เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
Finance คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าการ ธปท. เผยปล่อยค่าเงินบาทตามกลไกตลาด ยันดูแลใกล้ชิดหากผันผวนเร็ว-แรง

29 ก.ย. 2565 | 13:37น.
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยันปล่อยค่าเงินบาทตามกลไก ยันดูแลทั้ง 2 ทางไม่ฝืนตลาด ชี้เกาะติดใกล้ชิด พร้อมเข้าไปดูแลหากผันผวนเร็ว-แรงผิดปกติ ย้ำบาทอ่อนมาจากดอลลาร์แข็งค่า 18%

วันที่ 29 กันยายน 2565 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าหลุด 38 บาทต่อดอลลาร์นั้น ยอมรับว่าเป็นห่วง เพราะ ธปท.ไม่อยากเห็นการผันผวนที่สูงและเร็วเกินไปอย่างผิดปกติ อย่างไรก็ดี ธปท.ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และมีการเข้าไปดูแลในตอนที่มีความผันผวนสูงผิดปกติ เนื่องจากไม่อยากให้ไปกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การดูแล ธปท.จะไม่เข้าไปฝืนตลาด เพราะเราไม่สามารถฝืนตลาดได้ และปัจจุบันไทยไม่ได้ใช้ระบบกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไทยมีบทเรียนจากปี 2540 แต่เราเน้นเข้าไปดูแลความผันผวนที่ผิดปกติจนกระทบเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกบางส่วนไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging)

ดังนั้น ธปท.จะเข้าไปดูแลทั้ง 2 ทาง แต่ไม่ได้อยากเห็นว่าจะต้องอยู่ระดับใด หรือเท่าไร ซึ่งปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าตามการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ ดังนั้น เราไม่สามารถทำอะไรกับดอลลาร์ และไม่ควรทำด้วย

“สมมติเราต้องการเกาะดอลลาร์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 1.เราจะต้องขึ้นดอกเบี้ยตามสหรัฐ เช่น ฮ่องกงที่ผูกค่าเงินดอลลาร์ก็ต้องทำนโยบายการเงินเหมือนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ต้องขึ้น 0.75% ซึ่งไทยถ้าต้องทำแบบนั้นจะเหมาะกับบริบทไทยหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจเราไม่ร้อนแรงเหมือนสหรัฐ และยังมีกลุ่มเปราะบาง จึงไม่เหมาะกับบริบทไทย และปัจจัยพื้นฐานไทย

และ 2.ถ้าทำแล้วเงินบาทจะแข็งค่าเทียบกับทุกคนในโลก เราจะแข็งกว่าเงินเยน 20% ซึ่งจะไม่ช่วยขีดความสามารถในการแข่งขัน และไม่เหมาะกับปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น การฝืนแบบนี้ไม่เหมาะ จึงต้องปล่อยไปตามตลาด เราคิดตามใกล้ชิด และเข้าไปดูความผันผวนที่มันผิดปกติ ซึ่งตอนนี้ตลาดโลกผันผวนผิดปกติ และไม่เฉพาะแค่เงินบาท แต่เป็นสกุลหลักผันผวนทั่วโลก”

สำหรับผลกระทบจากการอ่อนค่าเงินบาทนั้น ดร.เศรษฐพุฒิกล่าวว่า หากดูการอ่อนค่าของเงินบาท หลัก ๆ มาจากการแข็งค่าดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเป็นหลัก โดยแข็งค่าขึ้น 18% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เงินสกุลอื่น ๆ อ่อนค่าลง เช่นเทียบกับเงินปอนด์อังกฤษ อ่อนค่า 20% เยน-ญี่ปุ่นกว่า 20% ขณะที่ไทยอ่อนค่า 12% ถือว่าอ่อนค่าระดับกลาง หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ และยังอ่อนค่าน้อยกว่าเกาหลี 17% ฟิลิปปินส์ 13% และไต้หวัน 13% และใกล้เคียงเงินหยวนที่ 11% แต่อาจอ่อนค่ามากกว่าอินโดนีเซียและมาเลเซีย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามปัจจัยโลก ปัจจัยจากดอลลาร์เป็นหลัก

และการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงหรือไม่ อดีตที่ผ่านมา ตัวนี้ก็เป็นตัวที่ ธปท.มีการติดตามใกล้ชิด ซึ่งก็พบว่าไม่ได้มีผลมากนัก โดยหากดูการส่งผ่านจากเงินบาทไปสู่เงินเฟ้อ พบว่าเงินบาทอ่อนค่าทุก 1% ทำให้เงินเฟ้อทั่วไป 0.06% ซึ่งภาพแตกต่างกับบางประเทศที่เงินอ่อนค่า เงินเฟ้อมาทันที

นอกจากนี้ หลายคนเป็นห่วงว่าการที่เงินบาทอ่อนค่าไปที่ 38 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงมาก และอาจซ้ำรอยปี 2540 หรือไม่ กรณีนี้ไม่ใช่ เพราะวันนี้ด้านเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง โอกาสเกิดวิกฤตเหมือนต่างประเทศ เช่น ศรีลังกา และ สปป.ลาวโอกาสที่จะเกิดขึ้นที่ไทยน้อยมาก เพราะหลายประเทศที่เจอวิกฤต มาจากหนี้ต่างประเทศอยู่ระดับสูง ทุนสำรองฯน้อย เหมือนปี 2540 ที่ทุนสำรองฯ ของไทยน้อย หนี้ต่างประเทศมาก แต่ปัจจุบัน ทุนสำรองฯ ของไทย สูงกว่าหนี้ต่างประเทศกว่า 3 เท่า ดังนั้น โอกาสที่จะขาดเสถียรภาพมีต่ำ

และหากดูเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ของไทยในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นภาพของเงินไหลออก เพราะวันนี้มีต่างชาติซื้อสุทธิอยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ แม้จะไหลออกในบอนด์บ้างเล็กน้อย ดังนั้น ไม่มีอะไรน่ากลัวจากฝั่งเงินทุนเคลื่อนย้าย

นอกจากนี้ อีกด้านที่สะท้อนเสถียรภาพด้านราคา เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งไม่แปลก เพราะจากเคยมีนักท่องเที่ยวปีละ 40 ล้านคน มาเหลือ 9 ล้านคนปีนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดต้องลดลง แต่เบ็ดเสร็จแล้ว การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดุลปีนี้ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นไม่ถึง 2.8% ของจีดีพี ต่างจากปี 2540 ที่ไทยขาดดุลฯ ถึง 8% ของจีดีพี ขณะที่ทุนสำรองของไทยมีถึง 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ดังนั้น ไม่น่ากังวลต่อเสถียรภาพ

“ผลต่อค่าเงินบาทอ่อนเบ็ดเสร็จอาจกระทบการนำเข้า กระทบคนกู้ แต่ดูโดยรวมยังไม่มีผลเสียต่อเศรษฐกิจ เพราะเราต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งเราไม่อยากเห็นค่าเงินบาทผันผวน ก็คงไม่ และทำให้เศรษฐกิจสะดุดก็ไม่ แต่หากการส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานก็ไม่”