เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

‘ทรัมป์’ ต้องการอะไรแน่อนุญาตจีน ‘ซื้อน้ำมัน’ อิหร่าน

28 มิ.ย. 2568 | 07:40น.
U.S. President Donald Trump departs for New Jersey
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สร้างเรื่อง “ประหลาดใจ” ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เริ่มจากการตัดสินใจเข้าร่วมความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ด้วยการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีฐานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน เป็นการโจมตีแบบเกือบจะฉับพลัน ทั้งที่เพิ่งพูดว่าจะใช้เวลาตัดสินใจ 2 สัปดาห์ว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่

เมื่อถูกอิหร่านแก้แค้นด้วยการใช้ขีปนาวุธหลายลูกถล่มฐานทัพสหรัฐในประเทศกาตาร์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ทำให้กาตาร์ขู่ว่าจะตอบโต้อิหร่าน เพราะถือว่าละเมิดอธิปไตย ส่อเค้าว่าสงครามจะขยายวงไปทั่วตะวันออกกลาง ทันใดนั้นทรัมป์ก็ประกาศทางโซเชียลมีเดียว่า ทั้งอิสราเอลและอิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงระหว่างกัน อันเป็นการยุติสงคราม 12 วัน

ที่มาพร้อม ๆ กับข่าวหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ก็คือประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่า จากนี้ไป “จีน” สามารถ “ซื้อน้ำมัน” จากอิหร่านได้ และหวังว่าคงจะช่วยอุดหนุนซื้อน้ำมันจากสหรัฐด้วย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งบรรดานักค้าน้ำมัน และแม้แต่เจ้าหน้าที่หลายคนในทำเนียบขาว เพราะเท่ากับว่าทรัมป์บ่อนเซาะนโยบายของสหรัฐในการแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่านที่ดำเนินมาหลายปี เพื่อลดรายได้จากน้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลักอิหร่าน และที่สำคัญจีนคือ “ลูกค้ารายใหญ่” ของอิหร่าน

ข่าวการหยุดยิงและข่าวการอนุญาตให้จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกดิ่งลงฮวบฮาบ ตรงกันข้ามกับวันแรกที่อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นฉับพลันราว 10%

แม้จะยังไม่มีใครรู้รายละเอียด ว่าระหว่างการเปิดฉากโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน สหรัฐได้คุยเบื้องหลังอะไรกับจีน สาธารณะทราบเพียงว่าทรัมป์ได้เรียกร้องไปยังจีนให้ช่วยเกลี้ยกล่อมอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก แต่กลายเป็นว่าหลังจากนั้นรัฐสภาอิหร่านมีมติให้ปิด เหลือเพียงการรอให้คณะความมั่นคงสูงสุดเคาะตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ก่อนที่ในที่สุดทั้งอิหร่านและอิสราเอลตกลงที่จะหยุดยิง ทำให้ยังไม่มีการปิดช่องแคบ พร้อม ๆ กับที่ทรัมป์อนุญาตให้จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะตัดสินใจโจมตีฐานนิวเคลียร์อิหร่านนั้น สหรัฐมั่นใจว่าอิหร่านจะไม่กล้าปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้ จนทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งขึ้น เพราะจะทำให้จีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านเดือดร้อน

บลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐซึ่งรับผิดชอบการแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่าน ระบุว่ารู้สึกประหลาดใจต่อคำพูดของทรัมป์ และไม่แน่ใจว่าจะตีความอย่างไร แต่ในระหว่างนี้กระทรวงการคลังก็จะยังคงบังคับใช้มาตรการแซงก์ชั่นอย่างเข้มงวด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า การแซงก์ชั่นจะยังคงอยู่ต่อไป และอ้างว่าการโพสต์ของทรัมป์มีความตั้งใจเพียงแค่จะทำให้แน่ใจว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ถูกปิด ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อจีน

ด้านแทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยกล่าวเพียงว่าไม่อยากล้ำเส้นประธานาธิบดี หรือพยายามเดาว่ากลยุทธ์จะเป็นอย่างไร “ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก” คิดว่าพวกเราจะพบคำตอบในเร็ว ๆ นี้

การเปลี่ยนท่าทีอย่างเห็นได้ชัดแบบ “ยูเทิร์น” หรือเลี้ยวกลับต่ออิหร่านและจีน เกิดขึ้นในยามที่รัฐบาลทรัมป์แสวงหาการบรรลุข้อตกลงกรอบการค้าใหม่กับจีน และลดความตึงเครียดของสงครามภาษีลง หลังจากการเก็บภาษีอย่างสูงลิบที่สหรัฐเป็นฝ่ายเริ่ม ไปถึงจุดที่จะทำให้เกิดการตัดขาดทางการค้าระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด

มาร์ก เมเล็ค หัวหน้าเจ้าหน้าที่ลงทุนของ Siebert ให้ความเห็นว่า ดูเหมือนทรัมป์กำลัง “โยนกระดูก” ให้กับจีนและอิหร่าน เพื่อให้ได้รับความร่วมมือในการเจรจากับสหรัฐ พวกเราคิดว่า ณ จุดนี้ สิ่งที่ทรัมป์พูดยังเป็นแค่วาทกรรม แต่แน่นอนว่าน่าประหลาดใจมาก

นักวิเคราะห์คนอื่น ๆ เชื่อว่าเป็นความพยายามของทรัมป์ที่จะส่งสัญญาณบวกไปยังจีนในช่วงที่กำลังแสวงหาข้อตกลงด้านภาษีกับจีน อย่างไรก็ตาม แม้การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์จะลดความเสี่ยงด้านกฎหมายสำหรับจีนในการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติจริงหรือไม่

จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านประมาณ 14% แต่ของจริงน่าจะสูงกว่านั้น เนื่องจากการนำเข้าบางส่วนทำแบบอำพรางผ่านมาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน เพื่อหลบหลีกการแซงก์ชั่นของสหรัฐ ทั้งนี้ ถึงแม้จีนจะไม่ได้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 แต่ข้อมูลจากผู้ค้าและหน่วยงานที่เก็บรวบรวมข้อมูลการค้าน้ำมันบ่งชี้ว่า สามารถหลบหลีกแซงก์ชั่นและทำให้น้ำมันไปถึงมือจีนอยู่ดี เพราะจีนสร้างห่วงโซ่อุปทานไว้นอกเขตการควบคุมของตะวันตก อย่างเช่นผ่านกองเรือเถื่อน และชำระค่าน้ำมันด้วยเงินหยวนในปริมาณวันละมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล

การซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งลดราคาให้ถูก ๆ สำคัญอย่างมากสำหรับภาคการกลั่นน้ำมันเอกชนของจีนที่มีขนาดใหญ่ และยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ

แดเนียล แทนน์บอม อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ชี้ว่าการแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่านมีความสำคัญมานานแล้ว แต่การบังคับใช้มาตรการเป็นไปอย่างเงียบ ๆ อย่างไรก็ตาม เร็วเกินไปที่จะคิดว่านี่คือ “นโยบาย” ที่จะทำให้จีนและอิหร่านได้ประโยชน์ และจะดำเนินต่อไปโดยไม่คำนึงถึงระยะยาวในการที่จะทำให้ภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพ

เมื่อเดือนที่แล้วทรัมป์เพิ่งยืนกรานว่า การซื้อน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากอิหร่านทั้งหมดต้อง “หยุด” เดี๋ยวนี้ ใครก็ตามที่ซื้อจากอิหร่านอาจจะถูกแซงก์ชั่นด้วย และห้ามทำธุรกิจใด ๆ กับสหรัฐ และก่อนหน้านั้น สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐจะบีบให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงเหลือน้อยกว่า 10% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่านตามที่เคยหาเสียงเอาไว้

การแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่านมีจุดประสงค์เพื่อบังคับให้อิหร่านยอมยกเลิกความพยายามในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจากการข่าวที่อ้างว่าอิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ไปจนถึงจุดที่ใกล้จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอีกไม่นาน เป็นเหตุให้สหรัฐตัดสินใจทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านดังกล่าว ทว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าฐานนิวเคลียร์ถูกทำลายอย่างสิ้นซากอย่างที่ทรัมป์อ้างหรือไม่