เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

เผยโฉมหน้าและเอฟเฟ็กต์ จากดีลภาษี ‘ญี่ปุ่น-อเมริกา’

30 ก.ค. 2568 | 12:04น.
Japan-USA
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

หลังเปิดการเจรจาต่อรองกันอย่างเป็นทางการกว่า 3 เดือน ทางการสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ก็สามารถทำความตกลงทางการค้าและเศรษฐกิจกันได้สำเร็จ ความตกลงที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีอเมริกัน ประกาศออกมาเมื่อ 22 กรกฎาคมดังกล่าวบรรลุผล หลังจาก เรียวเซ อาคาซาวะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมเจรจา ต้องวิ่งรอกเทียวไปเทียวมาวอชิงตัน-โตเกียว ถึง 8 เที่ยวในช่วงระหว่างเดือนเมษายนจนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม เพื่อต่อรองกับตัวแทนอเมริกาอย่าง สกอต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง, โฮวาร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ และ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา

ความตกลงซึ่งยังไม่มีการแจกแจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการนี้ ถือเป็นความตกลงฉบับแรกของสหรัฐอเมริกากับบรรดาประเทศที่เป็นหุ้นส่วนทางการค้าสำคัญที่ได้เปรียบดุลการค้า ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ อย่าง สหภาพยุโรป, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และจีน ยังคงอยู่ระหว่างการต่อรองหาทางทำความตกลงอยู่กับสหรัฐอเมริกาอยู่ในขณะนี้

จากข้อมูลที่ค่อย ๆ มีการเปิดเผยออกมาแบบไม่เป็นทางการ บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า ความตกลงนี้ยังคงเป็นไปตามแนวทางที่เป็นความต้องการของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองประเทศที่สามารถยังประโยชน์ให้อุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาแข็งแกร่งขึ้น พร้อม ๆ ไปกับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันแนบแน่นมากขึ้นอีกด้วย

ว่ากันว่า องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของความตกลงทางการค้าฉบับนี้ ก็คือ ยินดีจัดตั้ง กองทุนเพื่อการลงทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ ขึ้นมาเพื่อลงทุนในสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วย “เสริมสร้างและขยายอุตสาหกรรมที่เป็นแกนหลักของสหรัฐอเมริกา” โดยจะอยู่ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินของรัฐ

อาทิ สำนักงานสินเชื่อเพื่อการส่งออก (Nippon Export and Investment Insurance หรือ NEXI), ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เป็นต้น มุ่งเน้นการลงทุนไปที่ภาคอุตสาหกรรมที่สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญ อย่าง ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน, เซมิคอนดักเตอร์, ฟาร์มาซูติคอล และการต่อเรือ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นบริษัทของญี่ปุ่นเสมอไป

นัยสำคัญของกองทุนเพื่อการลงทุนนี้ต่อการเจรจาต่อรองเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรที่อเมริกาขู่จะเรียกเก็บจากสินค้าส่งออกจากญี่ปุ่นมีอยู่สูงมาก ในทางหนึ่งนั้นเพราะทำให้ ญี่ปุ่น ซึ่งแต่เดิมก็เป็นประเทศที่หอบเงินไปลงทุนโดยตรงในสหรัฐอเมริกาสูงที่สุดอยู่ก่อนแล้ว ยกระดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก

เม็ดเงินลงทุนโดยตรงของญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2023 สูงถึง 783,300 ล้านดอลลาร์ และขยับขึ้นเป็น 860,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ทำให้มีผลสูงมากในการต่อรองอัตราภาษีศุลกากรกับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการกำหนดไว้ในข้อตกลงด้วยว่า ผลกำไรที่ได้จากการลงทุนดังกล่าวนี้ 90 เปอร์เซ็นต์จะถูกนำไปลงทุนซ้ำในอเมริกา ไม่ได้ส่งกลับประเทศอีกด้วย

ญี่ปุ่นเอง ก็ได้ประโยชน์ไม่น้อยภายใต้ความตกลงทางการค้าที่ทำขึ้นนี้ โดยจุดสำคัญที่สุดอยู่ที่ ฝ่ายอเมริกายอมปรับลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจากญี่ปุ่นลง จากเดิม 25% เป็น 15% ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย เมื่อคำนึงถึงว่า “ญี่ปุ่น” ส่งสินค้าออกไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2024 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 148,200 ล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังประสบผลสำเร็จในการต่อรองให้สหรัฐอเมริกายินยอมลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสำคัญมากเพราะรายได้จากอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นนั้น คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 3-10% ของจีดีพีรวมของประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการส่งออกสูงมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมเจรจาต่อรองของญี่ปุ่น ยังสามารถทำให้ฝ่ายอเมริกันตกลงกำหนดหลักประกันไว้ด้วยว่า ญี่ปุ่นจะได้รับอัตราภาษีศุลกากรต่ำที่สุดในภาคเซมิคอนดักเตอร์และฟาร์มาซูติคอล ไม่ว่าประเทศอื่น ๆ จะต่อรองจนได้อัตราภาษีต่ำเพียงใดก็ตาม

ความตกลงฉบับนี้ยังมีส่วนของการเปิดตลาด เพิ่มโควตา และเพิ่มการจัดซื้อสินค้าระหว่างกัน ที่สามารถยังประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี โดยญี่ปุ่น ยินดีเปิดตลาดให้กับสินค้าเกษตรจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข้าว ซึ่งญี่ปุ่นยอมนำเข้าข้าวจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเท่ากับ 75% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดในปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 346,000 ตัน

ที่น่าสนใจก็คือ ญี่ปุ่น ไม่ได้แก้ไขโควตาการนำเข้าข้าวทั้งหมดของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 770,000 ตัน แต่อย่างใด เพียงแต่จัดสรรโควตาใหม่ เพื่อให้สามารถนำเข้าข้าวจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากชาวนาญี่ปุ่นเอง นอกเหนือจากข้าวแล้ว ญี่ปุ่นตกลงที่จะนำเข้าสินค้าเกษตรอเมริกันรวม 8,000 ล้านดอลลาร์ เครื่องบินโบอิ้งอีก 100 ลำ และที่สำคัญที่สุดก็คือ เสนอที่จะลงทุน 44,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อวางท่อลำเลียงก๊าซจากแหล่งในอะแลสกาตอนเหนือมายังตอนใต้ เพื่อผ่านกระบวนการทำให้เป็นก๊าซธรรมชาติเหลวแล้วส่งออกไปยังผู้ซื้อในย่านแปซิฟิก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของทรัมป์ ในขณะที่ญี่ปุ่นเองก็ต้องการแหล่งซื้อก๊าซธรรมชาติที่มั่นคงและปลอดภัยอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน

นักสังเกตการณ์เชื่อว่า ความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นฉบับนี้ จะส่งผลสะเทือนในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่ประเด็นทางการเมืองภายในประเทศของทั้งสองประเทศ ไปจนถึงส่งผลกระทบในระดับระหว่างประเทศ เพราะจะกลายเป็นข้อเปรียบเทียบและข้อเรียกร้องในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐอเมริกาของบรรดาประเทศคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหภาพยุโรปและเกาหลีใต้ ที่มีสถานะเป็นหุ้นส่วนทางการค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกาทำนองเดียวกับญี่ปุ่นเช่นกัน