยุดวงจรวิกฤตนี้ เศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ได้เจอแค่วิกฤตปากท้อง การดำเนินการช่วยเหลือ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุง และประคองเศรษฐกิจและสถานการณ์ปากท้องของประชาชนไว้อยู่ เพราะปัญหาเศรษฐกิจไทยถูกสะสมมานาน เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ จึงเป็นที่มาของการออก พ.ร.ก.กู้เงินในครั้งนี้” นายเอกนิติกล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานค่อนข้างสูง สะท้อนผ่านการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดกว่า 5-6 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“การเปลี่ยนผ่านและการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมันต้องใช้เวลา แต่วันนี้รัฐบาลพยายามให้เศรษฐกิจแบบ K-Shape ซึ่งปัจจุบัน K ขาบนไปได้ค่อนข้างดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ K ขาล่าง คนที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ทำไม่ได้ วันนี้ถ้าเราไม่เกาะ K ขาบน เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย เราจะมีแค่ตัว K ขาล่างอย่างเดียว อยากให้คิดง่ายๆ ว่า แบบนั้นจะไม่ใช่เศรษฐกิจแบบ K-Shape แต่จะกลายเป็นเศรษฐกิจแบบ A หางยาวที่ดิ่งอย่างเดียว วันนี้อย่างน้อยเรามี K แล้ว แต่ทำอย่างไรที่จะให้ K ขาบนสามารถถ่ายทอดมาถึง K ขาล่างได้ นี่คือหัวใจที่ต้องให้ความสำคัญ” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุด 3 เรื่อง ได้แก่
1.พยุงกำลังซื้อ แม้เป็นปัญหาระยะสั้น แต่เป็นการประคองเศรษฐกิจ
2.เปลี่ยนผ่านพลังงานทันที โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงต่าง ๆ เร่งนำเสนอโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อดำเนินการหลังจากที่ พ.ร.ก.กู้เงิน ผ่านเรียบร้อย
3.เร่งการลงทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคธุรกิจไทย และ SMEs ไทย การยกระดับการพัฒนาทักษะแรงงาน เอาทักษะใหม่ ๆ มาให้คนไทยเรียนรู้ เพื่อจะมีรายได้มากขึ้น