กรุงไทยแอกซ่าอ่วมประกันเด็ก เคลมสูงฉุดขาดทุน-ขึ้นเบี้ยปรับคุ้มครอง

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ชี้แผน “สุขภาพเพอร์เฟค เฮล โซลูชั่น” ปี 2559 พ่นพิษ ทำยอดเคลมประกันเด็กพุ่งสูงปรี๊ด ระบุต้องเร่งปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการขึ้นเบี้ย-เพิ่มเงื่อนไข-ยกเลิกค่าชดเชยรายวัน พร้อมลุยแยกพอร์ตขายประกันสุขภาพเด็ก “iChild Health Protection” และประกันสุขภาพ “iHealthy” ลดปัญหาขาดทุน

นางปรมาศิริ มโนลม้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเพอร์เฟค เฮล โซลูชั่น (PHS) จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าของบริษัท โดยเฉพาะวัยเด็ก (เกณฑ์อายุ 0-15 ปี) มีสถิติการเคลมที่สูงมาก ประกอบกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้บริษัทต้องแบกรับผลกระทบขาดทุนอย่างหนัก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

ปรมาศิริ มโนลม้าย

“เมื่อก่อนเราขายประกันสุขภาพ PHS ซึ่งคุ้มครองตั้งแต่อายุ 0 ปีขึ้นไป แต่นับจากนี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องแยกพอร์ตประกันสุขภาพนี้ออกมาเป็นแบบประกันสุขภาพเด็ก (iChild Health Protection) และประกันสุขภาพผู้ใหญ่ (iHealthy) ซึ่งผลดังกล่าวจะทำให้เบี้ยประกันสุขภาพเด็กมีการปรับค่าเบี้ยเพิ่มขึ้น ในขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพผู้ใหญ่มีการปรับลดลง” นางปรมาศิริกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มเงื่อนไขการซื้อ โดยให้พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งจะต้องทำประกันสุขภาพกับกรุงไทย-แอกซ่าฯ หรือในกรณีที่หากเป็นพี่น้องกัน ก็จะต้องซื้อแผนเดียวกันทั้ง 2 คนด้วย ซึ่งบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งก็ทำในลักษณะเดียวกัน

ด้านนายไพบูลย์ เปี่ยมเมตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้นำข้อมูลสถิติการเคลมในปีที่ผ่านมาของผลิตภัณฑ์ PHS มาให้พิจารณา เพื่อขอแยกพอร์ตออกจากกัน เนื่องจากลูกค้าในช่วงวัยเด็กมีการเคลมค่อนข้างสูง อีกทั้งส่วนใหญ่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลระดับพรีเมี่ยม จึงทำให้ยอดการเคลมพุ่งขึ้นมาก

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.จึงเห็นชอบอนุมัติไปเมื่อต้นปี 2560 เนื่องจากมองว่าบริษัทได้รับผลกระทบขาดทุนจริง รวมถึงต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นกว่าปีละ 10% ทำให้ไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายตามต้นทุนในอนาคตได้

แหล่งข่าวตัวแทนขายจากกรุงไทย-แอกซ่าฯ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้รับเอกสารแจ้งจากทางบริษัทเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ถึงการปรับเปลี่ยนผลประโยชน์และเบี้ยประกันภัยสำหรับแบบประกัน PHS สำหรับเกณฑ์อายุ 0-15 ปี และขอยกเลิกความคุ้มครองค่าชดเชยรายวัน (ค่าชดเชยรายวันเป็นผลประโยชน์ที่จ่ายในกรณีที่ไม่มีการเรียกร้องสินไหมในส่วนของค่ารักษาพยาบาล) ซึ่งเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากความคุ้มครองค่าชดเชยรายวันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ถือกรมธรรม์ที่ยังคงมีความต้องการผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวัน ก็ยังสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน (MEB) เพิ่มเติมกับกรมธรรม์เดิมได้

ทั้งนี้ บริษัทได้เสนอผลิตภัณฑ์สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลพิเศษ MEA Plus 6200 ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันใกล้เคียงกับปัจจุบันให้กับลูกค้าด้วย เพียงแต่ยอมรับว่าสัญญาดังกล่าวมีข้อจำกัด คือ ไม่มีค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยนอกและผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันกรณีไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมจากค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ

“สำหรับกรณีที่ลูกค้าไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยตามอัตราใหม่หรือไม่ได้แจ้งความประสงค์ในการเปลี่ยนสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลภายในระยะเวลากำหนด กรมธรรม์จะขาดผลบังคับและสิ้นสุดความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์” แหล่งข่าวตัวแทนขายจากกรุงไทย-แอกซ่าฯกล่าว


ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มจัดส่งจดหมายให้กับลูกค้าแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 สำหรับลูกค้าที่มีวันครบรอบปีกรมธรรม์ในเดือน ก.ย. 2560