นายกฯสิงคโปร์ ออกนโยบายใหม่ กระตุ้นให้คนหนุ่มสาวมีลูก
นายกฯสิงคโปร์ประกาศอัดฉีดแพ็กเกจใหญ่หนุนครอบครัว-ขยายพื้นที่เมือง ยิ่งมีลูกเยอะ ยิ่งได้สิทธิเพิ่ม แก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศนโยบายใหม่-ปรับโครงสร้างเมืองครั้งใหญ่ ในวันชาติสิงคโปร์ มุ่งแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ สนับสนุนค่าครองชีพสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ และการเตรียมพร้อมผืนดินรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
1. เพิ่มสิทธิวันลาและอัดฉีดสวัสดิการเด็กเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
หนึ่งในมาตรการใหม่คือการเพิ่มวันลาเพื่อดูแลบุตร สำหรับผู้ปกครองที่ทำงาน ปรับเปลี่ยนเกณฑ์ให้ผันแปรตามจำนวนบุตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวไว้ว่า
“ยิ่งคุณมีลูกหลายคน ก็ยิ่งได้รับวันลาเพิ่มขึ้น”
พ่อแม่ที่มีลูกอายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 1 คน จะได้รับวันลา 8 วัน, บุตร 2 คน ได้รับ 10 วัน และหากมีบุตร 3 คนขึ้นไป จะได้รับสิทธิวันลาสูงสุด 12 วันต่อคน ซึ่งหากเป็นคู่รักที่ทำงานและมีลูกวัยประถมศึกษา 3 คน วันลารวมจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 วัน พุ่งสูงถึง 24 วัน
2. รัฐบาลดเป็น Sponsorship ให้จนถึงอายุ 16 ปี
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมมอบเงินสนับสนุนทางการเงินแก่เด็กชาวสิงคโปร์ทุกคนรวมเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.89 ล้านบาท) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเริ่มต้นทำงาน
เริ่มจากเงินขวัญถุงแรกเกิด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์, เงินสมทบ MediSave 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และเงินอุดหนุนในบัญชีพัฒนาการเด็ก (CDA) อีก 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมเงินสมทบแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์
“นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อแรกเกิด แต่นโยบายการช่วยเหลือจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น”
“เด็กทุกคนจะยังได้รับเครดิตช่วยเหลือบุตรประจำปี ปีละ 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตั้งแต่อายุ 1 ถึง 16 ปี รวมถึงเงินท็อปอัพ EduSave และเงินอุดหนุนเข้าบัญชีการศึกษาระดับอุดมศึกษา (PSE Account) อีก 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ เมื่ออายุครบ 17 ปี”
3. ปรับเพดานรายได้ที่อยู่อาศัย เพิ่มโอกาสจับฉลากซื้อบ้าน
เพื่อรับมือกับแนวโน้มที่ชาวสิงคโปร์แต่งงานช้าลงและมีรายได้เติบโตขึ้น รัฐบาลปรับเพิ่มเพดานรายได้ (Income Ceiling) สำหรับการซื้อแฟลต Build-To-Order (BTO) จาก 14,000 เป็น 16,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และคอนโดฯเอ็กเซกคิวทีฟ (EC) จาก 16,000 เป็น 18,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
ทั้งเพิ่มสิทธิในการสุ่มจับฉลาก (Ballot Chance) แฟลต BTO ให้กับครอบครัวซื้อบ้านหลังแรก
โดยเพิ่มอีก 1 สิทธิต่อบุตร 1 คน เพื่อให้ครอบครัวที่มีลูกมีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยง่ายยิ่งขึ้น :
4. พัฒนาแลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่
ในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง นายกรัฐมนตรีหว่องเผยแผนระยะยาวว่าจะรวมกลุ่มเกาะทางตอนใต้ของเกาะจูร่ง อันได้แก่ เกาะเซมาเกา (Semakau), เกาะบูกอม (Bukom) และเกาะซูดง (Sudong) เข้าด้วยกันเป็นผืนดินใหญ่ผืนเดียว เช่นเดียวกับที่เคยสำเร็จในการสร้างเกาะจูร่ง
พร้อมเตรียมเปลี่ยนเกาะปูเลาบรานี (Pulau Brani) ที่อยู่ติดกับเกาะเซนโตซา ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจระดับโลกแห่งใหม่ หลังจากย้ายยุทธศาสตร์การดำเนินงานของท่าเรือออกไปในอนาคต