เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
Economic ข้าวไทยเจอศึกหนัก อินเดีย-ปากีสถานกดตลาด อิรักหด พาณิชย์เร่งหาคำสั่งซื้อใหม่
ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
Politics ครม.เคาะ 5 มาตรการ ‘พยุงราคาข้าว’ กรอบ 5.89 หมื่นล้าน ดันสินค้าคุณภาพสูง
‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ไม่กังวลปรับ ครม. ชี้อำนาจอยู่ที่ ‘อนุทิน’ ยันทำงานทุกวัน
ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
Politics ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
Politics รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
Economic กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
Politics อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
ดูทั้งหมด

BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน

20 ต.ค. 2569 | 15:32น.

บนเวทีการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ชี้ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกอาจไม่ใช่เพียงการเติบโตที่ชะลอตัว แต่คือ การเติบโตที่บั่นทอนศักยภาพในระยะยาว พร้อมเสนอภาคเอกชนเป็นหัวหอกสร้างตลาดใหม่ ภาครัฐสนับสนุน และประชาชนร่วมปรับตัว

ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies และ Chief Sustainomist, BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) นำเสนอแนวคิด Sustainomy ภายใต้หัวข้อ “What Does Growth Create?” บนเวที IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยชวนผู้นำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจทบทวนคำถามสำคัญของการพัฒนา จากเดิมที่มุ่งเน้นว่า “จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโต” ไปสู่คำถามว่า “การเติบโตนั้นสร้างอะไร และเพิ่มความสามารถในการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด”

ปิยะชาติชี้ให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่ง ผลผลิตหรือประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว เพราะในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจอาจเผชิญกับหนี้สินที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำ ความเปราะบางของระบบ และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติได้เช่นกัน

ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้การเติบโตในวันนี้ไม่ลดทอนศักยภาพที่จำเป็นต่อการเติบโตในวันข้างหน้า โจทย์ดังกล่าวยิ่งทวีความสำคัญท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลังของภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร แรงกดดันต่อระบบนิเวศ
และความไม่แน่นอนของความร่วมมือระหว่างประเทศ หากการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันต้องแลกมาด้วยการสะสมความเสี่ยงหรือการสูญเสียทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนา เศรษฐกิจอาจเติบโตได้ยากขึ้นในระยะยาว แม้ตัวเลขการเติบโตในวันนี้ยังคงเป็นบวกก็ตาม

ปิยะชาติเสนอให้การเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างผลตอบแทนสองด้าน หรือ Dual Returns ซึ่งประกอบด้วย

  1. Financial Return: ผลตอบแทนทางการเงิน การสร้างกำไรและผลตอบแทนที่ช่วยให้ธุรกิจมีเงินทุนสำหรับการลงทุน การขยายกิจการ และการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรอบถัดไป
  2. Systemic Return: ผลตอบแทนต่อระบบ การสร้างและฟื้นฟูศักยภาพของระบบที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคนให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น การเสริมความแข็งแกร่งของระบบการผลิต หรือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สามารถรองรับการพัฒนาในระยะยาว

แนวคิดนี้สะท้อนว่า ผลตอบแทนทางการเงินทำให้เศรษฐกิจมีทุนสำหรับการเติบโตครั้งต่อไป ขณะที่ผลตอบแทนต่อระบบทำให้เศรษฐกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้จริง การประเมินความสำเร็จของการเติบโตจึงไม่ควรพิจารณาเพียงผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ต้องคำนึงถึงสิ่งที่การลงทุนสร้างและส่งต่อให้ระบบเศรษฐกิจในอนาคตด้วย

ปิยะชาติเน้นย้ำว่า จุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่การจัดสรรเงินทุนและทิศทางการลงทุนว่า ทรัพยากรทางเศรษฐกิจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์แบบใด โดยภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการพัฒนานวัตกรรม การตอบสนองความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และการสร้างตลาดใหม่ที่สามารถสร้างทั้งมูลค่าทางธุรกิจและศักยภาพให้กับสังคม

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองจาก “Compete” สู่ “Complete” จากการมุ่งแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดเดิม ไปสู่การร่วมเติมเต็มสิ่งที่ตลาดและระบบเศรษฐกิจยังขาด เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างมูลค่าใหม่ พร้อมเสริมความสามารถในการเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนโดยภาคส่วนใดเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากสามภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชนในฐานะหัวหอกของการลงทุนและการสร้างตลาดใหม่ ภาครัฐในการพัฒนานโยบายและกลไกสนับสนุนที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง และประชาชนในการเปิดรับโอกาสใหม่และปรับตัวให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การเติบโตที่สร้างคุณค่าเกิดขึ้นได้จริงและขยายผลในวงกว้าง

การนำเสนอแนวคิด Sustainomy ยังเชื่อมโยงกับแนวพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการรักษารากฐานที่มีคุณค่า ควบคู่กับการพัฒนาและต่อยอดเพื่อสร้างอนาคต แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการของ Sustainomy ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการฟื้นฟูและเสริมสร้างศักยภาพของระบบ ที่รองรับการเติบโต

สาระสำคัญของการนำเสนอครั้งนี้จึงไม่ใช่การตั้งคำถามว่าเศรษฐกิจควรเติบโตหรือไม่ แต่เป็นการชวนให้ทุกภาคส่วนทบทวนว่า การเติบโตที่เกิดขึ้นกำลังสร้างมูลค่าและเพิ่มศักยภาพให้กับอนาคต หรือกำลังใช้ทรัพยากรและความสามารถของอนาคตเพื่อแลกกับผลลัพธ์ในปัจจุบัน

ภายใต้แนวคิด Sustainomy การเติบโตที่มีคุณภาพจึงต้องสร้างผลตอบแทนทั้งในมิติทางการเงินและมิติของระบบ เพื่อให้เศรษฐกิจไม่เพียงสร้างความมั่งคั่งในวันนี้ แต่ยังคงมีศักยภาพในการสร้างโอกาสและความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต