เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

แกนนำยาง จวกมาตรการรัฐ แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ทางแก้คือ ไล่ผู้ว่ากยท. และบอร์ด

17 ธ.ค. 2560 | 16:46น.

วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวถึง แนวทางแก้ไขปัญหาราคายาง 3 มาตรการ เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคมนี้ว่า คงเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ทั้ง 3 มาตรการ พอเปลี่ยนฝ่ายบริหารก็ยกขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยเฉพาะ มาตรการที่ 1 รณรงค์ให้ส่วนราชการใช้ยางที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวสวนยางต่อสู้กันมาตลอด ที่ผ่านมา ใช้งบ 4,500 ล้านบาท เพื่อซื้อยาง 100,000 ตัน เพื่อดูดซับน้ำยางจากเกษตรกร แต่สามารถซื้อได้เพียง 2,800 ตัน คำตอบและเหตุผลในรอบนั้นยังไม่มี ที่สำคัญ รัฐบาลในยุคนั้นไม่ปล่อยเงินลงมาให้หน่วยงาน จึงไม่สามารถซื้อยางได้ รอบนี้ก็คงต้องจับตามองดูกันว่าจะเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไม่

ส่วนมาตรการที่ 2 ก็เดิมๆ อีก รอบที่แล้วใช้งบเพียง 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการยางส่งออก โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยตามความเป็นจริงให้ไม่เกินร้อยละ 3 ล้มเหลว พอมารอบนี้เพิ่มเงินเป็น 20,000 ล้านบาท และมาตรการที่ 3 การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง แบ่งเป็นเกษตรกรที่ลดเลิกการปลูกยาง (กยท.) จะมีเงินชดเชยให้เกษตรกรเจ้าของสวนยางในอัตรารายละ 4,000 บาท สวนยางมิใช่ปลูกพืชสวนครัว ปลูกพริก มะเขือ ฟันทิ้งปลูกใหม่ กว่าจะโตใช้เวลานาน สิ่งที่สำคัญในวันนี้วิธีการที่แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ เดิม 1 ไร่ ปลูก 76 ต้น โค่นให้เหลือ 46 ต้น ในร่องยางก็ปลูกพืชที่สามารถเผาเป็นถ่านได้ นำไปขายให้โรงไฟฟ้าชีวมวล หรือปลูกพืชอย่างอื่นแซมขึ้นมา เพื่อสร้างเศรษฐกิจรายได้เสริม ด้วยการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาใช้ ไม่ใช่เอะอะก็โค่น

นายทศพล กล่าว ทั้ง 3 มาตรการ ก็ล้มเหลวเหมือนเดิม แก้ปัญหาแบบเดิมๆ เมื่อไม่กี่วันไปประเทศจีนกัน กลับมา ผู้ว่า กยท.ไม่ได้มาบอกกล่าวอะไรกันเลย วันนี้จีนเองไม่อยากซื้อยางจาก กยท.ไม่มีความเชื่อมั่น หลอกลวง จีนต้องการซื้อยางโดยตรงจากกลุ่มวิสาหกิจของไทยโดยตรงมากกว่า เพราะในยุทธศาสตร์ของจีนเองขณะนี้ได้ขยายพื้นที่ในการปลูกยาง อีก 5 ปี ความต้องการใช้ยางจะเพิ่มมากขึ้น แต่ประเทศไทยกลับบอกให้โค่นยางทิ้ง คุณโง่หรือเปล่า ฆ่าและทำลายแหล่งทรัพย์ของตนเอง นายกรัฐมนตรีบอกว่า การพัฒนาต้องเริ่มจากส่วนบนลงไปสู่ล่าง ผมถามว่าการสร้างบ้านใครบ้างที่สร้างหลังคาก่อลงฐาน บ้ากันไปใหญ่แล้ว

“ทุกคนเงียบหลังจากกลับจากจีน ยุทธศาสตร์จีนในปี 61 มีความต้องการใช้ยางเพิ่มอีก 5 แสนตันจากเดิมใช้ 4.5 ล้านตัน และปี 2560 จะต้องใช้ยางเพิ่มขึ้นอีก 30% ข้อมูลเหล่านี้ผู้ว่า กยท.มาเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ บอกว่ายางล้นประเทศ ที่ผ่านมาแล้ง 4 เดือน ท่วม 4 เดือน ตกๆ หยุดๆ ตัดยางสัปดาห์ละ 3 วัน ถามว่ายางหายไป ทำไมราคายางยังถูกลง เป็นเพราะมีการทุบราคา จนนำมาสู่การปิดตลาดกลาง 3 แห่ง เพื่อกระทำการบางอย่างที่ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่”

นายทศพล กล่าว ขอนำเรียนผ่านสื่อมวลชนไปยังนายกรัฐมนตรีที่ท่านต้องการแก้ปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สิ่งที่ดีที่สุดคือ แก้ที่คนก่อน เพราะคนเป็นตัวทำให้ป่วยมิใช่ต้นยาง หรือเกษตรกร ผู้ว่า กยท. และ บอร์ด กยท.เท่านั้น และหาคนที่มีความเข้าใจ และเข้าถึงมาบริหารงาน เพราะชุดที่ผ่านมาเป็นคนไม่มีความรู้ความเข้าใจ บางท่านยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงิน CESS มาจากไหน เข้าใจว่ามาจากการเก็บภาษีของประชาชน แย่แล้ว เอาคนแบบนี้มาบริหารได้อย่างไรจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า ส่งผลไปถึงรัฐบาลทำให้ชาวสวนยางไม่รักนายกรัฐมนตรี อย่ามารบกับชาวสวนยางเลยจะดีกว่า

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กยท. ยางพารา ราคายาง