Skip to content

‘มิน อ่อง ลาย’ ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ปูทางจัดเลือกตั้งธ.ค. นี้

31 ก.ค. 2568 | 21:49น.
‘มิน อ่อง ลาย’ ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ปูทางจัดเลือกตั้งธ.ค. นี้

ผู้นำกองทัพเมียนมาได้ยกเลิกภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้มากว่าสี่ปี หลังจากที่ยึดอำนาจจากการรัฐประหาร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่บังคับใช้มากว่า 4 ปี ตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนปี 2021 เพื่อจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมนี้

การตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งประกาศโดยสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศในวันนี้ (31 ก.ค.) เกิดขึ้นในขณะที่สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2008 ของเมียนมา กฎฉุกเฉินต้องถูกยกเลิกก่อนจึงจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งสภาความมั่นคงได้กำหนดจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคม

พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกสภาความมั่นคงแห่งรัฐเมียนมา กล่าวว่า เพื่อให้รัฐยังคงเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางประชาธิปไตย จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง ดังนั้นภาวะฉุกเฉินจึงถูกยกเลิกในวันนี้”

นอกจากนี้ นายมิน อ่อง ลาย ผู้นำสภาความมั่นคงแห่งรัฐเมียนมา ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission) ซึ่งมีสมาชิก 10 คน ซึ่งเขาจะเป็นประธาน และได้จัดตั้งรัฐบาลสหภาพ (Union Government) ซึ่งมีสมาชิก 30 คน โดยแต่งตั้งนายโย ซอ ผู้ช่วยของเขาเป็นนายกรัฐมนตรี

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพเมียนมากำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และการต่อต้านที่เพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนประชาธิปไตย สภาความมั่นคงได้มีมติในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่จะขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม โดยในขณะนั้นระบุว่า “มีความจำเป็นเพื่อความมั่นคงเพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม”

รัฐบาลตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ไม่รับรองการเลือกตั้งใด ๆ ที่จัดโดยคณะทหาร โดยระบุว่าการเลือกตั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy : NLD) ซึ่งเป็นพรรคของนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพลเรือนได้ถูกถอดถอนจากการจดทะเบียนพรรคอย่างเป็นทางการในปี 2023 และนางซู จี ในวัย 80 ปีผู้นี้กำลังรับโทษจำคุก 27 ปีจากความผิดในหลายคดี