สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
‘เบสเซนส์’ รมว.สหรัฐ ไม่สามารถเข้าร่บมการประชุม IMF -World Bank 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพได้ เนื่องจากติดภารกิจในประเทศ
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวเมื่อ 9 ตุลาคม เวลาท้องถิ่นว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ จะไม่เข้าร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากติดภารกิจในประเทศ
กระทรวงการคลังสหรัฐยืนยันว่า ฟรานซิส บรูค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเอริน บราวน์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ จะเป็นผู้นำคณะผู้แทนสหรัฐ ในการประชุมครั้งนี้
กระทรวงการคลังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐจะทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรในการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านนโยบายและความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่ขัดขวางการเติบโต พร้อมทั้งผลักดันให้เกิด “ความโปร่งใสมากขึ้นและแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการหนี้สาธารณะ”
การที่เบสเซนต์ไม่เข้าร่วมงานด้านการเงินที่สำคัญนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐพุ่งสูงชึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 25 ปี และวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะงักงัน
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าภารกิจภายในประเทศใดที่ทำให้เบสเซนต์ต้องอยู่สหรัฐ แต่เขาเป็นโฆษกคนสำคัญด้านนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศในช่วงที่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐใกล้เข้ามาในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ สหรัฐยังรับหน้าที่เป็นประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ในปีนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วรัฐมนตรีคลังสหรัฐจะต้องทำหน้าที่ประธานในการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม คาดว่านายเบสเซนต์จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ในเดือนธันวาคมนี้
แม้จะไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจะพลาดการประชุมบางครั้งเนื่องจากปัญหาเรื่องตารางเวลาหรือปัจจัยอื่นๆ แต่การตัดสินใจของนายเบสเซนส์อาจสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากประเทศอื่นๆ ซึ่งมักใช้โอกาสนี้ในการหารือทวิภาคีทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีคลังสหรัฐ
“การมีส่วนร่วมของเราในการประชุมที่กรุงเทพฯ จะขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการทำให้มั่นใจว่าสถาบันการเงินระหว่างประเทศและระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาพรวม จะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติสหรัฐ” กระทรวงการคลังสหรัฐระบุในแถลงการณ์