เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ชูหลักทรงงานรัชกาลที่ 9 ต้นแบบรับมือความท้าทาย
Finance ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ชูหลักทรงงานรัชกาลที่ 9 ต้นแบบรับมือความท้าทาย
ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
Real Estate ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
Finance สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
Finance ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
Real Estate แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
Real Estate ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
Finance สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
Finance GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
News ‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
ดูทั้งหมด

ศุภาลัย สร้างดี ชวนพันธมิตรปลูกป่านครราชสีมา

29 ก.ย. 2565 | 11:22น.
ศุภาลัย

“บมจ.ศุภาลัย” ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรมป่าไม้ ร่วมมอบพื้นที่สีเขียวให้กับชาวบ้านชุมชนบ้านโคกพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา พร้อมกับชวนผู้บริหาร, ซัพพลายเออร์, สื่อมวลชน และพนักงาน ร่วมปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ 2,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าจำนวน 10 ไร่ ในโครงการ “ศุภพนาลัย by Care the Wild” ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ 25% ภายใน 3 ปี

“ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาผ่านมา บริษัทดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบและให้ความสำคัญต่อสังคมในทุกด้าน (CSR) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ แต่ต่อจากนี้กิจกรรมทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ชื่อโครงการ “ศุภาลัย สร้างดี” เพราะนอกจากการสร้างบ้านที่ดีให้กับลูกค้ามาตลอด

ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าหากมีความตั้งใจที่ดี สามารถขับเคลื่อน และสร้างคุณค่าต่าง ๆ ให้เกิดในสังคมอย่างมากมาย อาทิ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับโลก สร้างการศึกษาที่ดีให้กับเยาวชน จนก่อให้เกิดการสร้างสังคมที่ดีแก่ประเทศชาติ รวมไปถึงการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี โดยการดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับที่บริษัทยึดมั่นและปฏิบัติตลอดมา

ปัจจุบันวิกฤตด้านพลังงาน และสภาพอากาศที่โลกกำลังเผชิญส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนทำให้เกิดวิกฤตภาวะโลกร้อนอันเป็นปัญหาที่ทุกประเทศต้องรวมพลังเพื่อร่วมกันลดภาวะก๊าซเรือนกระจก ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ให้ได้มากที่สุด

ซึ่งในปี 2565 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนฟุตพรินต์ 25% ภายใน 3 ปี และตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกับการดำเนินธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยมาโดยตลอด

โดยจังหวัดนครราชสีมาที่บริษัทเข้ามาพัฒนาธุรกิจมานานกว่า 8 ปี การเดินหน้าโครงการ “ศุภพนาลัย by Care The Wide” จึงเป็นความร่วมมือกับพันธมิตร คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรมป่าไม้ เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าชุมชน ณ บ้านโคกพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา ให้มีความสมบูรณ์ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้นทาง ซึ่งสอดรับกับแนวคิดหลักของการทำธุรกิจ

บริษัทจึงชักชวนผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตรกลุ่มบริษัทคู่ค้า ทั้งกลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด, เอสซีจี, บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด, สื่อมวลชน รวมทั้งชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ให้ได้ผืนป่า โดยมีชาวบ้านชุมชนบ้านโคกพลวงเป็นกำลังสำคัญในการรักษาป่าให้อยู่รอด และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้ 100%

อีกทั้งชาวบ้านยังสามารถใช้ป่าชุมชนนี้เป็นแหล่งทำมาหากิน เพราะจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทั้งไม้ยืนต้น และไม้กินได้ อาทิ สัก, ปีบ, พะยูง, ยางนา, ประดู่, มะม่วง ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การรักษาระบบนิเวศ และพัฒนาชุมชนให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อเนื่องหลายสิบปี

“อำนวย จิรมหาโภคา” ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยคนคนเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ซึ่งบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมานาน มีผลประกอบการที่ดี มีฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งยังมีการบริหารจัดการที่คำนึงถึงธรรมาภิบาล และการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ ESG อย่างต่อเนื่อง

“ศุภาลัยมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือต่อสังคมมาโดยตลอด ซึ่งการปลูกป่าครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับพื้นที่ป่าของชาวบ้านในชุมชนโคกพลวงต่อไป”

“นันทนา บุณยานันต์” ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณโครงการ Care The Wild ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการระดมทุนจากภาคธุรกิจให้มาปลูกป้องป่า เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศไทย

และขอบคุณ บมจ.ศุภาลัย ที่เข้ามาสนับสนุนการปลูกต้นไม้ป่าชุมชนครั้งนี้ รวมถึงยังให้ความเชื่อมั่น และเล็งเห็นความสำคัญของกรมป่าไม้ที่จะเข้ามาประสานงานเชื่อมโยงชุมชนเพื่อเข้ามาปลูกต้นไม้ให้เป็นป่าในพื้นที่ชุมชนครั้งนี้

“ทั้งนี้เพราะชุมชนบ้านโคกพลวงเป็นชุมชนคนรักป่า ทั้งยังมีจิตสำนึกในการหวงแหนป่าที่จะร่วมดูแลรักษาป่าชุมชน ที่สำคัญ ชุมชนแห่งนี้จะปกป้อง และดูแลรักษาต้นไม้ให้เติบใหญ่ไปอีก 10 ปี ซึ่งในอนาคตป่าแห่งนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนในชุมชน

เป็นคลังอาหาร ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยง BCG โมเดล โดยป่าแห่งนี้จะทำหน้าที่รักษาสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติให้กับลูกหลานไทยสืบต่อไป”

“ชาตรี เพชรนอก” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 และประธานคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโคกพลวง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริเวณพื้นที่ชุมชนโคกพลวงมีการบุกรุกป่ามากว่า 10 ปี จนเมื่อปี 2552 ชาวบ้านโคกพลวงมีการต่อสู้ทวงคืนผืนป่ากลับคืนมาจากนายทุน จากนั้นจึงร่วมกันเริ่มต้นปลูกป่าด้วยฝีมือมนุษย์ พร้อมช่วยกันดูแลจนเกิดพื้นที่สีเขียวมากขึ้นในพื้นที่

“โดยการเข้ามาช่วยเหลือจากภาครัฐ และเอกชนครั้งนี้จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการมุ่งมั่นสร้างพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืนให้กับชาวบ้านโคกพลวงต่อไป”

นับว่าน่าสนใจทีเดียว