เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขัดใจ ‘ทรัมป์’ ขึ้นดอกเบี้ย ‘ครั้งแรก’ รอบ 3 ปี
World เมื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขัดใจ ‘ทรัมป์’ ขึ้นดอกเบี้ย ‘ครั้งแรก’ รอบ 3 ปี
SET ผนึกรัฐโรดโชว์เล็งเป้า 15 กองทุนตั้งไข่ ‘BOI to IPO’
Finance SET ผนึกรัฐโรดโชว์เล็งเป้า 15 กองทุนตั้งไข่ ‘BOI to IPO’
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET สัปดาห์นี้แกว่ง 1,560-1,620 จุด บล.พาย ชู 5 กลุ่มหุ้นเด่น
Finance SET สัปดาห์นี้แกว่ง 1,560-1,620 จุด บล.พาย ชู 5 กลุ่มหุ้นเด่น
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 69,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 69,650 บาท
ธอส. ปล่อยกู้โซลาร์รูฟท็อป 1-1.5 แสนต่อราย ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช้หลักประกัน
Finance ธอส. ปล่อยกู้โซลาร์รูฟท็อป 1-1.5 แสนต่อราย ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ใช้หลักประกัน
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.33 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.33 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
“บัฟเฟตต์” สละเก้าอี้ประธาน ส่งไม้ต่อลูกชาย พร้อมจดหมายย้ำเชื่อมั่น CEO ใหม่
Business “บัฟเฟตต์” สละเก้าอี้ประธาน ส่งไม้ต่อลูกชาย พร้อมจดหมายย้ำเชื่อมั่น CEO ใหม่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 81,314 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 81,314 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เมื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขัดใจ ‘ทรัมป์’ ขึ้นดอกเบี้ย ‘ครั้งแรก’ รอบ 3 ปี

21 ก.ย. 2569 | 09:51น.
คอลัมน์ : เศรษฐกิจชีพจรโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ “เอกฉันท์” ให้ “ปรับขึ้น” ดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ไปสู่ระดับ 3.75-4% ในการประชุมประจำเดือนกันยายน นับเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นไปตามที่ตลาดคาดหมายก่อนหน้านี้ ซึ่งให้นํ้าหนักเกิน 90% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากต้องการควบคุมเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน และยังถูกซํ้าเติมให้เลวร้ายลงอีกเมื่อราคานํ้ามันโลกถีบตัวสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มระดับความตึงเครียด ทั้งปัญหาช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่สามารถเปิดเดินเรือได้เสรี และยังมีกรณีกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน โจมตีท่อส่งนํ้ามันของซาอุดีอาระเบียจนได้รับความเสียหายหนัก

“เควิน วอร์ช” ประธานเฟด แถลงภายหลังประชุมว่า ทั้งตนและกรรมการคนอื่น ๆ ต่างไม่พอใจระดับเงินเฟ้อในปัจจุบัน ดังนั้นจุดมุ่งเน้นที่สำคัญมากของเราจึงอยู่ที่เงินเฟ้อ ที่ขณะนี้ “สูงเกินไปและนานเกินไป” เสถียรภาพราคาเป็นฐานรากของการเติบโตเศรษฐกิจ ตนคิดว่าในวันนี้เฟดทำในสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพนั้น เฟดมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้แรงกดดันเงินเฟ้อลุกลามออกไปจนกระทบเศรษฐกิจรอบที่สองหรือสาม

เกี่ยวกับการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต 

วอร์ชยังคงจุดยืนส่วนตัวเดิม คือไม่มีนโยบายให้คำแนะนำล่วงหน้าเกี่ยวกับดอกเบี้ย “สิ่งที่เฟดตัดสินใจในวันนี้เป็นการตัดสินใจที่จริงจัง สุขุม และรับผิดชอบ” ซึ่งเตรียมการและครุ่นคิดมาตลอด 120 วันนับตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่ง เฟดไม่ได้ตัดสินใจจากแรงผลักดันของตลาด แต่ตัดสินใจจากการประเมินสถานการณ์ ทั้งเรื่องการจ้างงาน ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ

ในฐานะที่ถูกมองว่าเป็นคนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกมาเพื่อลดดอกเบี้ย วอร์ชปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่าได้พูดคุยอะไรกับทรัมป์หรือไม่ กล่าวเพียงว่าไม่มีอะไรจะให้นักข่าวเกี่ยวกับการพูดคุยกับประธานาธิบดี

ประธานเฟดระบุว่า มี 3 ปัจจัยที่ทำให้เฟดเปลี่ยนใจมาขึ้นดอกเบี้ย หลังจากตรึงดอกเบี้ยมานานกว่า 3 ปี นั่นก็คือ 1.ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เศรษฐกิจแสดงให้เห็นความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดแรงงานที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นสูง 2.เงินเฟ้อยังคงสูงเมื่อเทียบกับเป้าหมายของเฟดที่อยากให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2% 3.ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นสาเหตุให้มุมมองเปลี่ยนไป “ทั้งสามอย่างนี้นำไปสู่การมีมติเอกฉันท์หนักแน่นในการขึ้นดอกเบี้ย”

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประธานเฟดหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาโดยตรง

สำหรับสัญญาณของดอกเบี้ยในอนาคตผ่านคาดการณ์ส่วนบุคคลของกรรมการแต่ละรายหรือ Dot Plot นั้นค่าเฉลี่ยบ่งบอกว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่มี 4 คนชี้ว่าน่าจะ
ขึ้นอีก 2 ครั้ง อีก 2 คนส่งสัญญาณว่าควรอยู่ระดับเดิม ขณะที่ประธานเฟดไม่ได้ทำ Dot Plot เพื่อส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยตามจุดยืนที่เคยประกาศไว้ 

คณะกรรมการยังประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อตลอดปี 2026 ผ่านดัชนีการใช้จ่ายผู้บริโภคว่าจะสูงขึ้นเป็น 3.4% จากเดิม 3.3%

เคย์ เฮก หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนตราสารหนี้ของโกลด์แมนแซคส์ แอสเส็ต แมเนจเมนต์ ชี้ว่า เฟดส่งสัญญาณว่าในขั้นนี้จะยังไม่ใช้มาตรการเข้มงวดแบบรุนแรง อย่างไรก็ตามคณะกรรมการส่วนใหญ่มองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ผ่าน Dot Plot แต่เป็นไปได้ว่าจะเว้นเดือนตุลาคมไว้ เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้งกลางเทอม และเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเดือนธันวาคม เนื่องจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่สูง

ด้านปฏิกิริยาของทรัมป์ต่อการตัดสินใจของเฟด ดูเหมือนไม่รุนแรงเท่าสมัยของ “เจอโรม พาวเวลล์” ซึ่งตรึงดอกเบี้ยไว้เป็นเวลานาน แต่ยุคของวอร์ช แม้จะขึ้นดอกเบี้ย ทรัมป์ก็ไม่ได้ใช้คำรุนแรง โดยเขาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เรากำลังแบกทุกประเทศในโลกเอาไว้ เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้อีกต่อไป จงลดดอกเบี้ยอย่างเร็ว เพื่อสหรัฐอเมริกา ดอกเบี้ยควรอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่า เพราะเราเป็นประเทศที่มีเครดิตดีที่สุดในโลก”

ต่อมาเมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงมั่นใจในเควิช วอร์ช หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่ายังมั่นใจ ตนฝากความหวังไว้กับเควิน แต่พวกคุณก็รู้ พวกบอร์ดหัวรั้นมาก บอร์ดพวกนี้แต่งตั้งโดยบุคคลอื่น พวกเขาเป็นปฏิปักษ์มาก เล่นการเมืองมาก พวกเขากำลังทำในสิ่งที่ผิด “พวกเขาขึ้นดอกเบี้ย เพื่อทำให้ทรัมป์ดูแย่มากเท่าที่จะเป็นไปได้” อย่างไรก็ตามทรัมป์อ้างว่าตนต้องการให้ประธานเฟดมีความเป็นอิสระ

ด้าน คุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาวออกมาโจมตีเฟด โดยอ้างว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยไม่ชอบธรรมในแง่เศรษฐกิจ และไม่ได้แก้ปัญหาหลักที่เป็นสาเหตุให้เงินเฟ้อสูง เพราะเงินเฟ้อเกิดจากการปัญหาขาดแคลนน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับดอกเบี้ย การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันถูกลง แต่จะไปขัดขวางการเติบโตเศรษฐกิจที่กำลังก้าวหน้าภายใต้รัฐบาลทรัมป์

การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 631.21 จุด หรือ 1.21% ปิดตลาดที่ 51,461.90 จุด เอสแอนด์พี 500 ปรับลง 33.92 จุด หรือ 0.45% ปิดตลาดที่ 7,551.81 จุด อย่างไรก็ตามแนสแดคประคองตัวเอาไว้ได้ ลดลงเพียง 3.146 จุด หรือ 0.01% ปิดตลาดที่ 25,978.25 จุด

ส่วนราคาทองคำปรับลงมากกว่า 1% ไปอยู่ที่ 4,330.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 57 ดอลลาร์หรือ 1.3% เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ ทำให้ความต้องการและความสามารถในการซื้อจึงลดลง แม้ว่าทองคำจะยังได้รับความนิยมว่าเป็นสินทรัพย์ที่สู้เงินเฟ้อได้ก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)