กรมศุลฯอำนวยความสะดวก-ลดเวลา ตรวจสินค้าไม่พบความเสี่ยงปล่อยทันที เข้มหากผิดซ้ำซากส่งดำเนินคดีทันที
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้เชิญผู้ประกอบการนำเข้ากว่า 300 ราย มาทำความเข้าใจกระบวนการทางศุลกากรล่วงหน้า ก่อนสินค้ามาถึงสนามบินหรือท่าเรือ โดยในวัน 1 ก.พ. 2561 จะเริ่มใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเครื่องบินออกจากต้นทางจะต้องส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรตรวจความเสี่ยงภายใน 1 ชั่วโมง ที่เครื่องออก หากไม่พบว่ามีความเสี่ยงก็ปล่อยสินค้าออกได้ทันทีที่สินค้ามาถึง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาการดำเนินการ 5-7 วัน
สำหรับในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังจะเริ่มใช้ระบบดังกล่าวในวันที่ 1 มี.ค. นี้ เมื่อเรือสินค้าออกจากต้นทางจะแจ้งรายละเอียดสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง หากตรวจพบว่าไม่มีความเสี่ยง เมื่อเรือมาถึงท่าก็สามารถขนสินค้าออกได้ทันทีเช่นกัน
“ระบบนี้จะทำอำนายความสะดวกการค้าและลดเวลาต้นทุนผู้ประกอบการ เพราะหากตรวจก่อนสินค้ามาถึงว่าไม่มีความเสี่ยง บริษัทประวัติดี สินค้าก็นำออกได้ทันที แต่หากมีความเสี่ยงระดับสีเหลืองเช่นเอกสารไม่ครบก็ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม และกรณีความเสี่ยงเป็นสีแดง คือ บริษัทที่นำเข้า หรือ บริษัทตัวแทนนำเข้าประวัติไม่ดี มีการสำแดงราคาต่ำ สำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ สินค้าที่นำเข้ามาก็ต้องถูกตรวจสอบ”นายกุลิศ กล่าว
นายกุลิศ กล่าวว่า การดำเนินการนี้จะทำให้อันดับความอำนวยความสะดวกของกรมศุลกากรดีขึ้น โดยจะเก็บข้อมูลดำเนินการทั้งหมดก่อนที่ธนาคารโลกที่จะเข้ามาเก็บข้อมูลครั้งใหม่กลางปีนี้ ว่าการดำเนินนี้ลดระยะเวลาอำนายการค้าให้ผู้ประกอบการเป็นเวลาเท่าไร เพราะอันดับการอำนวยความสะดวกการค้าของกรมศุลกากรปี 2561 ตกลงมาอยู่ที่ 57 จากก่อนหน้าอันดับ 56 กรมศุลกากรจึงหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยอันดับดีขึ้น
สำหรับอันดับที่แย่ลง เนื่องจากธนาคารโลกมองว่า กรมศุลกากรหลักการดีแต่ยังไม่ลงมือปฏิบัติ ซึ่งกฎหมายใหม่ของกรมศุลกากรเพิ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ปีนี้จึงเป็นปีของการปฏิบัติการให้เกิดผลอำนวยความสะดวกการค้าจริงๆ
ทั้งนี้ กรมศุลกากรประเมินว่าสินค้านำเข้าทั่วไป 40% ที่ไม่มีความเสี่ยงและสามารถปลดปล่อยได้ทันทีตามระบบใหม่ ส่วนสินค้าเกษตรจะประมาณ 20% ที่ไม่มีความเสี่ยงและปล่อยสินค้าออกได้ทันที เพราะสินค้าเกษตรมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องมาก แต่กรมศุลกากรก็ประสานหน่วยงานดังกล่าวรวดเร็วมากสุด
นายกุลิศ กล่าวว่า การศุลกากรจะปรับระเบียบการดำเนินการระงับคดีใหม่ภายใน 1-2 เดือนนี้ จากเดิมเมื่อพบผู้กระทำผิดสำแดงเท็จก็ทำการปรับและก็พบกลับมาทำผิดใหม่อีกและทางกรมศุลกากรก็ไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ หลังจากนี้หากพบว่าทำผิดก็จะปรับและเก็บข้อมูลไว้ หากพบว่าทำผิดอีกกรมศุลกากรก็จะไม่ระงับคดีแล้ว จะส่งดำเนินคดีฟ้องศาลทันที มีโทษอาญาทั้งปรับและจำคุกไม่เกิน 10 ปี ที่ผ่านมาการระงับคดีเป็นช่องโหว่ เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดี ทำให้คนผิดทำผิดซ้ำซาก
ที่มา ข่าวสดออนไลน์