เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
Finance XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
เอกนิติ ชี้ไทยติด 1  ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
Finance เอกนิติ ชี้ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
Biz Movement KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
Finance คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
Tech นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
Politics รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
Finance บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
Politics รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
ดูทั้งหมด

ลุยสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในงานธุรกิจนวัตกรรม ดันพัฒนาโมเดลธุรกิจหวังดึงนักลงทุนต่างแดน

22 ม.ค. 2561 | 19:23น.

วันที่ 22 ม.ค.2560 เวลา 14.00 น. ศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือ IDE Center by UTCC เเถลงข่าวเตรียมเปิดงาน IDE 2018 เดินหน้าสร้างระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรมเสริมความเเข็งเเกร่งผู้ประกอบการ เสริมสร้างเศรษฐกิจไทย เพื่อหาที่สุดของธุรกิจนวัตกรรมแห่งปีของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจัดกิจกรรม Think Big, Act Small Symposium รวบรวมผู้นำทางความคิดจากทั่วโลก เข้าแบ่งปันประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงสังคม ที่อาคาร 10 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐถกาพิเศษ ถึงทิศทางเเละเเนวโน้มของผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมกับเศรษฐกิจไทย ว่า การพัฒนาธุรกิจในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นที่จะต้องกลับมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ อีกทั้งตัวผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องปรับตัว เสริมศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับตนเอง

นายกลินท์ กล่าวต่อว่า แนวทางในการเพิ่มศักยภาพนั้นจำเป็นที่จะต้องมีผู้ประกอบการที่สามารถนำนวัตกรรม ข้อมูล และมาตรฐานต่าง ๆ เข้ามาส่งเสริมภาคธุรกิจ ซึ่งการสร้างผูู้ประกอบการให้เป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมถือเป็นความท้าทายใหม่ของประเทศ และเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาว

“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจปัจจุบันมีหลายเรื่อง ซึ่งเศรษฐกิจฐานล่างยังไม่ได้รับผลกระทบอะไร เรากำลังผลักดันหลายๆ อย่าง หลายคนอาจพูดถึงการขับเคลื่อนเเบบสปีดเป็นหลัก เเต่เราต้องคิดใหม่ มองหาอะไรเเปลกใหม่” นายกลินท์ กล่าวเเละว่า จากการคาดการณ์โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังระบุว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกสินค้าเเละการบริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

โดยในปี 2561 นี้ ทางหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นถึงร้อยละ 4.2 เเต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ ซึ่งภาคธุรกิจในประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อก้าวข้ามไปสู่ยุคการสร้างนวัตกรรมอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังเน้นในเรื่องการค้า การบริการ ต้องไปตามทิศทางของไทยเเลนด์ 4.0 คือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ศึกษาถึงความต้องการของลูกค้า เน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.การค้า การลงทุน 2. เกษตรกร อาหาร 3. ท่องเที่ยว เเละบริการ ซึ่ง 3 อย่างนี้เทียบเท่ากับค่าจีดีพี ครึ่งหนึ่งของประเทศก็ว่าได้

“เราเน้นเรื่องการช่วยผู้ประกอบการ ทั้งในต่างจังหวัดเเละในกรุงเทพฯ ต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เพิ่มนวัตกรรม มูลค่าจะเพิ่มขึ้น นี่คือเรื่องสำคัญที่จะทำอย่างไรให้ท้องถิ่น รวมถึงสังคมได้ด้วย”นายกลินท์กล่าว

ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายการทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเฉพาะภายในประเทศ หรือภายในภูมิภาคเท่านั้น หากมุ่งไกลไปถึงตลาดโลก ตลอดจนโมเดลธุรกิจที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจจากแหล่งเงินทุนภายนอกประเทศ ก่อให้เกิดศักยภาพทางการแข่งขัน และเพื่อร่วมส่งเสริมนวัตกรรมหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจึงได้นำระบบการค้าอัจฉริยะ หรือ Smart Trade Platform ซึ่งประกอบด้วย Trade 4.0 และ Service 4.0 มาส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของการค้าขายสินค้าและบริการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงการสร้างระบบนิเวศของการประกอบการที่เคลื่อนโดยนวัตกรรม ว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ส่งเสริมและสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ IDE ที่ได้พัฒนาร่วมกับสถาบัน MIT สหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงในเรื่องงานวิจัยและการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่าง ๆ รวมถึงในสาขาชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการจัดการ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด จากการเป็นผู้ประกอบการแบบเดิม ผ่านการการฝึกอบรม พัฒนา ไปจนถึงการจัดสรรหาเเหล่งลงทุนสนับสนุน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีเเนวคิด เทคโนโลยี ไปจนถึงเเผนธุรกิจใหม่ ให้ขยายธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดระดับโลกได้

“เราพบว่าในเเต่ละปี มีนักศึกษาขึ้นเป็นผู้ประกอบการใหม่กว่า 250 บริษัท ซึ่งได้สร้างมูลค่าต่อเศรษฐกิจ เเละเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย เราได้สร้างเครือข่ายภาคีพันธมิตรและพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรม หรือ IDE Ecosystem ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย” รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าวเเละว่า สำหรับการร่วมมือนั้นจะผ่านทาง 5 ภาคส่วน คือ ผู้ประกอบการ (Entrepreneurs) ภาครัฐบาล (Government) ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) ภาคเงินทุน (Risk Capital) และภาคการศึกษา (University) ซึ่งหากขาดภาคส่วนใด การดำเนินงานก็เป็นไปไม่ได้ ทั้ง 5 ภาคส่วนจะต้องช่วยกันผลักดัน

ทั้งนี้กิจกรรม IDE 2018 รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าวว่า จะเป็นการรวมตัวกันของการประกอบการนวัตกรรม เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจนวัตกรรมในประเทศ และแสวงหาโอกาสที่ให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

ขณะที่ ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเเละนวัตกรรมเเห่งชาติ (สวทน.) กล่าวในเสวนาพิเศษ “เเนวทางความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมยุคใหม่ เเละองค์กรภาครัฐเเละเอกชนที่สำคัญในการบ่มเพาะผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเเข่งขันเเละขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ว่า จุดเริ่มต้นมาจากการร่วมทำข้อมูลกับ ดร. เอ็ดเวิร์ด รูเบซ ผู้อำนวยการหลักสูตร ศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม เเล้วนำมาวิจัยพัฒนาต่ออีกกว่า 2 ปี เเละเมื่อได้ข้อมูลมาเเล้ว ก็ต้องมามองว่าส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างไร ทำเช่นไรให้ไทยมี “อีโคซิสเต็ม”

“เราเริ่มทำมาเรื่อยๆ ภาครัฐได้เข้าร่วมทำให้เห็นว่า สตาร์ตอัพเต็มไปหมด มีผู้ประกอบการเกิดขึ้นมากมาย เเต่คำถามคือ พวกเขาไปไหนต่อ ทำไมเราไม่เห็นออกมาในรูปของธุรกิจ มันมีเรื่องเศรษฐกิจในส่วนของอาหาร มีประชากรอยู่ในกลุ่มนี้กว่า 40 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งช่องทางธุรกิจ เเละต้องยอมรับว่าคนไทยเก่ง เเต่ยังขาดคนคอยเชื่อมต่อ ต้องย้ำให้ทั้ง 5 ภาคส่วนที่กล่าวกันมาเชื่อมเข้าหากันเพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทย”

นายธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งเเละกรรมการผู้จัดการ บริษัท 2 3 Perspective จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของตนมาจากโอกาสในเรื่องของดิจิทัล ที่ทำให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ เเละได้มองเห็นโอกาสทำเเอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มากว่า 10 ปีเเล้ว เเต่ต้องมาย้อนดูว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้กับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราเป็นสตาร์ตอัพตั้งเเต่เเรก ซึ่งเวลาผ่านไปยังต้องดิ้นรนกันอยู่ การทำงานของเราต้องมี Passion เเต่ไม่ได้เน้นไปในเรื่องของเงิน งาน หลายคนอยากมาทำงานเพื่อเงิน มันไม่ใช่ เเต่ต้องคิดว่าคุณมาเเล้วจะทำงานอะไรเพื่อสังคม ช่วยเหลือคนได้อย่างไรมากกว่า ผู้ประกอบการอย่ากลัวการล้มเหลว ให้เดินหน้าต่อไป”

รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การทำวิจัยถือเป็นเรื่องสนุก เป็นความภูมิใจเมื่อเห็นว่างานวิจัยสามารถนำไปช่วยผู้คนได้ ทั้งนี้ยังต้องเข้าไปเชื่อมโยงกับภาคเอกชน เพื่อทำให้งานวิจัยที่มีอยู่สร้างคุณค่าให้มากที่สุด

“การจะทำวิจัยมันเลี่ยงในเรื่องการสอนคน การเรียนรู้ไม่ได้ เเต่สามารถทำให้เกิดในระบบนิเวศได้ เพื่อการผลิตเทคโนโลยี งานวิจัย เเละผลักดันออกมาให้มีความหมาย”

นอกจากนี้ยังได้เชิญพันธมิตรเข้าร่วม อาทิ มหาลัยต่างๆ ทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน นิวซีเเลนด์ รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ อย่าง มิตรผล เบทาโกร ปตท. เพื่อขอความเเนะนำ ให้ความรู้เเก่ธุรกิจเอสเอ็มอี รวมถึงส่งลูกศิษย์ไปศึกษางานในบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้อีกด้วย ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะมีคนเข้าร่วม ช่วยเหลืิอ เเละสร้างสิ่งดีๆ ต่อไป