เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

สธ. เผยป่วยโควิดเพิ่ม 12.8% เสียชีวิตพุ่ง 42 คน กำชับทุกจว.เร่งฉีดวัคซีน

14 พ.ย. 2565 | 14:40น.
โควิดพุ่ง 12%

กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ของไทยสัปดาห์ล่าสุด เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 3,166 ราย หรือเพิ่มขึ้น 12.8% เสียชีวิตเพิ่ม 42 คน ชี้เป็นไปตามคาดการณ์จากการมีกิจกรรมรวมตัวช่วงใกล้ปลายปี มอบทุกจังหวัดจัดทำแผนรณรงค์ฉีดวัคซีนระดับอำเภอ ลุยเชิงรุกถึงหมู่บ้าน 

วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ 45 วันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2565 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวม 3,166 ราย เฉลี่ย 452 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 12.8% มีผู้เสียชีวิต 42 ราย แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว

ขณะที่ผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อาจเป็นผลจากอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง ประชาชนมีกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมาก ทั้งนักเรียนเปิดเทอม การเดินทางท่องเที่ยว สังสรรค์ รวมถึงบางส่วนเริ่มผ่อนคลายการสวมหน้ากาก ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ว่าการติดเชื้ออาจจะสูงขึ้นอีกในช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมและงานรื่นเริงช่วงใกล้เทศกาล

สธ.รายงานตัวเลขโควิดสัปดาห์ล่าสุด

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีเป้าหมายไม่น้อยกว่า 2 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคม 2565 เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กและเข็มกระตุ้นในกลุ่ม 608 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการป่วยหนักและเสียชีวิต นอกจากนี้ ได้ประสานเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนสะดวกที่สุด

เช่น สมาคมโรงพยาบาลเอกชนให้ช่วยบริการวัคซีนในวันหยุด, สำนักงานประกันสังคมเพื่อเร่งฉีดเข็มกระตุ้นในผู้ประกันตน และโรงพยาบาลสังกัดทหารหรือตำรวจเพื่อฉีดวัคซีนให้บุคลากร เป็นต้น โดยมอบหมายกองตรวจราชการกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการบริการฉีดวัคซีนในพื้นที่

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสม 143.7 ล้านโดส ฉีดครบ 2 เข็ม 53.9 ล้านราย คิดเป็น 77.5 % และเข็มที่ 3 ขึ้นไป 32.4 ล้านราย คิดเป็น 46.6%

ส่วนโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนตามเป้าหมาย 2 ล้านโดสทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2565 ขณะนี้ผ่านมา 2 สัปดาห์ มีประชาชนเข้ารับวัคซีนเพิ่มขึ้น 1.9 แสนโดส ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม อสม.และกลุ่ม 608 โดย 3 เขตสุขภาพที่ฉีดวัคซีนสูงสุด คือ เขตสุขภาพที่ 6, 5 และ 4 ส่วน 3 จังหวัดสูงสุด คือ ชลบุรี นครราชสีมา และสมุทรสาคร ตามลำดับ

นพ.สุเทพกล่าวต่อว่า ภาพรวมการฉีดวัคซีนยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ จึงเร่งสื่อสารให้ทุกจังหวัดทำแผนและเป้าหมายการฉีดวัคซีนสู่ระดับอำเภอ ทำระบบรายงานผลประจำวันรายหน่วยบริการ เน้นเชิญชวน ค้นหา ติดตามคนที่ยังไม่ได้ฉีดจนถึงระดับหมู่บ้าน โดย อสม.ร่วมกับกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ด้วยกัน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ามารับวัคซีนให้มากที่สุด

อาทิ จัดตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล บริการฉีดวัคซีนถึงบ้านให้กับกลุ่ม 608 และผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น ยืนยันว่ามีวัคซีนเพียงพอ เข้าถึงได้ง่าย ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่ม 608 ที่ฉีดเข็มล่าสุดมากกว่า 4 เดือนขึ้นไป มารับเข็มกระตุ้นที่หน่วยบริการวัคซีนใกล้บ้าน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมยาต้านไวรัส เวชภัณฑ์ วัคซีน รวมทั้ง LAAB ไว้เพียงพอเพื่อรองรับการระบาดของโรค

ขณะที่สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย