เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
ดูทั้งหมด

เวียดนาม ยกระดับเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ เตือนผู้เดินทางสังเกตอาการ 14 วัน

27 ม.ค. 2569 | 12:34น.

เวียดนามยกยกระดับเฝ้าระวัง หลังอินเดียยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามออกคำแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 14 วัน แม้ขณะนี้เวียดนามยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังทั้งตามด่านพรมแดนและในระบบสาธารณสุขภายในประเทศ

หลังอินเดียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 5 ราย ได้รับการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางการท้องถิ่นจึงติดตามเฝ้าผลและแยกกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 100 ราย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ประกาศมาตรการยกระดับการเฝ้าระวังเป็นระดับที่ 1 เป็นที่เรียบร้อย

เมื่อเช้าวันนี้สาธารณสุขเวียดนามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประกาศยกระดับการเฝ้าระวังเช่นเดียวกันเป็นประเทศที่ 3

Vietnamnet รายงานว่า ขณะนี้เวียดนามยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดถึง 75% และสามารถแพร่จาก สัตว์สู่คน และคนสู่คนได้ ทางการเวียดนามจึงเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังโรค ทั้งที่จุดผ่านแดน สถานพยาบาล และในระดับชุมชน

กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่ดังกล่าวควรเฝ้าติดตามอาการตนเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากมีอาการ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ เจ็บคอ เวียนศีรษะ ง่วงซึม สับสน หรือชัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น และแจ้งประวัติการเดินทางแก่บุคลากรทางการแพทย์

ศูนย์ควบคุมโรคโฮจิมินห์ (HCDC) แถลงเมื่อวานนี้ว่า กำลังติดตามสถานการณ์ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด มีการเพิ่มการคัดกรองที่ด่านเข้าเมืองระหว่างประเทศ เข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้มีไข้หรืออาการเข้าข่ายโรคติดต่ออันตราย จะถูกแยกตรวจทันที

HCDC แถลงว่าขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนิปาห์ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ค้างคาวอาศัยอยู่ หรือใกล้ชิดกับสุกรที่ป่วย และไม่บริโภคผลไม้ดิบหรืออาหารที่อาจปนเปื้อน เช่น น้ำหวานจากอินทผลัมสด หรือน้ำมะพร้าวที่ไม่ผ่านการแปรรูป

ผู้ติดเชื้อมักแสดงอาการภายใน 4-14 วันหลังสัมผัสเชื้อ

ระยะแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ไอ และเจ็บคอ ในกรณีรุนแรง อาจลุกลามเป็นสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว มีอาการง่วงซึม สับสน ความผิดปกติทางจิต และโคม่า บางรายอาการทรุดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง

ไวรัสนิปาห์แพร่จากสัตว์สู่คนเป็นหลัก โดยเฉพาะการสัมผัสค้างคาวหรือสุกรที่ติดเชื้อ หรือการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน อย่างไรก็ตาม ยังสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง ทำให้การตรวจพบและแยกผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง

อัตราการเสียชีวิตจากไวรัสนิปาห์อยู่ระหว่าง 40-75% ขึ้นอยู่กับสภาพการระบาดและการเข้าถึงการรักษา ผู้รอดชีวิตบางรายอาจมีผลกระทบระยะยาว เช่น อาการชักเรื้อรัง หรือการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ

หน่วยงานสาธารณสุขเวียดนามเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และผลไม้ที่สะอาด ปอกเปลือกแล้วเท่านั้น ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยต้องสวมหน้ากาก ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล พร้อมรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดระหว่างและหลังการสัมผัส