เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
Uncategorized Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
Politics ‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
Politics ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
Economic หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ดูทั้งหมด

Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์

08 ต.ค. 2569 | 15:57น.

หลักสูตร Super LBA รุ่น 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU ผ่าทางตันกับดักทางกฎหมาย วางยุทธศาสตร์เชิงรุกปิดรอยรั่วความเสี่ยง สกัดคดีความจากการควบรวมกิจการ พร้อมกับทรานส์ฟอร์มองค์กรยุคดิจิทัลเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

หลักสูตร Super LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการเรียนในโมดูลที่ 7 “International Business and Law” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความเชี่ยวชาญให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการภาคเอกชน ทั้งการวางระบบป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายข้ามแดนที่อาจลุกลามเป็นวิกฤตการเงิน การสกัดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในชั้นศาล กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการควบรวมกิจการ (M&A) ตลอดจนเทคนิคการทรานส์ฟอร์มวิสัยทัศน์องค์กรยุคดิจิทัล ด้วยแนวคิด Harmony in Disruption

นำโดย อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ และประธานกรรมการหลักสูตรฯ พร้อมทีมคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ ได้แก่ คุณศุภวัฒก์ ศรีรุ่งเรือง และ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา มาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์สู่การเป็น “ผู้นำองค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ” ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนกฎหมายจากการตั้งรับคดีความ มาเป็นการวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อปิดรอยรั่วความเสี่ยง และปกป้องมูลค่าธุรกิจบนเวทีการค้าโลก”

คณาจารย์ 7 คน กางเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมายแบบ 360 องศา เดินเกมเชิงรุกใช้กฎหมายในเชิงป้องกัน

เนื้อหาการอบรมเริ่มต้นด้วยการวางกรอบบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือ “Legal Risk Management” แบบ 360 องศา โดย อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ได้สรุปความเสี่ยงสำคัญ ทั้งด้านองค์กร ทรัพย์สิน สัญญา คดีความ และข้อบังคับ พร้อมหยิบยกกรณีศึกษาด้านธุรกิจระหว่างประเทศ โดยชี้ว่าการทำนิติสัมพันธ์ต้องพิจารณาสัญญาหลักคู่กับกฎหมายบังคับใช้ และข้อกำหนด Incoterms เช่น Ex Works, FOB หรือ CIF เพื่อระบุจุดโอนความเสี่ยงภัยแทนการโอนความเสี่ยงภัยที่โอนพร้อมการโอนกรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 เพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อพิพาทในภายหลัง อันเป็นการเดินเกมใช้กฎหมายในเชิงป้องกัน

“เรื่องของการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย ถ้าเรามองในแง่ของ Legal Risk เป็นเรื่องของการที่เราไม่ได้ปฏิบัติตามกฎกติกา การถูกฟ้องร้อง หรือการผิดสัญญา ซึ่งเวลาทำสัญญา ตัวสัญญาอย่างเดียวตอบโจทย์ทั้งหมดไม่ได้ เราต้องดูกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญานั้นควบคู่ไปด้วย และต้องเตรียมพร้อมกลไกในการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมระบบระงับข้อพิพาททางเลือก ทั้งการไกล่เกลี่ยหรืออนุญาโตตุลาการเมื่อเกิดข้อขัดแย้ง” อาจารย์ ดร.สุทธิพล อธิบายมิติการใช้กฎหมายขับเคลื่อนธุรกิจ

จากนั้น อาจารย์ ดร.พรชัย ด่านวิวัฒน์ ได้ถ่ายทอดมิติความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อตกลงความมั่นคงทางทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงาน โดยย้ำให้แยกแยะระหว่างอธิปไตยทางบกกับเขตอำนาจทางทะเล เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนบริหารความเสี่ยงได้อย่างเท่าทัน นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศว่า “อาณาเขตทางบกถือเป็นอธิปไตยเด็ดขาดของแต่ละประเทศ” จึงไม่มีพื้นที่ทับซ้อนกันได้ แต่พื้นที่ทางทะเลสามารถเกิดเขตทับซ้อนได้ “เพราะเป็นเรื่องการอ้างเขตอำนาจทางกฎหมาย หรือ Jurisdiction ของแต่ละรัฐ”

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ พินิจ ทิพย์มณี ได้เจาะลึกการบริหารความเสี่ยงทางการเงินผ่านสัญญาประกันภัย ที่ยึดหลักความสุจริตอย่างยิ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 หากปกปิดข้อความจริงในสาระสำคัญ สัญญาจะกลายเป็นโมฆียะและถูกบอกล้างได้ทันที พร้อมเน้นย้ำการตรวจสอบหลักส่วนได้เสียตามมาตรา 863 ก่อนทำสัญญา

“สัญญาประกันภัยมีหลักกฎหมายที่สำคัญคือหลักความสุจริตอย่างยิ่ง” รองศาสตราจารย์ พินิจ ย้ำข้อควรระวังในสัญญาประกันภัย “ดังนั้นการที่คุณรู้อยู่แล้วในสาระสำคัญ จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมด เพราะหากปกปิดข้อความจริงหรือแถลงข้อความอันเป็นเท็จ สัญญาประกันภัยนั้นจะมีผลเป็นโมฆียะ ซึ่งบริษัทประกันภัยในฐานะผู้มีอำนาจสามารถบอกล้างสัญญา บอกปัดไม่ชำระค่าสินไหมทดแทน หรือปฏิเสธความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ตามกฎหมาย”

อุดรอยรั่วบริหารคน สกัดจุดตายเทคนิคชั้นศาล และภัยไซเบอร์

เมื่อวางกรอบสัญญารอบด้านแล้ว ความเสี่ยงสำคัญถัดมาคือการบริหารจัดการบุคลากรภายในองค์กร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระยุทธ ลาสงยาง ได้แนะให้นายจ้างทบทวนข้อบังคับการทำงานให้รัดกุมและปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากต้องให้ลูกจ้างเซ็นหนังสือยินยอม ควรให้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 7 วัน ถึง 1 เดือน เพื่อป้องกันคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 49

“ถ้าเราจะให้ลูกจ้างเซ็นหนังสือยินยอมเลิกจ้าง ผมอยากให้ติดกล้องในห้องไว้เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ และควรให้เวลาลูกจ้างรับทราบไม่น้อยกว่า 7 วัน ถึง 1 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้พิจารณาด้วยความสมัครใจจริงๆ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดีค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 ในชั้นศาล” ผศ.ดร.วีระยุทธ อธิบายถึงการสร้างหลักฐานโต้แย้งในคดีแรงงาน

นอกจากความเสี่ยงเรื่องบุคคล การควบคุมกระบวนการยุติธรรมก็เป็นอีกจุดที่เอกชนตกหลุมพรางบ่อยครั้ง อาจารย์ ดร.ศุภกิจ แย้มประชา ได้สกัดข้อผิดพลาดต่างๆ ทางเทคนิคของคู่ความในกระบวนพิจารณาคดีในศาลยุติธรรม เช่น อำนาจฟ้อง ฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อน การขาดนัด และการทิ้งฟ้อง ตลอดจนข้อผิดพลาดทางเทคนิคในศาลปกครอง เช่น ฟ้องเกินเวลา ข้ามขั้นตอนเยียวยา ขาดสิทธิฟ้องคดี เป็นต้น

“การแพ้คดีของบริษัทเอกชน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องสิทธิในทางแพ่งที่เราไม่มี แต่แพ้เพราะเรื่องเทคนิคกระบวนพิจารณาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรแพ้ เช่น เรื่องหนังสือมอบอำนาจ หรือการขาดนัดพิจารณา” อาจารย์ ดร.ศุภกิจ ระบุ “เพราะข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่ผู้บริหารมักมองข้ามในโลกคดีความ คือการเป็นฝ่ายถูกในเนื้อหาคดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องทำกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องด้วย”

ส่วนความรับผิดทางอาญา รองศาสตราจารย์ อัจฉรียา ชูตินันทน์ ได้อธิบายกฎหมายความรับผิดของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560 ที่ยกเลิกความรับผิดร่วมโดยอัตโนมัติ เว้นแต่สั่งการหรือละเว้นการสั่งการ รวมถึงความรับผิดฐานประมาทร่วมตามมาตรา 291 หากละเว้นระบบความปลอดภัย ขณะที่ อาจารย์ ดร.จิรวุฒิ ลิปิพันธ์ ได้เตือนภัยไซเบอร์จาก AI ที่ถูกใช้สังเคราะห์ภาพและเสียงหลอกลงทุน พร้อมกำชับให้สอดส่องพฤติกรรมพนักงานเพื่อป้องกันการนำบัญชีม้ามาใช้ในองค์กร

ถอดรหัสกฎหมายแข่งขันทางการค้า คุมเข้มดีล M&A และการค้าไม่เป็นธรรม

ในการขยายธุรกิจด้วยการควบรวมกิจการ หรือ M&A ตลอดจนการแข่งขันในตลาด ภาคเอกชนต้องอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่เป็นธรรม คุณศุภวัฒก์ ศรีรุ่งเรือง หุ้นส่วนกรรมการ (ร่วม) บริษัท ราจา แอนด์ ทานน์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถอดรหัสพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ผ่าน 4 Pillars หลัก ทั้งการตกลงลดการแข่งขัน เช่น การฮั้วราคา การแบ่งพื้นที่การค้า หรือการฮั้วประมูล ตามมาตรา 54 และ 55 การห้ามใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบตามมาตรา 50 สำหรับผู้ประกอบการรายเดียวที่มีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 50% ขึ้นไปและมียอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท หรือกลุ่ม 3 รายแรกรวมกันเกิน 75%

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการควบคุมการรวมธุรกิจหรือ M&A ตามมาตรา 51 ที่กำหนดให้การรวมธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือมีอำนาจเหนือตลาดต้องขออนุมัติต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ก่อนดำเนินการ หรือหากลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญและมียอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปต้องแจ้งผลภายใน 7 วัน ดังบรรทัดฐานในคดีควบรวม CP กับ Tesco Lotus และคดี True กับ DTAC ตลอดจนการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 57 ซึ่งเป็นจุดเด่นของกฎหมายไทยที่ไม่ต้องเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด เพียงมีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 10% ขึ้นไป หรือมีอำนาจต่อรองเหนือกว่า หากสร้างอุปสรรคหรือเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมจนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นจะมีความผิดทันที

“การรวมธุรกิจหรือการทำให้ธุรกิจไปอยู่ในมือของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีไซส์ขนาดใหญ่ ในทางกฎหมายแข่งขันทางการค้าถือว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. รวมถึงการกระทำที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 57 ที่หากสร้างความเสียหายต่อคู่แข่งก็อาจถูกลงโทษปรับทางปกครองได้สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้” คุณศุภวัฒก์ กล่าวเน้นย้ำถึงขอบเขตข้อบังคับทางกฎหมาย

สมการ Harmony in Disruption ปรับวิสัยทัศน์เปลี่ยนองค์กรยุคดิจิทัล

ในช่วงท้าย การนำเกราะป้องกันทางกฎหมายและยุทธศาสตร์การค้ามาปฏิบัติให้บังเกิดผลจริงยังต้องอาศัยการทรานส์ฟอร์มองค์กรที่มีศักยภาพ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การปรับเปลี่ยนองค์กร หรือ “Organization Transformation” ในช่วง CEO Talk จากเส้นทางครูสอนเปียโนคลาสสิกสู่ผู้บริหารธุรกิจประกันภัยระดับแนวหน้า โดยอธิบายถึงพัฒนาการของ TQM จากการบุกเบิกขายประกันผ่านระบบ Tele-marketing สู่การให้บริการแชตและแพลตฟอร์มดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง

ดร.นภัสนันท์ ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ร่วมกับฐานข้อมูล Customer Data Platform หรือ “CDP” เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภครายบุคคล ควบคู่กับการสร้าง “CEO Branding” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok และรายการสื่อธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงองค์กรเข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเน้นย้ำว่าผู้บริหารต้องแบ่งน้ำหนักให้กับการใช้เทคโนโลยี 10% กระบวนการทำงาน 20% และการพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กรสูงถึง 70% เพื่อให้องค์กรก้าวผ่านความผันผวนได้อย่างยั่งยืน

“การเปลี่ยนแปลงในชีวิตคือ Chapter ของชีวิต ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะดีหรือไม่จนกว่าเราจะลงมือทำ และการจะไปเปลี่ยนคนอื่น เราควรเริ่มจากการเปลี่ยนที่ตัวเราเองก่อน โดยการทรานส์ฟอร์มองค์กรต้องใช้เทคโนโลยี 10 เปอร์เซ็นต์  กระบวนการ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือการพัฒนาคนถึง 70 เปอร์เซ็นต์” ดร. นภัสนันท์ ทิ้งท้ายถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ผู้นำ