คมนาคม-สาธารณสุข พลิกโฉมพื้นที่สถานี รฟม. สายสีส้ม ผุดศูนย์คัดกรองมะเร็ง เปิดปี’70
คมนาคม-สาธารณสุข ผนึกพลังข้ามกระทรวง ยกระดับสุขภาพคนไทย ผ่านความร่วมมือ “รฟม.-กรมการแพทย์” พลิกโฉมพื้นที่รอบสถานี รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งคลินิกคัดกรองมะเร็งเชิงรุก มูลค่า 400 ล้าน ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสะดวก ตอกเข็มปลายปีนี้ เปิดบริการปลายปี’70
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มุ่งมั่นพัฒนาระบบคมนาคมให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่10 มิถุนายน 2569 พิจารณาในหลักการให้ รฟม. ดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 56 แห่ง ซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารอเนกประสงค์และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบหลักการแล้ว
ส่งผลให้ รฟม. และกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถเดินหน้า “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” จนนำมาสู่การลงนามสัญญาในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ พัฒนาจัดตั้งคลินิกคัดกรองมะเร็งเชิงรุก ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกด้วยขนส่งมวลชนสาธารณะ
“กำชับให้ รฟม. เร่งเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้ได้ตามแผน เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการศูนย์บริการทางการแพทย์แห่งใหม่”
ด้านนายพัฒนากล่าวว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะ “การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก” เพราะการตรวจพบโรคได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและครอบครัว

“การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดการเข้าถึงบริการ เนื่องจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติบนถนนพระราม 6 มีพื้นที่ให้บริการและพื้นที่จอดรถค่อนข้างจำกัด กระทรวงจึงมีนโยบายกระจายและขยายบริการออกสู่ภายนอก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งขึ้น”
นายพัฒนากล่าวว่า จึงเช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. ปรับปรุงเป็นคลินิกตรวจค้นหาและคัดกรองความเสี่ยงด้านโรคมะเร็งสาขาพระราม 9 พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องเอกซเรย์ เต้านมระบบดิจิทัลพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan รวมถึงบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้พประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง
โดยสามารถรองรับผู้รับบริการได้มากถึง 60,000 รายต่อปี โดยโครงการมีมูลค่าลงทุนประมาณ400 ล้านบาท แบ่งเป็นการก่อสร้างและตกแต่งภายในประมาณ 100 ล้านบาท และเครื่องมือ อุปกรณ์อีกประมาณ 200-300 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเปิดให้เอกชนมาลงทุน ตั้งเป้าจะเริ่มการก่อสร้างปลายปี 2569 พร้อมเปิดบริการปลายปี 2570 หรือต้นปี 2571 พร้อมกับสายสีสัมตะวันออกเปิดให้บริการ
“เลือกพระราม 9 เพราะมีรถไฟฟ้าเดินทางสะดวก และเป็นโครงการแรกเป็นความร่วมมือข้ามกระทรวงและจะเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ในการนำศักยภาพและทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป นอกจากพระราม 9 จะมีที่สถานีกลางอภิวัฒน์“
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้เป็น “NCI Wellness & Cancer Prevention Center @MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9” ซึ่งเป็นศูนย์บริการสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่เน้นการป้องกันโรค การค้นหาความเสี่ยง การตรวจคัดกรอง และการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคู่กับการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD)
และการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากระบบบริการสุขภาพที่ประชาชนต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อเกิดความเจ็บป่วย มาเป็นการนำบริการสุขภาพ “ไปอยู่ใกล้ประชาชน ในพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางผ่านและใช้ชีวิตอยู่แล้ว”
สำหรับบริการสำคัญที่จะพัฒนา ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การคัดกรองมะเร็งตามความเสี่ยง การส่งเสริมการป้องกันโรค การให้ความรู้เรื่องวัคซีนและปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนการส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบบริการของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแลโรคมะเร็ง จากการรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงมารักษา ไปสู่การป้องกันและค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การนำบริการสุขภาพมาอยู่ในพื้นที่ MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9 จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ รฟม. ครั้งนี้จึงเป็นการทดลองสร้าง ต้นแบบของ ‘สถานีสุขภาพ’ (Health Station) ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมกับระบบสุขภาพ
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม.ให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติเช่าพื้นที่ระะยะยาว 20 ปี คิดค่าเช่าปีละ 2 ล้านบาท โดยเป็นพื้นที่อาคารอเนกประสงค์ 1,357.78 ตร.ม. และพื้นที่โดยรอบสถานี รฟม. ขนาด 682 ตร.ม. สำหรับใช้เป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในการตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจคัดกรองและดูแลสุขภาพประชาชนเชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง
นอกจากศูนย์มะเร็งแล้ว รฟม.ยังเป็นบูรณาการพื้นที่โดยรอบ มีที่จอดรถรองรับประมาณ 1,000 คัน นำพื้นที่ 8 ไร่บริเวณด้านหน้าพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ยังร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พัฒนาอู่รถอยู่บริเวณดัานหลัง เป็นอีวีบัสและรถ ขสมก. ทั้งนี้ รฟม. เชื่อว่าในอนาคตโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มได้อย่างมีนัยสำคัญ
“รฟม.นอกจากจะมีภารกิจในการกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าและการให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT ให้ สะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา ราคาสมเหตุผล เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเดินหน้าภารกิจบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานีและตามแนวสายทางรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการและสร้างโอกาสการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องในการแสวงหารายได้ใหม่ ๆ ลดภาระเงินสนับสนุนจากภาครัฐ
และในระยะยาว รฟม. จะสามารถเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถพึ่งพาตนเอง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่สาธารณะ จึงนำไปสู่ความร่วมมือกันระหว่าง รฟม. และกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ” นายกาจผจญกล่าว
