ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์เปิดเผยข้อมูลกองทุนรวม SRI กำหนดให้ Thai ESG และ Thai ESGX ที่ลงทุนหุ้น JUMP+ ต้องรายงานสัดส่วนลงทุน ความคืบหน้าแผนบริษัทจดทะเบียนทุก 6 เดือน พร้อมเปิดข้อมูลการมีส่วนร่วมของ บลจ. อย่างน้อยปีละครั้ง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (Sustainable and Responsible Investing Fund : SRI) เพื่อรองรับการลงทุนของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) ในหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนและความคืบหน้าการดำเนินงานของบริษัทที่กองทุนเข้าลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดให้กองทุน Thai ESG และ Thai ESGX ที่ลงทุนในหุ้นโครงการ JUMP+ ต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Factsheet) ภายใต้หัวข้อข้อมูลด้านความยั่งยืน (Sustainability Corner) อย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่
1.สัดส่วนการลงทุนในหุ้น JUMP+ เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่ากองทุนมีเงินลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวมากน้อยเพียงใด
2.ความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผน JUMP+ โดยแสดงจำนวนบริษัทและสัดส่วนการลงทุน แยกตามระดับความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผน
และ 3.การมีส่วนร่วมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โดยเปิดเผยสัดส่วนจำนวนบริษัทในกลุ่ม JUMP+ ที่ บลจ. เข้าไปมีส่วนร่วม (Engagement)
ทั้งนี้ กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลสัดส่วนการลงทุนและความคืบหน้าตามแผนอย่างน้อยทุก 6 เดือน ขณะที่ข้อมูลการมีส่วนร่วมของ บลจ. ต้องเปิดเผยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามการบริหารเงินลงทุนและใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลดัชนีอ้างอิงด้านความยั่งยืนของกองทุนรวม SRI โดยให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มและ Factsheet แทนการระบุไว้ในรายละเอียดโครงการจัดการกองทุนรวม การปรับปรุงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการเปิดเผยข้อมูล และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ บลจ. สามารถปรับเปลี่ยนดัชนีอ้างอิงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน รวมถึงพัฒนาการของมาตรฐานสากลได้คล่องตัวมากขึ้น โดยผู้ลงทุนยังสามารถตรวจสอบข้อมูลดัชนีอ้างอิงได้จากหนังสือชี้ชวนและ Factsheet เช่นเดิม
สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการและร่างประกาศ ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-5 มิ.ย. 2569 และวันที่ 7 ส.ค.-6 ก.ย. 2569 ตามลำดับ โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว